เป็นหนี้นอกระบบ กู้ซื้อคอนโด มีโอกาสกู้ซื้อหรือไม่? คำถามสำคัญที่ลูกเพจของเราส่งเข้ามา… ถ้า เป็นหนี้นอกระบบ แล้วอยากจะขอสินเชื่อ เพื่อกู้ซื้อคอนโด ยังมีโอกาสผ่านไหม?

ความฝันของหลายๆคน คือ การมีคอนโดเป็นของตัวเอง แต่สำหรับบางคน การมี หนี้นอกระบบ อยู่ในชีวิตก็อาจทำให้รู้สึกว่า “ความฝันนี้อาจเป็นไปไม่ได้” แต่ความจริงแล้ว ยังมีปัจจัยหลายอย่างที่สถาบันการเงินพิจารณา ซึ่งหนี้นอกระบบอาจไม่ใช่อุปสรรคเสมอไป

 

แล้วหนี้นอกระบบคืออะไร?

หนี้นอกระบบ คือ หนี้ที่ไม่ได้กู้จากสถาบันการเงินที่ถูกกฎหมาย เช่น ธนาคาร หรือไฟแนนซ์ แต่เป็นหนี้จากบุคคลทั่วไป หรือแหล่งเงินกู้นอกระบบ เช่น นายทุน ปล่อยเงินกู้นอกระบบ ไม่อยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย

ข้อเสียของหนี้นอกระบบ คือ ไม่มีหลักประกันทางกฎหมาย, ดอกเบี้ยสูงผิดกฎหมาย, ไม่มีประวัติเครดิตที่ตรวจสอบได้ในระบบของสถาบันการเงิน

 

💬 เป็นหนี้นอกระบบ กู้ซื้อคอนโดได้ไหม?

คำตอบคือ “มีโอกาสได้” แต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่ธนาคารจะพิจารณา ดังนี้

 

  1. รายได้และความสามารถในการชำระหนี้

หากคุณมีรายได้ประจำที่มั่นคง มีเอกสารแสดงรายรับชัดเจน เช่น สลิปเงินเดือน หรือรายได้จากธุรกิจ ธนาคารอาจมองข้ามภาระหนี้นอกระบบได้

 

  1. ประวัติทางการเงิน (เครดิตบูโร)

หนี้นอกระบบจะไม่แสดงใน เครดิตบูโร แต่ถ้าคุณไม่มีหนี้เสียหรือประวัติค้างชำระกับธนาคารอื่น โอกาสกู้ผ่านยังมีอยู่

 

  1. สัดส่วนหนี้ต่อรายได้ (Debt Service Ratio)

ธนาคารมักกำหนดว่าสัดส่วนการผ่อนชำระหนี้ทั้งหมดต้องไม่เกิน 40-50% ของรายได้รวม ถ้ารวมภาระหนี้นอกระบบแล้วยังอยู่ในเกณฑ์ ก็มีโอกาสอนุมัติ

 

  1. การปิดหนี้นอกระบบก่อนยื่นกู้

หากคุณสามารถปิดหนี้นอกระบบก่อนยื่นขอสินเชื่อ จะช่วยเพิ่มโอกาสมากขึ้น เพราะทำให้รายจ่ายต่อเดือนลดลง และธนาคารจะเห็นว่าคุณมีวินัยทางการเงิน

 

เคล็ดลับเพิ่มโอกาสกู้ผ่าน แม้มีหนี้นอกระบบ คือ จัดการหนี้นอกระบบให้หมดหรือเหลือน้อยที่สุด, เตรียมเอกสารรายได้ให้ครบถ้วน, อย่าให้มีประวัติค้างชำระกับสถาบันการเงินอื่น, มีเงินออมและวางแผนผ่อนชำระล่วงหน้า

 

ทางเลือกอื่นๆ หากธนาคารไม่อนุมัติ ยังมีทางเลือกอื่น เช่น

 

