ทำเลคนต่างชาติชอบเช่าคอนโด ในไทย มีที่ไหนบ้าง?

ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่นักลงทุนและผู้เช่าชาวต่างชาติให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเช่าคอนโดมิเนียมเพื่ออยู่อาศัยระยะกลางถึงระยะยาว ทั้งเพื่อการทำงาน การพักอาศัย หรือการใช้ชีวิตหลังเกษียณ ทำเลที่ตั้งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดชาวต่างชาติเข้ามาเช่า วันนี้เราจะพาไปสำรวจทำเลยอดนิยมทั่วไทยที่ชาวต่างชาตินิยมเช่าคอนโดกัน

 

  1. กรุงเทพมหานคร (Bangkok)

กรุงเทพฯ ยังคงเป็นเมืองอันดับหนึ่งที่ชาวต่างชาติต้องการอยู่อาศัย เพราะเป็นศูนย์กลางธุรกิจ การศึกษา แหล่งงาน และการคมนาคมที่ครบครัน ทำเลในเมืองที่ได้รับความนิยม ได้แก่

 

  1. ภูเก็ต (Phuket)

ภูเก็ตเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ที่มีชายหาดสวยงามและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ย่านที่ได้รับความนิยมของชาวต่างชาติ ได้แก่ โซนใกล้หาดและศูนย์กลางเมือง ซึ่งรองรับทั้งนักลงทุนและผู้เช่า long stay ที่มองหาคุณภาพชีวิตแบบรีสอร์ต

 

  1. พัทยา (Pattaya)

พัทยาเป็นทำเลที่ดึงดูดชาวต่างชาติทั้งกลุ่มที่ต้องการเช่าระยะยาวและกลุ่มรีทรีตชีวิตใกล้ทะเล

 

  1. เชียงใหม่ (Chiang Mai)

เชียงใหม่โดดเด่นด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลายกว่าเมืองใหญ่ ค่าใช้จ่ายในการอยู่อาศัยต่ำกว่า และมีชุมชนชาวต่างชาติขนาดใหญ่ เหมาะกับชาวดิจิทัลโนแมดและผู้ต้องการความสงบในการใช้ชีวิต

 

สรุปส่งท้าย ทำเลคนต่างชาติชอบเช่าคอนโด ในไทยมีตั้งแต่ใจกลาง กรุงเทพฯ ที่เชื่อมต่อการเดินทางและแหล่งธุรกิจ ไปจนถึงเมืองตากอากาศอย่าง ภูเก็ต, พัทยา, และเมืองสงบอย่าง เชียงใหม่ ซึ่งแต่ละแห่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และงบประมาณที่แตกต่างกัน การเลือกทำเลที่เหมาะสมไม่เพียงเพิ่มโอกาสให้เช่าได้สูง แต่ยังช่วยให้การอยู่อาศัยของผู้เช่ามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย

——————————————————————————————

𝐀𝐦𝐛𝐞𝐫 𝐈𝐧𝐭𝐞𝐫𝐧𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐑𝐞𝐚𝐥𝐭𝐲
คู่คิด ข้างคุณ เรื่องคอนโด
บริษัทเอเจนต์คอนโดให้บริการโดยทีมงาน
ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
การันตีด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี
เราให้บริการแบบ One Stop Service
เกี่ยวกับคอนโดมิเนียม แก่ลูกค้าทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน
สิงคโปร์ เป็นต้น ได้รับการยอมรับ
และทำงานร่วมกันกับ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
เจ้าใหญ่ของไทย เช่น MQDC, Sansiri, AP Thai, Origin ฯลฯ
✨ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
✨ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property
✨ได้รับรางวัล Best Smart Agency 2025 จาก Livinginsider
✨ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service
📍บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด
📍บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด
📍บริการบริหารและจัดการคอนโด

📍LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs

📍Tel : 089-986-0202
📍Youtube : @amberrealty

📍Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

📍เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/p

10 สิ่งที่ควรเช็กเมื่อ คอนโดเริ่มเก่า ก่อนเสียเงินซ่อมแพง อย่าปล่อยให้พัง โดยไม่จำเป็น

เมื่ออยู่อาศัยในคอนโดมาหลายปี ปัญหาต่างๆ มักเริ่มปรากฏโดยไม่รู้ตัว ทั้งเรื่องโครงสร้าง ระบบไฟ หรือวัสดุภายในห้อง การตรวจเช็กห้องคอนโดอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณวางแผนซ่อมแซมได้ตรงจุด และประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

 

มาดูกันว่า 10 สิ่งสำคัญที่ควรเช็กเมื่อห้องคอนโดเริ่มเก่า มีอะไรบ้าง

  1. สภาพพื้นห้อง

เช็กว่า… พื้นลามิเนตหรือไม้เริ่มบวม โก่ง หรือมีเสียงดังเวลาเดินหรือไม่? หากเป็นกระเบื้อง ให้สังเกตการแตกร้าวหรือร่องยาแนวที่เริ่มหลุด เพราะอาจบ่งบอกถึงความชื้นสะสม

 

  1. ผนังและรอยร้าว

รอยร้าวเล็กๆ บนผนังอาจไม่อันตราย แต่ถ้าเป็นรอยร้าวยาวหรือกว้างขึ้นเรื่อยๆ ควรรีบตรวจสอบ
รวมถึงคราบน้ำ คราบเชื้อรา ที่อาจเกิดจากการรั่วซึม

 

  1. ฝ้าเพดาน

ฝ้าที่เริ่มบวม มีคราบเหลือง หรือรอยด่าง อาจเป็นสัญญาณของน้ำรั่วจากห้องด้านบน หากปล่อยไว้นาน อาจทำให้ฝ้าพังและซ่อมแพงกว่าที่คิด

 

  1. ระบบไฟฟ้า

ปลั๊กหลวม ไฟกระพริบ หรือเบรกเกอร์ตัดบ่อย เป็นสัญญาณว่าระบบไฟเริ่มเสื่อม คอนโดเก่าบางแห่งอาจไม่รองรับเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่กินไฟสูง

 

  1. ระบบประปา

เช็กแรงดันน้ำ ท่อรั่ว ก๊อกน้ำหยด หรือกลิ่นอับจากท่อ ท่อประปาที่ใช้งานมานานอาจเริ่มเสื่อม และก่อให้เกิดปัญหาน้ำซึมโดยไม่รู้ตัว

 

  1. ประตูและหน้าต่าง

ประตูฝืด ปิดไม่สนิท หรือหน้าต่างรั่วลม อาจส่งผลต่อความปลอดภัยและค่าไฟ ยางขอบประตู–หน้าต่างที่เสื่อมควรเปลี่ยนเพื่อป้องกันฝุ่นและเสียงรบกวน

 

  1. สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ

ชักโครกกดไม่ลง น้ำไหลไม่หยุด หรืออ่างล้างหน้าแตกร้าว เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคอนโดเก่า
การซ่อมเล็กๆ ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดความเสียหายระยะยาว

 

  1. เครื่องใช้ไฟฟ้า Built-in

เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น หรือครัวบิลท์อิน มักมีอายุการใช้งานจำกัด ควรตรวจเช็กประสิทธิภาพและค่าไฟ เพื่อพิจารณาว่าควรซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่

 

  1. กลิ่นอับและการระบายอากาศ

ห้องที่เริ่มมีกลิ่นอับ อาจเกิดจากการถ่ายเทอากาศไม่ดี พัดลมดูดอากาศที่เสื่อมสภาพควรได้รับการทำความสะอาดหรือเปลี่ยนใหม่

 

  1. ความคุ้มค่าในการรีโนเวท

เมื่อพบหลายจุดที่เริ่มเสื่อม ควรประเมินว่าควรซ่อมเฉพาะจุดหรือรีโนเวททั้งห้อง การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยควบคุมงบประมาณและเพิ่มมูลค่าให้คอนโดได้ในอนาคต

 

สรุปส่งท้าย การที่ห้อง คอนโดเริ่มเก่า ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล หากรู้จักตรวจเช็กและดูแลอย่างถูกวิธี
เพียงใส่ใจ 10 จุดสำคัญนี้ ก็ช่วยยืดอายุการใช้งาน ทำให้ห้องน่าอยู่ และประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น