สรุปส่งท้าย เป็นหนี้นอกระบบ กู้ซื้อคอนโด มีโอกาสกู้ซื้อหรือไม่? คำตอบคือ… มีโอกาสเป็นไปได้สูง หนี้นอกระบบเป็นหนี้ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการขอกู้ซื้อคอนโด แต่มีผลต่อความสามารถในการผ่อนชำระค่างวดโดยตรง ซึ่งทางที่ดีที่สุดนั้น หากต้องการจะขอกู้ซื้อคอนโดจริงๆ ให้ปลอดภัยและเสี่ยงน้อยที่สุด ผู้ขอกู้ควรเคลียร์หนี้นอกระบบให้หมดเสียก่อน ซึ่งก็อาจจะวางแผนชะลอการขอกู้ซื้อคอนโดออกไป และเข้าขอรับคำปรึกษากับธนาคาร ขอกู้เงินในระบบจากธนาคารมาเคลียร์หนี้นอกระบบให้หมด เพื่อให้เสียดอกเบี้ยกับธนาคารในระบบที่ถูกกว่าและปลอดภัยมากกว่า จากนั้นจึงค่อยวางแผนการเงิน เพื่อที่จะขอกู้ซื้อคอนโดในภายหลัง ซึ่งแน่นอนว่าก็สามารถปรึกษากับธนาคาร เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดร่วมกันได้นั่นเอง…

 

สำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดที่ตอบโจทย์อยู่ Amber International Realty ช่วยคุณได้ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย

ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property

ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service

>>> บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด

>>> บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด

>>> บริการบริหารและจัดการคอนโด

LINE@ : https://lin.ee/KOsTUWR

Tel : 089-986-0202

Youtube : @amberrealty

Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

 

เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/projects/

 

#ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ

กู้ซื้อคอนโด 30 ปี vs เช่าคอนโดระยะยาว เลือกแบบไหนดี? การตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย หลายคนลังเลระหว่าง “กู้ซื้อคอนโดแบบผ่อน 30 ปี” กับการ “เช่าคอนโดอยู่แบบยืดหยุ่น” แล้วแบบไหนคุ้มค่ากว่าในระยะยาว? บทความนี้ Amber ชวนมาวิเคราะห์ทั้งสองทางเลือก เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

การซื้อคอนโดด้วยการกู้สินเชื่อ เป็นหนึ่งในเรื่องที่หลายคนมองว่าเป็นการลงทุน เพราะเมื่อผ่อนคอนโดจนครบ คอนโดก็จะเป็นของเพื่อนๆ โดยสมบูรณ์ และมีโอกาสที่ราคาคอนโดจะเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งอาจช่วยสร้างมูลค่าให้แก่ทรัพย์สิน แต่ในอีกมุมหนึ่ง การกู้เงินซื้อคอนโดก็เป็นภาระทางการเงินระยะยาวที่ต้องรับผิดชอบเช่นกันค่ะ

และค่าใช้จ่ายหลักๆ ในการกู้ซื้อคอนโด ที่ Amber ลิสต์มาให้มีดังนี้

  1. เงินดาวน์ – ปกติแล้วธนาคารจะให้กู้เงินซื้อคอนโดได้ประมาณ 80-90% ของราคาคอนโด หมายความว่าเพื่อนๆ ต้องมีเงินดาวน์เองก่อน 10-20% ของราคาคอนโด แต่ปัจจุบันมีมาตรการผ่อนปรน และลดหย่อน ที่สามารถกู้ซื้อได้เต็มราคา เงื่อนอื่นๆ ตามไปอ่านต่อได้ที่บทความของ Amber : https://amber-international.com/ltv-2025/
  2. ค่างวดผ่อนคอนโด ประกอบด้วยเงินต้นและดอกเบี้ย โดยดอกเบี้ยคอนโดอาจเปลี่ยนแปลงตามอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร
  3. ค่าธรรมเนียมการกู้ รวมถึงค่าประเมินราคาคอนโด, ค่าธรรมเนียมจดจำนอง และค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์
  4. ค่าประกันภัยคอนโด หลายธนาคารบังคับให้ทำประกันอัคคีภัย หรือประกันภัยความเสี่ยงอื่นๆ เพิ่มเติม
  5. ค่าซ่อมแซมและดูแลรักษาคอนโด ไม่ว่าจะเป็นค่าส่วนกลาง ค่าล้างแอร์ หรือเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ค่าใช้จ่ายพวกนี้มักจะมาแบบไม่ทันตั้งตัว

 

ข้อดีของการกู้ซื้อคอนโด 30 ปี

 

ข้อเสียของการกู้ซื้อคอนโด

 

ข้อดีของการเช่าคอนโด

 

ข้อเสียของการเช่าคอนโด

 

สรุปส่งท้าย กู้ซื้อคอนโด 30 ปี vs เช่าคอนโดระยะยาว เลือกแบบไหนดี? ถ้าคุณมีรายได้มั่นคง และวางแผนระยะยาว การกู้ซื้อคอนโด 30 ปีอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะ เพราะเมื่อครบสัญญา คุณจะได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์เต็มตัว และอาจมีมูลค่าเพิ่มในอนาคต แต่ถ้าคุณต้องการความยืดหยุ่น หรือยังไม่แน่ใจว่าอยากอยู่ในทำเลนี้ไปอีกนานหรือไม่? การเช่าคอนโดจะเหมาะกว่า เพราะลดความเสี่ยงและภาระหนี้สินระยะยาว

 

สำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดที่ตอบโจทย์อยู่ Amber International Realty ช่วยคุณได้ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย

ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property

ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service

>>> บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด

>>> บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด

>>> บริการบริหารและจัดการคอนโด

LINE@ : https://lin.ee/KOsTUWR

Tel : 089-986-0202

Youtube : @amberrealty

Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

 

เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/projects/

 

#ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ

เมื่อผู้เช่าแจ้งย้ายออกจากคอนโด เจ้าของห้องควรมี เช็คลิสต์ ตรวจรับคอนโด เมื่อคนเช่าย้ายออก เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงใช้เป็นหลักฐานในการพิจารณาคืนเงินประกันความเสียหาย บทความนี้จะพาคุณเช็ค 8 รายการสำคัญก่อนรับห้องคืน

สิ่งที่หลายคนมักปวดหัว เมื่อพูดถึงเรื่องคอนโดให้เช่า คือ ตอนที่หาคนเช่าและตอนคนเช่าย้ายออก เพราะเจ้าของห้องส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรวจสอบจากตรงไหนก่อนดี บางคนสำรวจไม่ถี่ถ้วน ไม่ละเอียดพอ ทำให้มาเจอจุดที่ต้องซ่อมแซมในภายหลัง จะไปปรับคนเช่าย้อนหลังก็ไม่ได้ ต้องเสียค่าใช้จ่ายซ่อมเอง มานั่งเสียดายทีหลัง

ทำไมต้องทำเช็คลิสต์เพื่อตรวจสอบก่อนคนเช่าย้ายออก?

เพราะเจ้าของอคนโดหลายราย มักพลาดเวลาต้องตรวจรับบ้านเมื่อผู้เช่าย้ายออก ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเอง ซึ่งการทำเช็คลิสต์สำหรับการตรวจสอบจะช่วยให้ง่ายและสามารถลำดับความสำคัญในการตรวจรับบ้านได้ง่ายขึ้น ไม่พลาดทุกจุดสำคัญที่ต้องตรวจ และยุติธรรมกับทั้ง 2 ฝ่ายเพราะมีการระบุเอาไว้อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร

อะไรคือ เซ็คลิสต์ตรวจรับคอนโด? หลังผู้เช่าออก! ก็คือ รายการสำหรับตรวจสอบความเรียบร้อยและความเสียหายก่อนผู้เช่าย้ายออก เพื่อให้เจ้าของห้องลำดับความสำคัญของการตรวจสอบได้ถูกต้อง ซึ่งควรแนบไปกับสัญญาเช่าเพื่อให้เข้าใจตรงกันว่า เมื่อถึงเวลาที่ย้ายออก เจ้าของห้องจะตรวจอะไรบ้าง และหากมีข้อใดที่ไม่เรียบร้อย สามารถหักออกจากค่ามัดจำเป็นจำนวนเงินตามที่ตกลงกันเอาไว้ ทั้งนี้เจ้าของห้องแต่ละคนสามารถออกแบบเช็คลิสต์ที่ต่างกันออกไปได้ ตามแต่จะเห็นว่าประเด็นใดสำคัญ ซึ่งจะขอยกตัวอย่างเช็คลิสต์ที่สำคัญๆไว้ดังนี้