——————————————————————————————

𝐀𝐦𝐛𝐞𝐫 𝐈𝐧𝐭𝐞𝐫𝐧𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐑𝐞𝐚𝐥𝐭𝐲
คู่คิด ข้างคุณ เรื่องคอนโด
บริษัทเอเจนต์คอนโดให้บริการโดยทีมงาน
ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
การันตีด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี
เราให้บริการแบบ One Stop Service
เกี่ยวกับคอนโดมิเนียม แก่ลูกค้าทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน
สิงคโปร์ เป็นต้น ได้รับการยอมรับ
และทำงานร่วมกันกับ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
เจ้าใหญ่ของไทย เช่น MQDC, Sansiri, AP Thai, Origin ฯลฯ
✨ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
✨ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property
✨ได้รับรางวัล Best Smart Agency 2025 จาก Livinginsider
✨ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service
📍บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด
📍บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด
📍บริการบริหารและจัดการคอนโด

📍LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs

📍Tel : 089-986-0202
📍Youtube : @amberrealty

📍Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

📍เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/p

การเลือกทำเลคอนโด เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว หนึ่งในทำเลที่หลายคนให้ความสนใจคือ คอนโดใกล้ทางด่วน เพราะช่วยให้การเดินทางสะดวกและประหยัดเวลา แต่คำถามคือ คอนโดใกล้ทางด่วนเหมาะกับทุกคนหรือไม่? บทความนี้ Amber จะพาคุณไปดูข้อดี ข้อเสีย และความเหมาะสมของคอนโดประเภทนี้

 

ข้อดีของคอนโดใกล้ทางด่วน

  1. เดินทางสะดวกรวดเร็ว เหมาะสำหรับคนทำงานที่ต้องเดินทางเข้า–ออกเมือง หรือใช้รถยนต์เป็นหลัก ช่วยลดเวลาเดินทางและหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัด
  2. เชื่อมต่อหลายพื้นที่ได้ง่าย ทางด่วนช่วยให้เข้าถึงย่านธุรกิจ แหล่งงาน และสนามบินได้สะดวก เพิ่มความคล่องตัวในการใช้ชีวิต
  3. เหมาะสำหรับการลงทุน คอนโดใกล้ทางด่วนมักเป็นที่ต้องการของผู้เช่า โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานและครอบครัวที่ใช้รถยนต์
  4. มูลค่าทรัพย์สินมีแนวโน้มเติบโต ทำเลใกล้โครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างทางด่วน มักส่งผลดีต่อราคาคอนโดในระยะยาว

 

ข้อควรพิจารณาก่อนเลือกคอนโดใกล้ทางด่วน

  1. เสียงและมลภาวะ คอนโดที่อยู่ใกล้ทางด่วนมากเกินไปอาจมีปัญหาเสียงรบกวนและฝุ่นละออง ควรเลือกโครงการที่มีการออกแบบป้องกันเสียงและมลพิษ
  2. ไม่เหมาะกับคนที่ไม่ใช้รถยนต์ หากคุณพึ่งพาขนส่งสาธารณะเป็นหลัก อาจไม่สะดวกเท่าคอนโดใกล้รถไฟฟ้า
  3. ทางเข้า–ออกโครงการ ควรตรวจสอบเส้นทางเข้าออกจริง ว่าสะดวก ปลอดภัย และไม่ต้องอ้อมไกล

 

คอนโดใกล้ทางด่วน เหมาะกับใคร?

 

สรุปส่งท้าย เลือก คอนโดใกล้ทางด่วน ดีหรือไม่? ก็ถือว่า… คอนโดใกล้ทางด่วนถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการเดินทางที่รวดเร็ว และความคล่องตัว แต่ควรพิจารณาเรื่องเสียง มลภาวะ และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของตนเองร่วมด้วย หากเลือกได้เหมาะสม คอนโดใกล้ทางด่วน ก็สามารถตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัย และการลงทุนได้อย่างคุ้มค่า

——————————————————————————————

𝐀𝐦𝐛𝐞𝐫 𝐈𝐧𝐭𝐞𝐫𝐧𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐑𝐞𝐚𝐥𝐭𝐲
คู่คิด ข้างคุณ เรื่องคอนโด
บริษัทเอเจนต์คอนโดให้บริการโดยทีมงาน
ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
การันตีด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี
เราให้บริการแบบ One Stop Service
เกี่ยวกับคอนโดมิเนียม แก่ลูกค้าทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน
สิงคโปร์ เป็นต้น ได้รับการยอมรับ
และทำงานร่วมกันกับ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
เจ้าใหญ่ของไทย เช่น MQDC, Sansiri, AP Thai, Origin ฯลฯ
✨ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
✨ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property
✨ได้รับรางวัล Best Smart Agency 2025 จาก Livinginsider
✨ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service
📍บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด
📍บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด
📍บริการบริหารและจัดการคอนโด

📍LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs

📍Tel : 089-986-0202
📍Youtube : @amberrealty

📍Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

📍เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/p

การเลือกซื้อคอนโดไม่ใช่แค่เรื่องของราคาและทำเล แต่ยังเกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิต และเป้าหมายในอนาคต หลายคนมักลังเลระหว่าง คอนโดริมแม่น้ำ ที่ให้บรรยากาศสงบ ผ่อนคลาย กับ คอนโดในเมือง ที่เดินทางสะดวก ใกล้แหล่งงานและความเจริญ บทความนี้จะช่วยเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดขึ้น เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

 

คอนโดริมแม่น้ำแสนสงบ เป็นส่วนตัว วิวสวยทุกวัน

ข้อดีของคอนโดริมแม่น้ำ

ข้อควรพิจารณา

 

คอนโดในเมือง ที่เดินทาง สะดวก คล่องตัว ตอบโจทย์ชีวิตคนทำงาน

ข้อดีของคอนโดในเมือง

ข้อควรพิจารณา

 

เลือกแบบไหนดีให้เหมาะกับคุณ?

 

สรุปส่งท้าย ไม่มีแบบไหนดีกว่า ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของคุณ คอนโดริมแม่น้ำ และ คอนโดในเมืองต่างก็มีข้อดีและเสน่ห์ที่แตกต่างกัน การเลือกที่เหมาะสมที่สุด คือ การพิจารณาจากไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิตในแต่ละวัน และเป้าหมายในอนาคตของคุณ หากเลือกได้ตรงความต้องการ คอนโดที่คุณเลือกก็จะเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย แต่คือพื้นที่แห่งความสุขในระยะยาว

——————————————————————————————

𝐀𝐦𝐛𝐞𝐫 𝐈𝐧𝐭𝐞𝐫𝐧𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐑𝐞𝐚𝐥𝐭𝐲
คู่คิด ข้างคุณ เรื่องคอนโด
บริษัทเอเจนต์คอนโดให้บริการโดยทีมงาน
ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
การันตีด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี
เราให้บริการแบบ One Stop Service
เกี่ยวกับคอนโดมิเนียม แก่ลูกค้าทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน
สิงคโปร์ เป็นต้น ได้รับการยอมรับ
และทำงานร่วมกันกับ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
เจ้าใหญ่ของไทย เช่น MQDC, Sansiri, AP Thai, Origin ฯลฯ
✨ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
✨ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property
✨ได้รับรางวัล Best Smart Agency 2025 จาก Livinginsider
✨ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service
📍บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด
📍บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด
📍บริการบริหารและจัดการคอนโด

📍LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs

📍Tel : 089-986-0202
📍Youtube : @amberrealty

📍Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

📍เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/p

คอนโดใกล้ที่ทำงาน หรือ ราคาถูกกว่าในชานเมือง เลือกแบบไหนคุ้มกว่ากัน

การเลือกซื้อคอนโดสักหนึ่งห้อง ไม่ใช่แค่การเลือกที่อยู่อาศัย แต่เป็นการลงทุนที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในทุกวัน รวมถึงภาระทางการเงินระยะยาว หลายคนจึงลังเลระหว่าง “คอนโดใกล้ที่ทำงาน” ที่ราคาสูงกว่าแต่ชีวิตสะดวกกว่า กับ “คอนโดชานเมืองราคาถูก” ที่ได้พื้นที่เยอะกว่า แต่ต้องแลกด้วยเวลาเดินทาง วันนี้เรามาเจาะลึกทุกปัจจัยให้เห็นภาพชัด ๆ ว่าแบบไหน “คุ้มกว่า” สำหรับคุณกันแน่