  1. โทรแจ้งล่วงหน้า 3-5 วัน เพื่อให้เจ้าของมาตรวจห้อง และคืนเงินค่ามัดจำคอนโด
  2. ทำความสะอาดและคืนห้องในสภาพเดิม เหมือนตอนวันแรกที่ส่งบ้านให้ผู้เช่า (รวมถึงเรื่องการทาสีให้เป็นสีเดิมเหมือนวันแรกที่เข้าอยู่)
  3. ผนัง พื้น เพดาน ต้องไม่มีรอยขีดข่วน หรือ รอยขีดเขียนใดๆ
  4. ขนย้ายทรัพย์สินส่วนตัวของผู้เช่าออกจากห้องจนหมด ไม่เหลือของใดๆ ให้เจ้าของบ้านต้องขนย้ายออกไปเอง และไม่มีขยะหรือสิ่งปฏิกูลทิ้งไว้ในห้อง
  5. อุปกรณ์ใดที่เจ้าของห้องจัดไว้ให้ ต้องอยู่ในสภาพเดิม ไม่ชำรุดเสียหาย และยังสามารถใช้ได้ เช่น เครื่องครัว, เครื่องใช้ไฟฟ้า (เจ้าของต้องทดสอบเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกตัวที่จัดไว้ให้) และคืนในจำนวนที่ครบถ้วน ไม่สูญหาย รวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าและสายไฟอยู่ในสภาพใช้งานได้ ไฟทุกดวงจะต้องเปิด-ปิดปกติ และไม่มีการถอดหลอดไฟออกไป
  6. ประตู หน้าต่าง อยู่ในสภาพใช้การได้ สามารถปิด-เปิดได้ปกติ ไม่ชำรุดเสียหาย
  7. ก๊อกน้ำและระบบประปาใช้งานปกติ ไม่รั่วซึม อยู่ในสภาพเหมือนตอนเข้าอยู่วันแรก ห้องน้ำ สุขภัณฑ์สามารถใช้งานได้ปกติ ไม่ชำรุดเสียหาย
  8. คืนกุญแจ (และรีโมทประตูบ้าน ถ้ามี) ครบถ้วนทุกดอก

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเช็คลิสต์เบื้องต้นที่เจ้าของห้องพึงมี แต่ทั้งนี้สำหรับค่าปรับหรือการหักเงินค่ามัดจำ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสภาพห้อง นอกจากนี้เจ้าของคอนโดต้องนึกถึงความเหมาะสมของการหักค่ามัดจำด้วย เพราะทรัพย์สินอย่างอย่างเสียหายเนื่องจากความเสื่อมโทรมตามกาลเวลา หรืออายุการใช้งานนาน ไม่ใช่ความเสียหายที่เกิดจากตัวผู้เช่าทำให้เสียหาย

ดังนั้นเมื่อเกิดกรณีนี้ขึ้น ผู้เช่าต้องแจ้งให้เจ้าของห้องรับทราบทุกครั้งที่มีทรัพย์สินหรืออุปกรณ์เสียหายภายในบ้าน เช่น ฝ้ารั่ว, สายไฟขาด, ปลวกขึ้น เพื่อให้เจ้าของห้องเข้ามาแก้ปัญหาได้ในตอนนั้นทันที ไม่ปล่อยให้ล่วงเลยมาจนถึงวันที่ต้องคืนห้อง นั่นเท่ากับว่า “ผู้เช่าละเลย เพิกเฉย ไม่ใส่ใจที่จะดูแลรักษาห้องเช่า”

 

สรุปส่งท้าย การมีเช็คลิสต์ ตรวจรับคอนโด เมื่อคนเช่าย้ายออก เป็นการป้องกันทั้งสองฝ่ายจากความเข้าใจผิดและข้อพิพาทภายหลัง ควรทำการตรวจสอบพร้อมผู้เช่า มีหลักฐานชัดเจน เช่น รูปถ่าย หรือใบลงนามร่วมกัน เพื่อความยุติธรรมและเป็นมืออาชีพ

 

สำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดที่ตอบโจทย์อยู่ Amber International Realty ช่วยคุณได้ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย

ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property

ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service

>>> บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด

>>> บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด

>>> บริการบริหารและจัดการคอนโด

LINE@ : https://lin.ee/KOsTUWR

Tel : 089-986-0202

Youtube : @amberrealty

Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

 

เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/projects/

 

#ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ

สัญญาณเตือนอสังหาริมทรัพย์ เข้าสู่ วิกฤตหนี้ บ้านคอนโดทะลุ 2.32 แสนล้าน ‘เครดิตบูโร’ ชี้หนี้เสียพุ่ง 16.5% สะท้อนภาวะ ผ่อนไม่ไหว จาก“ทรัพย์สิน” สู่ “ภาระหนี้”

ในวันที่ความฝันเรื่อง “บ้าน หรือ คอนโด” กำลังถูกบดบังด้วยภาวะ “หนี้” ตัวเลขใหม่จาก เครดิตบูโร ได้เผยให้เห็นสัญญาณเตือนที่น่ากังวลของตลาดที่อยู่อาศัยในไทย เมื่อยอด หนี้เสีย (NPLs) กลุ่มบ้านขคอนโดในไตรมาส 1 ปี 2568 พุ่งทะลุ 232,008 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 16.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กลายเป็นแรงสะท้อนถึงภาวะการเงินที่ตึงตัวในระดับครัวเรือน ที่กำลังส่งผลสั่นสะเทือนต่อระบบสินเชื่อที่อยู่อาศัย

 

บ้าน-คอนโด จาก“ทรัพย์สิน” สู่ “ภาระหนี้”

ไม่บ่อยนักที่สินเชื่อบ้าน-คอนโด จะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในหัวข้อหนี้เสียที่ต้องจับตา เพราะตามธรรมชาติแล้ว “บ้าน-คอนโด” มักเป็นทรัพย์สินก้อนสุดท้ายที่ลูกหนี้จะยอมให้หลุดมือ ทว่า…ในไตรมาสที่ผ่านมา กลับพบว่า… จำนวนบัญชีหนี้เสียในกลุ่มบ้าน-คอนโด เพิ่มขึ้นเป็น 156,644 บัญชี เพิ่มขึ้น 6.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่เพียงแค่บ่งชี้ว่าภาระหนี้บ้านกำลังไหลเข้าสู่พื้นที่สีแดงของระบบการเงิน แต่ยังสะท้อนถึง “ความเปราะบางเชิงโครงสร้าง” ของเศรษฐกิจครัวเรือนที่แม้แต่สินทรัพย์มั่นคงอย่างบ้าน ยังเริ่มถูกสั่นคลอน
หนี้รวม 13.5 ล้านล้าน “บ้าน” กลับเป็นหนี้เสียเพิ่มขึ้น

จากตัวเลขรวมของเครดิตบูโร ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2568 พบว่า… หนี้ครัวเรือนภายใต้ระบบเครดิตบูโรมีมูลค่ารวมถึง 13.5 ล้านล้านบาท โดยกลุ่มสินเชื่อที่อยู่อาศัยยังครองสัดส่วนสูงสุดที่ 5.12 ล้านล้านบาทเทียบปีต่อปีพิ่มขึ้น 2.5%

แม้สินเชื่อบ้าน-คอนโด จะยังเติบโต แต่สิ่งที่น่าห่วง คือ อัตราหนี้เสียรวมของระบบพุ่งแตะ 8.8% จากเดิม 8.0% ในปีก่อนหน้า โดยหนี้เสียกลุ่มบ้านที่เพิ่มขึ้นถึง 16.5% กลายเป็นแรงฉุดภาพรวมที่ไม่อาจมองข้าม!

เนื่องมาจากโครงสร้างรายได้ ไม่สอดรับ “ภาระหนี้”

การเพิ่มขึ้นของยอดการปรับโครงสร้างหนี้ก่อนเป็น NPLs (Debt Restructuring หรือ DR) คือ อีกหนึ่งสัญญาณสะท้อนวิกฤตการณ์ที่ค่อยๆ ก่อตัว โดยไตรมาสนี้ยอด DR กลุ่มบ้านเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 34.4% (QoQ) หรือคิดเป็น 395,833 ล้านบาทเป็นระดับที่สูงเป็นอันดับสอง รองจากกลุ่มสินเชื่อรถ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

 

นั่นหมายความว่า ผู้กู้จำนวนมากเริ่มรู้ตัวว่า “ผ่อนไม่ไหว” และต้องเจรจาขอผ่อนปรนกับสถาบันการเงิน ซึ่งแม้จะเป็นสัญญาณบวกในเชิงการป้องกัน NPLs แต่ก็ชี้ให้เห็นว่า “แรงอึดทางการเงิน” ของคนจำนวนไม่น้อยกำลังถึงขีดจำกัด