 

  1. คอนโดใกล้ที่ทำงาน: ชีวิตสบายขึ้น แต่อาจต้องยอมเรื่องราคา

ข้อดี

  1. ใช้เวลาเดินทางน้อยลงแบบชัดเจน บางคนลดเวลาเดินทางจากวันละ 3 ชั่วโมง เหลือแค่ 30–40 นาที ช่วยให้มีเวลาพักผ่อน ทำอาหาร ออกกำลังกาย หรือใช้เวลากับครอบครัวมากขึ้น
  2. ประหยัดค่ารถ ค่าเดินทางในระยะยาว ค่าเดินทางรวมปีหนึ่งอาจแตะ 30,000–50,000 บาท ถ้าอยู่ใกล้ที่ทำงาน รายจ่ายส่วนนี้ลดลงทันที
  3. ป้องกันความเครียดจากรถติด พื้นที่ใจดีขึ้น พลังในการทำงานเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
  4. ปล่อยเช่าง่าย คอนโดใกล้ใจกลางเมืองหรือย่านออฟฟิศ มีความต้องการเช่าสูงตลอดปี เหมาะกับคนที่มองอนาคตในการลงทุนด้วย

 

ข้อเสีย

  1. ราคาต่อตารางเมตรสูง โดยเฉพาะคอนโดใกล้รถไฟฟ้า CBD แนวสุขุมวิท สีลม สาทร อาจสูงกว่าชานเมืองถึง 2–3 เท่า
  2. ห้องเล็กกว่าชัดเจน ขนาดห้องเริ่มต้นมักอยู่ที่ 22–28 ตร.ม. แต่ต้องจ่ายราคาเท่ากับห้อง 30–40 ตร.ม. ในชานเมือง
  3. ค่าส่วนกลางอาจสูง โครงการหรูทำเลดี มักมีสิ่งอำนวยความสะดวกเยอะ ส่งผลต่อค่าส่วนกลางรายปี

 

  1. คอนโดชานเมืองราคาถูก: พื้นที่มากขึ้น แต่ต้องแลกด้วยเวลาเดินทาง

ข้อดี

  1. ได้พื้นที่ใหญ่ขึ้นในราคาเบากว่า คอนโด 1 ห้องนอน 30 ตร.ม. ราคาหลักล้านต้น ๆ หาง่ายในชานเมือง เช่น บางนา รามอินทรา ลำลูกกา บางใหญ่
  2. เหมาะกับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและพื้นที่ใช้งานจริง เหมาะกับคู่รัก ครอบครัวเล็ก ๆ หรือคนที่ทำงานจากบ้าน
  3. บางโครงการสิ่งอำนวยความสะดวกจัดเต็ม มีสวนใหญ่สระใหญ่ ฟิตเนสครบ เพราะมีพื้นที่กว้างกว่าในเมือง

 

ข้อเสีย

  1. เวลาที่เสียไปกับการเดินทางเยอะมาก บางพื้นที่เดินทางไปศูนย์กลางเมืองอาจใช้เวลามากกว่า 1–1.5 ชั่วโมงต่อเที่ยว
  2. ค่ารถเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว ถ้าใช้รถส่วนตัว ค่าเชื้อเพลิงและค่าทางด่วนรวมปีหนึ่งอาจสูงกว่าค่าผ่อนคอนโดเดือนหนึ่งเลย
  3. ความต้องการเช่าอาจไม่สูงเท่าในเมือง ทำให้ปล่อยเช่าได้ยากกว่าและอัตราการขึ้นราคาอาจช้ากว่า

 

  1. เปรียบเทียบแบบเห็นภาพ
ประเด็นคอนโดใกล้ที่ทำงานคอนโดชานเมือง
ราคาสูงกว่าถูกกว่า
ขนาดห้องเล็กกว่าใหญ่กว่า
การเดินทางสะดวก ประหยัดเวลาใช้เวลานาน
ค่าครองชีพสูงกว่าถูกกว่า
ปล่อยเช่าง่ายปานกลาง
เหมาะกับใครคนทำงานเมือง, ไม่มีรถ, ชอบความสะดวกครอบครัวเล็ก, ต้องการพื้นที่, งบจำกัด

 

สรุปส่งท้าย คอนโดใกล้ที่ทำงาน หรือ ราคาถูกกว่าในชานเมือง เลือกแบบไหนคุ้มกว่ากัน ถ้าคุณให้ความสำคัญกับเวลา คุณภาพชีวิต และความสะดวก เลือกคอนโดใกล้ที่ทำงาน คุ้มค่ายิ่งขึ้นถ้าเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ไม่มีรถส่วนตัว หรือทำงานในโซน CBD แต่ถ้าคุณให้ความสำคัญกับราคา พื้นที่ใช้สอย และต้องการคอนโดที่อยู่สบายจริง เลือกคอนโดชานเมือง เหมาะสำหรับคนมีรถ ชอบความเงียบสงบ และไม่ได้เดินทางเข้าเมืองบ่อย

 

แชร์เคล็ดลับเพิ่มเติม เลือกคอนโดให้ “คุ้มจริง”

——————————————————————————————

𝐀𝐦𝐛𝐞𝐫 𝐈𝐧𝐭𝐞𝐫𝐧𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐑𝐞𝐚𝐥𝐭𝐲
คู่คิด ข้างคุณ เรื่องคอนโด
บริษัทเอเจนต์คอนโดให้บริการโดยทีมงาน
ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
การันตีด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี
เราให้บริการแบบ One Stop Service
เกี่ยวกับคอนโดมิเนียม แก่ลูกค้าทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน
สิงคโปร์ เป็นต้น ได้รับการยอมรับ
และทำงานร่วมกันกับ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
เจ้าใหญ่ของไทย เช่น MQDC, Sansiri, AP Thai, Origin ฯลฯ
✨ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
✨ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property
✨ได้รับรางวัล Best Smart Agency 2025 จาก Livinginsider
✨ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service
📍บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด
📍บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด
📍บริการบริหารและจัดการคอนโด

📍LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs

📍Tel : 089-986-0202
📍Youtube : @amberrealty

📍Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

📍เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/p

ทำเลแบบไหนที่ ทำเลน่าลงทุนในอีก 5 ปีข้างหน้า?
วิเคราะห์เทรนด์อสังหา 2025–2030 ที่ต้องรู้ก่อนลงทุน

การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่แค่ “ซื้อวันนี้ แล้วหวังให้ราคาขึ้น” แต่ต้องมอง ศักยภาพของทำเลในอนาคต โดยเฉพาะช่วง 5 ปีข้างหน้า (2025–2030)
ที่เป็นช่วงเปลี่ยนใหญ่ของโครงสร้างเมือง เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี สิ่งเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อราคาบ้าน–คอนโด ค่าเช่า และความคุ้มค่าของการลงทุน

บทความนี้ Amber จะพาเจาะลึกว่า “ทำเลแบบไหน” ที่คาดว่าจะเติบโตและน่าลงทุนที่สุดในอีก 5 ปีข้างหน้า พร้อมเหตุผลและตัวชี้วัดที่นักลงทุนทุกคนต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

ทำเลน่าลงทุนในอีก 5 ปีข้างหน้า?

  1. ทำเลใกล้รถไฟฟ้าเส้นใหม่ / อินเตอร์เชนจ์ จุดเติบโตเรียลเสตทที่ชัดที่สุด

ในช่วง 5 ปีนี้ ประเทศไทยยังมี รถไฟฟ้าสายใหม่เปิดให้บริการต่อเนื่อง เช่น สายสีส้ม สีม่วงใต้ สีเทา (อนาคต) และส่วนต่อขยายต่างๆ
ทำเลที่มีศักยภาพสูง คือ

ทำไมเติบโต?
เพราะรถไฟฟ้ายังเป็นตัวกำหนดหลักของ Demand อยู่อาศัยและเช่า โดยเฉพาะคนทำงานรุ่นใหม่ นักลงทุนปล่อยเช่าจะได้เปรียบมากในย่านนี้

สัญญาณว่าควรลงทุน

 

  1. ทำเลย่านธุรกิจใหม่ (New CBD) จำนวนบริษัท–ออฟฟิศกำลังย้ายออกจากใจกลางเมือง

ทำเล CBD แบบดั้งเดิม เช่น สีลม สาทร อโศก เริ่มมีความอิ่มตัวและแพงเกินไป ทำให้หลายบริษัทเริ่มย้าย HQ หรือออฟฟิศไปยัง New CBD เช่น

ทำไมทำเลนี้น่าลงทุน?
เพราะมี Demand เช่าแน่น ราคาขึ้นต่อเนื่อง และมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ เช่น ห้าง, อาคารสำนักงาน, รถไฟฟ้า, พื้นที่เชิงพาณิชย์

 

  1. ทำเลใกล้ “EEC” และพื้นที่เศรษฐกิจที่รัฐบาลกำลังผลักดัน

อีก 5 ปีข้างหน้า การลงทุนใน EEC: ฉะเชิงเทรา – ชลบุรี – ระยอง จะมีบทบาทอย่างมาก โดยเฉพาะ

เหตุผลที่น่าลงทุน

ตลาดเช่าห้องพักรายเดือนและบ้านจัดสรรเติบโตสูงในโซนนี้

 

  1. ทำเลแนวรถไฟฟ้าไปสนามบิน / ทำเลท่องเที่ยวที่มี Demand ต่างชาติ

นักลงทุนอสังหา 5 ปีข้างหน้าควรมอง Demand จากนักท่องเที่ยวและต่างชาติ เช่น

เหตุผลที่คุ้มค่า

คอนโดปล่อยเช่าในย่านนี้มี Yield สูงกว่าเขตเมืองชั้นในด้วยซ้ำ

 

  1. ทำเล Suburban (รอบเมือง) ที่มี Mega Project และห้างใหญ่เปิดใหม่

ทำเลชานเมืองที่เคยราคาถูก กำลังเติบโตตาม

เช่น

จุดเด่น : ราคายังไม่สูง แต่ศักยภาพขึ้นได้อีกหลายปี เหมาะสำหรับคนเก็บทรัพย์ไว้เก็งกำไร

 

  1. ทำเลที่มี University Demand (คอนโดใกล้ม.)

ช่วง 5 ปีนี้ ปริมาณนักศึกษาทั้งไทยและต่างชาติยังเติบโต ทำให้คอนโดใกล้ม. เช่น

มี Yield สูงมาก 6–8% ต่อปี เพราะ Demand เช่า “ประจำ” แน่นและมั่นคง

 

  1. ทำเลที่มีโอกาสก่อสร้างโครงการรัฐ เช่น ถนนใหม่ – รถไฟฟ้า – สะพาน

อย่ามองเฉพาะ “รถไฟฟ้า” แต่ดูโครงการที่กำลังเสนอหรือออกแบบ เช่น

ทำไมสำคัญ?
เพราะราคาที่ดินมักขึ้นก่อนสร้างจริง 3–5 ปี ทำให้เป็นช่วง “สะสมของราคาถูก” ก่อนตลาดรู้

 

  1. ทำเลที่มีโมเดลเมืองใหม่ Smart City

โตเร็วมากใน 5 ปีข้างหน้า เช่น:

อาคาร–คอนโดจะได้ผลประโยชน์จาก Demand คนทำงาน–ต่างชาติที่ย้ายเข้ามา

 

สรุปส่งท้าย ถ้าจะลงทุนอสังหา ทำเลน่าลงทุนในอีก 5 ปีข้างหน้า? ต้องมอง 8 สัญญาณนี้ 1. มีรถไฟฟ้าสายใหม่หรืออินเตอร์เชนจ์ 2. ย้าย CBD หรือมีออฟฟิศใหม่ 3. อยู่ในเขต EEC หรือโครงการเศรษฐกิจรัฐ 4. ใกล้สนามบินหรือแหล่งท่องเที่ยว 5. มี Mega Project เปิดใหม่ 6. ใกล้มหาวิทยาลัยใหญ่ 7. มีโครงสร้างพื้นฐานกำลังจะเกิด 8. เป็นเมืองใหม่ Smart City หากพื้นที่ตรงตาม “3 ข้อขึ้นไป” ให้ถือว่ามีแนวโน้มเติบโตสูงใน 5 ปีนี้ เหมาะสำหรับลงทุนซื้อเก็งกำไร หรือปล่อยเช่าอย่างยั่งยืน

——————————————————————————————

𝐀𝐦𝐛𝐞𝐫 𝐈𝐧𝐭𝐞𝐫𝐧𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐑𝐞𝐚𝐥𝐭𝐲
คู่คิด ข้างคุณ เรื่องคอนโด
บริษัทเอเจนต์คอนโดให้บริการโดยทีมงาน
ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
การันตีด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี
เราให้บริการแบบ One Stop Service
เกี่ยวกับคอนโดมิเนียม แก่ลูกค้าทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน
สิงคโปร์ เป็นต้น ได้รับการยอมรับ
และทำงานร่วมกันกับ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
เจ้าใหญ่ของไทย เช่น MQDC, Sansiri, AP Thai, Origin ฯลฯ
✨ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
✨ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property
✨ได้รับรางวัล Best Smart Agency 2025 จาก Livinginsider
✨ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service
📍บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด
📍บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด
📍บริการบริหารและจัดการคอนโด

📍LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs

📍Tel : 089-986-0202
📍Youtube : @amberrealty

📍Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

📍เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/p

ใกล้สิ้นปีทีไร หลายคนเริ่มมองหาวิธี ลดหย่อนภาษี เพื่อให้เสียภาษีน้อยที่สุดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งแต่ละปีรัฐมักออกมาตรากระตุ้นกำลังซื้อ และสิทธิลดหย่อนใหม่ๆ อยู่เสมอ

บทความนี้ Amber สรุปให้ครบ ทั้ง ค่าลดหย่อนพื้นฐาน, สิทธิด้านประกัน, การลงทุน, และมาตราลดหย่อนพิเศษที่มักออกมาเฉพาะช่วงสิ้นปี

 

1) ค่าลดหย่อนพื้นฐานที่ใช้ได้ทุกคน

 

2) กลุ่มประกันและสุขภาพ

 

3) กลุ่มการลงทุนสำหรับลดหย่อน

 

4) ดอกเบี้ยบ้าน

ดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้าน สูงสุด 100,000 บาท เหมาะกับคนที่มีสินเชื่อบ้านอยู่แล้ว ลดภาษีได้จริงและคำนวณง่าย

 

5) มาตราลดหย่อนภาษีพิเศษช่วงปลายปี ในแต่ละปีรัฐบาลมักออกมาตราพิเศษ เช่น

🎁 มาตราการช้อปดีมีคืน (แล้วแต่ปีที่ประกาศ)

🎁 มาตราภาษีท่องเที่ยว / ภาษีทัวร์

🎁 มาตราสนับสนุนบ้านหลังแรก

แนะนำ: ควรติดตามประกาศจากกรมสรรพากรช่วงเดือน ต.ค.–ธ.ค. เพราะจะมีความชัดเจนของมาตราสิ้นปีทุกครั้ง

 

6) จะใช้สิทธิลดหย่อนอย่างไรให้คุ้มที่สุด?