ท่ามกลางสัญญาณลบ ก็ยังมีจุดที่น่าจับตาในเชิงบวก เช่น กลุ่มหนี้ที่ค้างชำระระยะสั้น (SM) ในกลุ่มบ้าน-คอนโดข ซึ่งมีมูลค่าลดลง 2.5% อยู่ที่ 182,018 ล้านบาท จากเดิม 186,593 ล้านบาท บ่งชี้ถึงความพยายามของทั้งสถาบันการเงินและลูกหนี้ในการรักษาระดับหนี้ไม่ให้ไหลสู่ NPLs

นอกจากนี้ การปรับโครงสร้างหนี้หลังกลายเป็นหนี้เสีย (TDR) ก็ยังคงอยู่ในระดับที่ “ควบคุมได้” โดยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.9% อยู่ที่ 299,783 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการขยับที่ไม่หวือหวา หากเทียบกับแรงเหวี่ยงของปัญหาภายนอก

ความรุนแรงของวิกฤตหนี้เสียกลุ่มบ้าน-คอนโด อาจยังไม่ถึงจุดพีค แต่แนวโน้มนี้สะท้อนถึงโจทย์ใหม่ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นคือการกลับมาทบทวน “ราคาขาย” “เงื่อนไขการกู้” และ “การพัฒนาโครงการ” ให้สอดคล้องกับกำลังซื้อจริงในตลาด ไม่เช่นนั้น บ้าน-คอนโด ที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคง อาจกลายเป็นต้นเหตุของความทุกข์ในระดับครัวเรือน  เมื่อบ้านในฝัน หรือ ภาระในชีวิต

 

วิกฤตหนี้บ้าน-คอนโด ในไตรมาสแรกของปีนี้ อาจเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของปัญหาที่กำลังซ่อนตัวอยู่ใต้ผิวน้ำ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างเปราะบาง ค่าใช้จ่ายที่พุ่งสูง และรายได้ที่ไม่ทันความเปลี่ยนแปลง ความท้าทายของทุกฝ่ายไม่ใช่แค่ควบคุม NPLs ให้อยู่ในกรอบเท่านั้น… แต่คือการสร้างระบบที่เอื้อให้ประชาชน “มีบ้าน มีคอนโด” ได้ โดยไม่ต้องแลกด้วยความไม่มั่นคงในชีวิตระยะยาว

 

สรุปส่งท้าย วิกฤตหนี้ ที่เกิดขึ้น สะท้อนภาวะคนเริ่ม ผ่อนไม่ไหว จากทรัพย์สิน ที่มีกลับกลายเป็นภาระหนี้เสีย และด้วยเหตุนี้เอง คนรุ่นใหม่ทั้ง Gen Y Gen Z ถึงเลือกที่จะเช่ามากกว่าซื้อบ้านหรือคอนโด เพื่อไม่มีภาระผูกมัดระยะยาวนั่นเองค่ะ…

 

สำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดที่ตอบโจทย์อยู่ Amber International Realty ช่วยคุณได้ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย

ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property

ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service

>>> บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด

>>> บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด

>>> บริการบริหารและจัดการคอนโด

LINE@ : https://lin.ee/KOsTUWR

Tel : 089-986-0202

Youtube : @amberrealty

Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

 

เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/projects/

 

#ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ

เมื่อคนรุ่นใหม่เลือกที่ เช่า แทน “ซื้อ” เพราะชีวิตต้องการความยืดหยุ่นมากกว่าภาระหนี้สินยาวนาน เทรนด์นี้ไม่ได้สะท้อนแค่พฤติกรรมของผู้บริโภค แต่ยังเปิดโอกาสใหม่ให้กับนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในวันที่ตลาดกำลังมองหาทางรอด จากความไม่แน่นอน เมื่ออสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้เป็น “บ้านของฉัน” แต่กลายเป็น “แหล่งสร้างผลตอบแทน”

 

ผลสำรวจ เผยให้เห็นพฤติกรรมที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Gen Y กว่า 66% เทใจเลือก “เช่า” แทน “ซื้อ” ที่อยู่อาศัย