เลือกใช้ตามรายได้จริง เริ่มจากสิทธิที่ “ทุกคนใช้ได้” ก่อน เช่น ค่าลดหย่อนพื้นฐาน, ประกันสังคม, ดอกเบี้ยบ้าน

ลงทุน SSF หรือ RMF เฉพาะจำนวนที่ช่วยลดภาษี ไม่จำเป็นต้องซื้อให้เต็มวงเงินทุกครั้ง

เก็บใบเสร็จทุกประเภทที่เกี่ยวกับมาตราสิ้นปี หากมีมาตราช้อปดีมีคืนหรือมาตราพิเศษอื่นๆ ต้องใช้เอกสารก่อนยื่นภาษี

 

สรุปส่งท้าย มาตราลดหย่อนภาษี ที่รวบรวมมาให้ ใช้สิทธิลดหย่อนได้ครบ ช่วยลดภาระภาษีได้จริง สิทธิในสิ้นปีมีให้เลือกหลายประเภท ทั้งแบบที่ใช้ได้ทุกปีและแบบพิเศษที่มีเฉพาะช่วงเวลานั้น การวางแผนใช้สิทธิอย่างเหมาะสมช่วยให้ประหยัดเงินได้โดยที่ไม่ต้องลงทุนหรือซื้อสินค้าเกินความจำเป็น

 

𝐀𝐦𝐛𝐞𝐫 𝐈𝐧𝐭𝐞𝐫𝐧𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐑𝐞𝐚𝐥𝐭𝐲
คู่คิด ข้างคุณ เรื่องคอนโด
บริษัทเอเจนต์คอนโดให้บริการโดยทีมงาน
ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
การันตีด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี
เราให้บริการแบบ One Stop Service
เกี่ยวกับคอนโดมิเนียม แก่ลูกค้าทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน
สิงคโปร์ เป็นต้น ได้รับการยอมรับ
และทำงานร่วมกันกับ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
เจ้าใหญ่ของไทย เช่น MQDC, Sansiri, AP Thai, Origin ฯลฯ
✨ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
✨ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property
✨ได้รับรางวัล Best Smart Agency 2025 จาก Livinginsider
✨ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service
📍บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด
📍บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด
📍บริการบริหารและจัดการคอนโด

📍LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs

📍Tel : 089-986-0202
📍Youtube : @amberrealty

📍Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

📍เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/p

คอนโดใกล้มหาวิทยาลัย เป็นอีกหนึ่งทำเลที่ได้รับความนิยมสูง ทั้งจาก ผู้ปกครองที่ซื้อให้ลูกอยู่ และ นักลงทุนที่ต้องการซื้อปล่อยเช่า แต่จริงๆ แล้วคอนโดทำเลแบบนี้ “ดีคุ้ม” หรือ “เสี่ยง” แค่ไหน?

บทความนี้ Amber สรุปให้ครบทุกมุม มองได้ทั้งฝั่งลูกค้าและนักลงทุน

 

ทำไมคอนโดใกล้มหาวิทยาลัยถึงเป็นทำเลฮิต? ก็เพราะมี ดีมานด์คนอยู่อาศัยตลอดปี โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยใหญ่ที่มีจำนวน

ทำเลนี้จึงถือเป็น “ตลาดค่อนข้างมั่นคง” และมีโอกาสปล่อยเช่าได้ง่ายกว่าทำเลทั่วไป

 

ข้อดีของคอนโดใกล้มหาวิทยาลัย

  1. ปล่อยเช่าง่ายมาก ดีมานด์สูงกว่าปริมาณคอนโดในหลายมหาวิทยาลัย ผู้เช่าส่วนใหญ่ คือ นักศึกษา ปี 1–4
    และมีการหมุนเวียนผู้เช่าทุกปี ทำให้ไม่เคยเงียบ
  2. ค่าเช่าค่อนข้าง “นิ่ง” ไม่แกว่งมาก เพราะเป็นตลาดที่ต้องการอยู่จริง ค่าเช่าคอนโดใกล้มหาวิทยาลัยมักจะคงที่ และปรับขึ้นเล็กน้อยทุกปี
  3. เดินทางสะดวก ปลอดภัย คอนโดใกล้มหาวิทยาลัยมักอยู่ในโซนที่มีร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ วินมอเตอร์ไซค์ รถรับ–ส่งของมหาวิทยาลัย ช่วยให้ผู้ปกครองอุ่นใจยิ่งขึ้น
  4. ขายต่อไม่ยาก เพราะมีผู้ซื้อหลายกลุ่ม เช่น ผู้ปกครองซื้อให้ลูก, นักลงทุนหน้าใหม่, คนที่ต้องการคอนโดราคาไม่แรง

 

ข้อเสียที่ควรรู้ก่อนซื้อคอนโดใกล้ม.

  1. การหมุนเวียนผู้เช่าสูง เพราะนักศึกษาจะเปลี่ยนคนอยู่เกือบทุกปี → ต้องมีคนดูแลห้อง
    คอยเช็คความเสียหาย/ทำความสะอาด
  2. การแข่งขันของผู้ปล่อยเช่าสูง คอนโดบางโซนอาจมีซัพพลายจำนวนมาก ห้องใหม่ๆ อาจต้อง Renovate หรือมีเฟอร์ครบจึงจะปล่อยเช่าได้เร็ว
  3. ทำเลบางแห่งอาจมีเสียงดัง เพราะอยู่ในย่านนักศึกษา มีร้านอาหารตอนกลางคืน หรือมีการเดินผ่านตลอดเวลา
  4. ผลตอบแทนไม่พุ่งแบบหวือหวา คอนโดใกล้มหาวิทยาลัยให้ผลตอบแทน “มั่นคง แต่ไม่แรงมาก”
    เหมาะกับการถือยาวมากกว่าการเก็งกำไร

 

เหมาะกับใคร?

ผู้ปกครองที่ต้องการให้ลูกอยู่ในที่ “ปลอดภัย ใกล้ที่เรียน” การซื้อคอนโดแทนการเช่า 4 ปี มัก “คุ้มกว่า”

นักลงทุนที่ต้องการปล่อยเช่าแบบเสี่ยงต่ำ Cashflow สม่ำเสมอ โอกาสห้องว่างน้อย

คนที่อยากเก็บอสังหาเป็นทรัพย์สินระยะยาว เพราะคอนโดใกล้ม. มักขายต่อไม่ยาก

 

Tips เลือกคอนโดใกล้มหาวิทยาลัย ให้คุ้ม

เลือกทำเลที่เดินถึงมหาวิทยาลัยได้จริง ระยะ 0–300 เมตร คือดีที่สุด

เลือกคอนโดที่มี “เฟอร์นิเจอร์ครบ” นักศึกษามักต้องการห้องพร้อมเข้าอยู่

เลือกห้องขนาด 22–28 ตร.ม. เป็นไซส์ที่ปล่อยเช่าง่ายที่สุด

เช็กซัพพลายในพื้นที่ มีคอนโดมากเกินไปไหม? เพิ่มเรื่อยๆ หรือไม่?

 

สรุปส่งท้าย คอนโดใกล้มหาวิทยาลัย “ดี ถ้าเลือกถูก” โดยรวมแล้วคอนโดใกล้มหาวิทยาลัยเป็น ทำเลที่ดี เหมาะสำหรับทั้งอยู่อาศัยและลงทุน เพราะมีดีมานด์สูงและมีผู้เช่าใหม่หมุนเวียนตลอดปี แต่ต้องเลือกห้องที่ทำเลดีจริงและไม่อยู่ในพื้นที่แข่งขันสูงจนเกินไป

 

𝐀𝐦𝐛𝐞𝐫 𝐈𝐧𝐭𝐞𝐫𝐧𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐑𝐞𝐚𝐥𝐭𝐲
คู่คิด ข้างคุณ เรื่องคอนโด
บริษัทเอเจนต์คอนโดให้บริการโดยทีมงาน
ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
การันตีด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี
เราให้บริการแบบ One Stop Service
เกี่ยวกับคอนโดมิเนียม แก่ลูกค้าทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน
สิงคโปร์ เป็นต้น ได้รับการยอมรับ
และทำงานร่วมกันกับ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
เจ้าใหญ่ของไทย เช่น MQDC, Sansiri, AP Thai, Origin ฯลฯ
✨ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
✨ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property
✨ได้รับรางวัล Best Smart Agency 2025 จาก Livinginsider
✨ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service
📍บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด
📍บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด
📍บริการบริหารและจัดการคอนโด

📍LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs

📍Tel : 089-986-0202
📍Youtube : @amberrealty

📍Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

📍เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/p

เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป และความสำคัญของ “สุขภาพ” มีมากขึ้นหลังยุคโควิด กระแส คอนโด Wellness จึงกลายเป็นเทรนด์ใหญ่ในตลาดอสังหาฯ ปีล่าสุด ทั้งในกลุ่มคนทำงานที่ต้องการพื้นที่อยู่สบาย ไปจนถึงนักลงทุนที่ต้องการสินทรัพย์ที่มีคุณค่าเพิ่มขึ้นในอนาคต

แต่คอนโด Wellness คืออะไร? และการออกแบบเพื่อสุขภาพมีองค์ประกอบใดที่น่าสนใจ?

 

  1. คอนโดWellness คืออะไร?

คอนโด Wellness คือ โครงการที่ออกแบบโดยคำนึงถึงสุขภาพของผู้อยู่อาศัยอย่างครบด้าน ทั้งสุขภาพกาย, สุขภาพใจ, สุขภาพสิ่งแวดล้อม โดยเน้นสภาพแวดล้อมที่ดีต่อร่างกาย ลดผลกระทบจากมลภาวะ และสร้างไลฟ์สไตล์สุขภาพให้เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน

คอนโด ลักษณะนี้มักมีมูลค่าเพิ่มสูง เพราะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการ “อยู่ดี – สุขภาพดี – ใช้ชีวิตมีคุณภาพ”

 

  1. ปัจจัยออกแบบเพื่อสุขภาพที่เป็นหัวใจของ Wellness Condo
    • การระบายอากาศที่ดี / ระบบ Air Quality Control โครงการ Wellness ส่วนใหญ่จะมีระบบกรอง5, Ventilation System, Air Flow ที่ออกแบบให้ลมไหลเวียน เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรคและฝุ่น
    • พื้นที่สีเขียวและธรรมชาติในอาคาร Green Area ช่วยลดความเครียดและทำให้ผู้อยู่อาศัยได้พักสายตา เช่น สวนลอยฟ้า, Pocket Garden, Green Wall รวมถึงการออกแบบให้แสงธรรมชาติเข้าได้เต็มที่
    • วัสดุปลอดภัย / ปลอดสารระเหย (Low VOC Materials) วัสดุหลายประเภท เช่น สีทาผนัง ไม้ปูพื้น อาจมีสารระเหยที่กระทบสุขภาพ โครงการ Wellness มักเลือกใช้ Low VOC / Non-toxic Materials
    • ฟังก์ชันออกกำลังกายครบวงจร ส่วนกลางต้องมากกว่า “ฟิตเนสธรรมดา” เช่น Yoga Studio, Co-Wellness Space, Jogging Track, Hydrotherapy Pool, Meditation Room เป็นแนวคิดที่เห็นบ่อยในโครงการระดับกลาง–พรีเมียม
    • การออกแบบที่ลดความเครียด (Mental Wellness) แสง สี เสียง และ Layout ภายในห้องถูกออกแบบให้ช่วยลดความกังวล เช่น โทนสีเอิร์ธโทน

 

  1. ระบบเก็บเสียง ห้องที่มีมุมพักผ่อนชัดเจน ออกแบบให้มีพื้นที่ Private Space

 

  1. ทำไมเทรนด์ Wellness Condo กำลังเติบโต?

3.1 คนทำงาน Work From Home มากขึ้น ต้องการพื้นที่ที่ช่วยลดความเหนื่อยล้าและเพิ่ม productivity

3.2 คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ทั้งเรื่องอากาศ การออกกำลังกาย และ Well-being โดยรวม

3.3 ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คอนโด Wellness เหมาะกับ Active Senior ที่ต้องการอยู่ใกล้เมือง

3.4 มูลค่าเพิ่มทางการลงทุนสูง คอนโดสุขภาพมี Demand สูง ค่าเช่าดีกว่า และเป็นสินทรัพย์ที่ “ตอบโจทย์คุณภาพชีวิต” ซึ่งไม่เสื่อมมูลค่าเร็ว

 

  1. คอนโด Wellness เหมาะกับใคร?

 

สรุปส่งท้าย คอนโด Wellness ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คืออนาคตของการอยู่อาศัย จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป วิกฤตฝุ่น PM2.5 และความต้องการชีวิตที่สมดุล เทรนด์คอนโด Wellness จึงเติบโตต่อเนื่อง และกลายเป็นจุดขายสำคัญของหลายโครงการ การออกแบบเพื่อสุขภาพไม่ใช่เพียงการมีฟิตเนสหรือสวน แต่ต้องครอบคลุมทั้งอากาศ แสง วัสดุ สี เสียง และไลฟ์สไตล์ทั้งหมดของผู้อยู่อาศัย

 

 

𝐀𝐦𝐛𝐞𝐫 𝐈𝐧𝐭𝐞𝐫𝐧𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐑𝐞𝐚𝐥𝐭𝐲
คู่คิด ข้างคุณ เรื่องคอนโด
บริษัทเอเจนต์คอนโดให้บริการโดยทีมงาน
ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
การันตีด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี
เราให้บริการแบบ One Stop Service
เกี่ยวกับคอนโดมิเนียม แก่ลูกค้าทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน
สิงคโปร์ เป็นต้น ได้รับการยอมรับ
และทำงานร่วมกันกับ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
เจ้าใหญ่ของไทย เช่น MQDC, Sansiri, AP Thai, Origin ฯลฯ
✨ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
✨ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property
✨ได้รับรางวัล Best Smart Agency 2025 จาก Livinginsider
✨ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service
📍บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด
📍บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด
📍บริการบริหารและจัดการคอนโด

📍LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs

📍Tel : 089-986-0202
📍Youtube : @amberrealty

📍Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

📍เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/p

การเลือกซื้อคอนโด ไม่ว่าจะเพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อลงทุนปล่อยเช่า “ทำเล” เป็นปัจจัยที่สร้างความต่างได้ชัดเจนที่สุด เพราะทำเลดีสามารถเพิ่มมูลค่าในอนาคต และทำให้ปล่อยเช่าได้ง่าย วันนี้เรารวม 5 ทำเลทอง ที่คนซื้อคอนโดนิยมมากที่สุด ที่เหมาะทั้งอยู่เองและลงทุน

 

  1. ทำเลสุขุมวิท – อโศก – พร้อมพงษ์ ศูนย์กลางธุรกิจระดับพรีเมียม

ทำเลสุขุมวิทตอนกลางถือว่าเป็น ทำเลทำเงิน และเป็นที่ต้องการสูงสุดของคนทำงาน บริษัทต่างชาติ และชาวต่างชาติที่อยากเช่าคอนโดในกรุงเทพฯ จุดเด่นคือ

ข้อดีการลงทุน ค่าเช่าเฉลี่ยสูงสุดในกรุงเทพฯ อัตราครองเช่ามากกว่า 90% ในหลายโครงการ

 

  1. ทำเลทองหล่อ – เอกมัย lifestyle zone ที่ต่างชาติชอบ

ทองหล่อ–เอกมัยเป็นย่านที่มีคาเฟ่, โรงเรียนอินเตอร์, คลินิก และร้านอาหารระดับพรีเมียม ทำให้เป็นทำเลในฝันของทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ จุดเด่นคือ

ข้อดีการลงทุน ค่าเช่าสูงมาก เหมาะสำหรับสายลงทุนระดับบน

 

  1. ทำเลพระราม 9 – รัชดา New CBD ที่เติบโตเร็วที่สุด

พระราม 9–รัชดา ถือเป็น ศูนย์กลางธุรกิจใหม่ (New CBD) ที่มีสำนักงานใหญ่หลายแห่ง เช่น G Tower, Unilever, True Digital Park (West) รวมถึงอาคารออฟฟิศจำนวนมาก จุดเด่น คือ

ข้อดีการลงทุน ความต้องการเช่าจากพนักงานออฟฟิศและต่างชาติสูงมาก เติบโตต่อเนื่อง

 

  1. ทำเลบางนา – ลาซาล – แบริ่ง ทำเลอนาคตใกล้สนามบินและแลนด์มาร์คใหม่

บางนาเป็นทำเลอนาคตที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วเพราะมีเมกะโปรเจ็กต์จำนวนมาก เช่น

ข้อดีการลงทุน ราคาคอนโดยังจับต้องได้ง่ายกว่าโซนกลางเมืองมาก แต่มีอนาคตเติบโตสูง

 

  1. ทำเลพหลโยธิน – ลาดพร้าว ทำเลที่อยู่อาศัยที่ครบทุกด้าน

ย่านนี้เป็น ทำเลคอนโดที่อยู่อาศัยยอดนิยม เพราะมีความสะดวกครบตั้งแต่ห้าง, โรงเรียน, รถไฟฟ้า MRT และ BTS จุดเด่นคือ

ข้อดีการลงทุน เป็นแหล่งพักอาศัยจริงของคนเมือง ปล่อยเช่าได้ง่าย ราคาไม่แรงเกินไป

 

สรุปส่งท้าย ทำเลดี = คอนโดขายง่าย-ปล่อยเช่าง่าย-มูลค่าเพิ่มต่อเนื่อง และนี่คือ 5 ทำเลทอง ที่เรานำมาฝากกัน เพราะการเลือกทำเลคอนโดถือเป็นการ “วางแผนกำไร” ในอนาคต ถ้าเลือกทำเลทองที่มีรถไฟฟ้า แหล่งงาน และศักยภาพการเติบโต ก็จะทำให้คอนโดมีมูลค่าเพิ่มและปล่อยเช่าได้ง่ายขึ้น

 

𝐀𝐦𝐛𝐞𝐫 𝐈𝐧𝐭𝐞𝐫𝐧𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐑𝐞𝐚𝐥𝐭𝐲
คู่คิด ข้างคุณ เรื่องคอนโด
บริษัทเอเจนต์คอนโดให้บริการโดยทีมงาน
ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
การันตีด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี
เราให้บริการแบบ One Stop Service
เกี่ยวกับคอนโดมิเนียม แก่ลูกค้าทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน
สิงคโปร์ เป็นต้น ได้รับการยอมรับ
และทำงานร่วมกันกับ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
เจ้าใหญ่ของไทย เช่น MQDC, Sansiri, AP Thai, Origin ฯลฯ
✨ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
✨ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property
✨ได้รับรางวัล Best Smart Agency 2025 จาก Livinginsider
✨ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service
📍บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด
📍บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด
📍บริการบริหารและจัดการคอนโด

📍LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs

📍Tel : 089-986-0202
📍Youtube : @amberrealty

📍Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

📍เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/p

5 เช็กลิสต์ เลือก เอเจนต์อสังหา แบบมือโปร ปลอดภัย ไม่โดนหลอก เพราะทุกดีลอสังหาฯ มูลค่าสูงจึงต้องการ “เอเจนต์มืออาชีพ”เพื่อปิดดีลได้อย่างมั่นใจไร้กังวล

การซื้อหรือขายที่อยู่อาศัยเปรียบเสมือนการเดินทางบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยรายละเอียด ตั้งแต่การเลือกทำเล การประเมินราคา การเตรียมเอกสาร ไปจนถึงการเจรจาต่อรอง ทุกขั้นตอนล้วนมีทั้งความเสี่ยงและความยุ่งยาก โดยเฉพาะผู้ซื้อ–ผู้ขายมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์
จุดนี้เองทำให้ “เอเจนต์อสังหา” กลายเป็นตัวเลือกที่ผู้บริโภคจำนวนมากหันมาพึ่งพา เพราะช่วยลดเวลา ลดความผิดพลาด และเพิ่มโอกาสปิดดีลอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การเลือกเอเจนต์ไม่ได้ง่ายเสมอไป ผู้บริโภคยังคงกังวลเรื่องค่าคอมมิชชั่น ความโปร่งใส และความน่าเชื่อถือ

Amber จึงสรุป 5 เช็กลิสต์สำคัญ สำหรับการเลือกเอเจนต์ให้ “ปลอดภัย ตรงปก และไว้ใจได้” เพื่อให้การทำธุรกรรม คอนโดราบรื่นตั้งแต่ต้นจนจบ

1. เลือกเอเจนต์ที่มีใบอนุญาตและเอกสารรับรอง
จุดเริ่มต้นของความสบายใจ คือ การตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น เอเจนต์ที่ดีต้องมีใบอนุญาตจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย ผ่านการสอบวัดความรู้และจรรยาบรรณขั้นพื้นฐาน รวมถึงผ่านการอบรมเสริมทักษะอย่างต่อเนื่อง

หลายแพลตฟอร์มรวมถึง Amber มีระบบ “Agent Verification” พร้อมสัญลักษณ์สีเขียว Verified เพื่อยืนยันตัวตนและข้อมูลการติดต่ออย่างโปร่งใส ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ว่าเอเจนต์ที่เลือกนั้นเป็นมืออาชีพและตรวจสอบได้

2. เอเจนต์ซี่ที่ดีต้องมีอินไซต์ตลาด
ประสบการณ์ คือ หัวใจสำคัญของเอเจนต์มือโปร ตั้งแต่ความรู้ด้านประเภทอสังหา ราคาตลาด ไปจนถึงแนวโน้มความต้องการในแต่ละพื้นที่ ข้อมูลเฉพาะของทำเล เช่น จุดแข็งจุดอ่อนของโครงการ หรือกลุ่มลูกค้าที่เหมาะสม จะช่วยให้เอเจนต์แนะนำได้ตรงจุดมากขึ้น อินไซต์เหล่านี้ยังช่วยผู้ซื้อวางแผนลงทุนได้รอบคอบ และช่วยผู้ขายตั้งราคาได้แข่งขันในตลาดจริง

3. บุคลิกภาพดี ทักษะเจรจาเยี่ยม
เอเจนต์ เป็นหน้าตาในการเจรจาดีล การมีบุคลิกที่เป็นมิตร รับฟัง พร้อมอธิบายข้อมูลอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมาจึงเป็นสิ่งจำเป็น ความสามารถในการประสานงานและต่อรองอย่างมืออาชีพช่วยสร้าง “จุดลงตัว” ให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายพึงพอใจร่วมกัน
เอเจนต์ที่มีประสบการณ์จะรู้จังหวะการพูดคุย และรู้วิธีจัดการความต้องการที่แตกต่างของแต่ละฝ่ายเพื่อให้ธุรกรรมเดินหน้าอย่างราบรื่น

4. วางกลยุทธ์การตลาดอย่างมืออาชีพ
เอเจนต์ยุคใหม่ ทำหน้าที่มากกว่าคนกลาง แต่เป็นทั้งนักวิเคราะห์และนักวางแผนการตลาด ข้อมูลด้านทำเล คู่แข่ง และราคาตลาดจะถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อกำหนดกลยุทธ์ ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ พร้อมออกแบบโปรโมชั่นเร่งการตัดสินใจซื้ออย่างเหมาะสม การตลาดที่ดีช่วยให้ผู้ขายเข้าถึงผู้ซื้อที่ใช่ได้เร็วขึ้น และเพิ่มโอกาสปิดการขายในระยะเวลาอันสั้น

5. เชี่ยวชาญเอกสารและกฎหมาย ซื้อ–ขายไม่สะดุด
ธุรกรรมอสังหาฯ เต็มไปด้วยเอกสาร ตั้งแต่การตรวจสอบสถานะทรัพย์ การทำสัญญาจะซื้อจะขาย การกู้สินเชื่อ ไปจนถึงการโอนกรรมสิทธิ์ เอเจนต์ที่มีความรู้เฉพาะด้านกฎหมาย เช่น กฎหมายที่ดิน อาคารชุด ภาษี และค่าธรรมเนียม จะช่วยให้เจ้าของทรัพย์เตรียมเอกสารได้ครบถ้วน ลดโอกาสผิดพลาดและประหยัดเวลาอย่างมาก

นอกจากนี้ เอเจนต์ที่สังกัดบริษัทมักมีความน่าเชื่อถือและฐานข้อมูลลูกค้าที่มากกว่า ทำให้เข้าถึงผู้ซื้อที่ตรงกลุ่มได้เร็วยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันเอเจนต์อิสระที่มีเครือข่าย Co-Agent ก็สามารถเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างทีมงาน เพื่อขยายโอกาสปิดดีลเช่นกัน ช่องทางที่หลากหลายทำให้ผู้ขาย–ผู้ซื้อมีตัวเลือกเพิ่มขึ้น และทำให้กระบวนการซื้อขายมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สรุปส่งท้าย การเลือก เอเจนต์อสังหา คุณภาพดี คือ การลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงในธุรกรรมที่มีมูลค่าสูง ก่อนตัดสินใจใช้บริการเจ้าไหน ควรตรวจสอบให้มั่นใจอีกครั้ง ตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติของเอเจนต์อย่างละเอียด หากยังไม่มั่นใจ สามารถเลือกใช้เอเจนต์ที่ผ่านการยืนยันตัวตนจากระบบ “Agent Verification” เพื่อความสบายใจสูงสุดในทุกขั้นตอน เพราะการตัดสินใจเรื่องคอนโด ไม่ได้เป็นเพียงดีล แต่เป็นการลงทุนในความปลอดภัย และอนาคตของทั้งครอบครัวนั่นเองค่ะ…

 

𝐀𝐦𝐛𝐞𝐫 𝐈𝐧𝐭𝐞𝐫𝐧𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐑𝐞𝐚𝐥𝐭𝐲
คู่คิด ข้างคุณ เรื่องคอนโด
บริษัทเอเจนต์คอนโดให้บริการโดยทีมงาน
ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
การันตีด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี
เราให้บริการแบบ One Stop Service
เกี่ยวกับคอนโดมิเนียม แก่ลูกค้าทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน
สิงคโปร์ เป็นต้น ได้รับการยอมรับ
และทำงานร่วมกันกับ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
เจ้าใหญ่ของไทย เช่น MQDC, Sansiri, AP Thai, Origin ฯลฯ
✨ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
✨ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property
✨ได้รับรางวัล Best Smart Agency 2025 จาก Livinginsider
✨ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service
📍บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด
📍บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด
📍บริการบริหารและจัดการคอนโด

📍LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs

📍Tel : 089-986-0202
📍Youtube : @amberrealty

📍Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

📍เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/p

ภาษีและค่าใช้จ่ายที่นักลงทุนคอนโดต้องรู้ ก่อนตัดสินใจซื้อ–ปล่อยเช่า

ทำไมต้องรู้เรื่องภาษีและค่าใช้จ่ายก่อนลงทุนคอนโด? สำหรับนักลงทุนคอนโด ต้นทุนที่แท้จริงไม่ได้มีแค่ “ราคาซื้อห้อง” แต่ยังรวมถึง ภาษี ค่าโอน ค่าบำรุง ค่าปล่อยเช่า และค่าใช้จ่ายรายปี ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ “กำไรสุทธิ”

รู้ก่อน = คำนวณผลตอบแทนได้แม่นยำ
รู้ช้า = กำไรหาย ต้นทุนบานโดยไม่รู้ตัว

 

1) ค่าใช้จ่ายตอนซื้อคอนโด

  1. ค่าโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer Fee)

 

  1. ค่าจดจำนอง (Mortgage Registration Fee)

หากกู้ธนาคาร

ตัวอย่าง กู้ 2,000,000 บาท → ค่าจดจำนอง 20,000 บาท

 

  1. ค่าธรรมเนียมสินเชื่อจากธนาคาร

อาจมี ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์, ค่าประกันอัคคีภัย, ค่าธรรมเนียมจัดการสินเชื่อ รวมๆ แล้ว ~5,000–20,000 บาท

  1. ค่ากองทุนส่วนกลาง (Sinking Fund)

จ่ายครั้งแรกตอนโอน จะอยู่ที่ประมาณ 300–600 บาท/ตร.ม. เพื่อใช้ซ่อมแซมใหญ่ในอนาคต เช่น สระว่ายน้ำ ลิฟต์ ระบบไฟฟ้า

 

  1. ค่าบำรุงส่วนกลางรายปี (Common Fee)

ค่าเฉลี่ย 40–80 บาท/ตร.ม./เดือน นักลงทุนต้องคิดรวมในต้นทุนรายปีเสมอ เพราะลดกำไรจากค่าเช่าโดยตรง

 

2) ภาษีและค่าใช้จ่ายตอนถือครอง

  1. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

สำหรับคอนโดที่ปล่อยเช่า → ถือว่าเป็น อสังหาเพื่อการพาณิชย์ อัตราภาษีประจำปีประมาณ 0.3% – 1.2% ของมูลค่าประเมิน ตามที่แต่ละท้องถิ่นกำหนด เช่น คอนโดราคา 3,000,000 บาท → ภาษีประมาณ 9,000–36,000 บาท/ปี

 

  1. ประกันภัยอัคคีภัยและทรัพย์สิน (ไม่บังคับแต่ควรมี)

เฉลี่ย 1,500–4,000 บาท/ปี ช่วยคุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินและความเสี่ยงจากผู้เช่า

 

  1. ค่าซ่อมบำรุง–เปลี่ยนอุปกรณ์

ค่าใช้จ่ายประจำปีที่ต้องกันงบไว้ เช่น สีซีด ห้องชำรุด, เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์, ซ่อมแอร์, เปลี่ยนผ้าม่าน ควรเผื่อไว้ปีละ 5,000–20,000 บาท ขึ้นกับรูปแบบการปล่อยเช่า

 

3) ภาษีจากรายได้การปล่อยเช่า

การปล่อยเช่า = มีรายได้จากทรัพย์สิน ต้องเสียภาษี 2 ประเภท

  1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (จากค่าเช่า)

คิดตามฐานภาษีของผู้รายงานรายได้ รายได้ค่าเช่าสามารถ หักค่าใช้จ่ายเหมาได้ 30%

ตัวอย่าง รายได้ค่าเช่าปีละ 120,000 → หักเหมา 36,000 → เหลือรายได้สุทธิ 84,000 บาท

 

  1. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (สำหรับผู้เช่าบางประเภท)

กรณีผู้เช่าเป็นบริษัท → ต้องหัก ณ ที่จ่าย 5% เช่น ค่าเช่า 10,000 บาท → โอนจริง 9,500 บาท (บริษัทนำ 500 บาทไปยื่นภาษี)

 

4) ค่าใช้จ่ายตอนขายคอนโด

  1. ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax – SBT) ถ้าถือครองน้อยกว่า 5 ปี → ต้องเสียภาษี ในอัตรา: 3.3% ของราคาประเมิน หรือราคาขาย (สูงกว่า)
  2. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) คิดตามช่วงเงินได้ (ภาษีแบบขั้นบันได) คิดจากราคาประเมินกรมที่ดิน
  3. ค่าอากรแสตมป์ (Stamp Duty) 0.5% ของราคาประเมินหรือราคาขาย (สูงกว่า) ยกเว้น ถ้าจ่าย SBT → ไม่ต้องจ่ายอากรแสตมป์

 

สรุปส่งท้าย ภาษีและค่าใช้จ่ายที่นักลงทุนคอนโดต้องรู้  หรือต้นทุนจริงของนักลงทุนคอนโด ต้นทุนคอนโด = ราคาซื้อ + ค่าโอน + ค่าจดจำนอง + ค่าส่วนกลาง + ภาษีที่ดิน + ภาษีปล่อยเช่า + ค่าใช้จ่ายซ่อมแซม + ภาษีตอนขาย นักลงทุนควรจัดงบประมาณให้ครบทุกส่วน เพื่อไม่ให้กำไรจริงน้อยกว่าที่คาดไว้

 

𝐀𝐦𝐛𝐞𝐫 𝐈𝐧𝐭𝐞𝐫𝐧𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐑𝐞𝐚𝐥𝐭𝐲
คู่คิด ข้างคุณ เรื่องคอนโด
บริษัทเอเจนต์คอนโดให้บริการโดยทีมงาน
ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
การันตีด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี
เราให้บริการแบบ One Stop Service
เกี่ยวกับคอนโดมิเนียม แก่ลูกค้าทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน
สิงคโปร์ เป็นต้น ได้รับการยอมรับ
และทำงานร่วมกันกับ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
เจ้าใหญ่ของไทย เช่น MQDC, Sansiri, AP Thai, Origin ฯลฯ
✨ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
✨ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property
✨ได้รับรางวัล Best Smart Agency 2025 จาก Livinginsider
✨ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service
📍บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด
📍บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด
📍บริการบริหารและจัดการคอนโด

📍LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs

📍Tel : 089-986-0202
📍Youtube : @amberrealty

📍Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

📍เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/p