และเทรนด์นี้สอดคล้องกับข้อมูลของ SCB EIC ที่ระบุว่า… การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ลดลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจุดเปลี่ยนของตลาดอสังหาฯ ที่ผู้ซื้อไม่ได้ต้องการ “ครอบครอง” อีกต่อไป

3 เหตุผลที่การ “เช่า” คือ คำตอบของคนรุ่นใหม่

เหตุผลแรก เพราะชีวิตไม่หยุดนิ่ง จึงไม่ต้องยึดติดที่อยู่ Gen Z และ Gen Y เติบโตมากับโลกที่เปลี่ยนเร็ว ไลฟ์สไตล์เคลื่อนที่ โยกย้ายงาน หรือเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ทุกปี “การเช่า” จึงเป็นทางเลือกที่ให้ความยืดหยุ่น และสอดคล้องกับชีวิตมากกว่าภาระหนี้บ้านระยะยาว

กลุ่มคนรุ่นใหม่มีสัดส่วนเช่ามากถึง 66% โดยเป็นผู้หญิงกว่า 60% มีสถานะโสด และมีกำลังจ่ายค่าเช่าเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 5,000 – 10,000 บาท โดยปัจจัยในการเลือกเช่าจะอยู่ที่ความสะดวกสบายในการเดินทาง ราคาค่าเช่าที่ไม่สูงเกินไป มีสภาพแวดล้อมที่ดี มีพื้นที่ส่วนกลางที่ตอบโจทย์กับรูปแบบการใช้ชีวิต และมีที่จอดรถทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์

เหตุผลที่สอง เศรษฐกิจไม่แน่นอน รายได้ไม่มั่นคง ในโลกที่ค่าใช้จ่ายสูง รายได้แปรผัน และความมั่นคงการเงินยังคลุมเครือ คนรุ่นใหม่ไม่อยากแบกหนี้สินก้อนใหญ่ “การเช่า” คือ ทางเลือกที่ช่วยให้จัดการการเงินได้ง่ายกว่า ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน ที่กระทบกับความสามารถในการสร้างรายได้ในระยะยาว เป็นปัจจัยที่ทำให้ คนใน Gen Z และ Gen Y ที่มีรายได้ไม่แน่นอน หรือไม่มั่นใจความสามารถในการสร้างรายได้ในอนาคต จึงไม่มีความพร้อมในการที่จะสร้างภาระหนี้ระยะยาว การเช่าจึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สถานะทางการเงินของคนกลุ่มนี้มากกว่า

เหตุผลที่สาม เงินลงทุนมีทางเลือกหลากหลาย Gen Z และ Gen Y เรียนรู้การลงทุนจาก Finfluencer ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ทำให้มีพอร์ตลงทุนหลากหลาย ทั้งหุ้น กองทุน ทอง คริปโต ฯลฯ ที่ให้ผลตอบแทนเร็วกว่า และไม่ผูกเงินไว้กับอสังหาฯ ที่อาจขายต่อยาก

และผลสำรวจดังกล่าวข้างต้น สร้างโอกาสให้นักลงทุนอสังหาฯ ลงทุนเพื่อรองรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จนเกิดเป็นโมเดลธุรกิจ “ซื้อเพื่อปล่อยเช่า” กำลังกลายเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ โดยมีโอกาสสร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 4 – 9% ต่อปี จากคอนโดระดับราคา 1–2 ล้านบาท ให้เช่าเดือนละ 5,000 – 10,000 บาท

ในวันที่ดอกเบี้ยเงินฝากต่ำ และหุ้นมีความเสี่ยงสูง ตลาดอสังหาฯ เพื่อปล่อยเช่า จึงตอบโจทย์ทั้ง “รายได้ประจำ” และ “ความเสี่ยงต่ำ” โดยเฉพาะหากนักลงทุนเลือกโครงการที่ออกแบบมาเพื่อการอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ เช่น

นอกจากนี้ ยังมีโมเดล สำหรับนักลงทุนรายย่อย ที่สามารถซื้อห้องชุดแล้วให้บริษัทจัดหาผู้เช่าและบริหารการปล่อยเช่าให้ พร้อมการันตีผลตอบแทน เปลี่ยนอสังหาฯ จากสินทรัพย์ “ไม่สภาพคล่อง” ให้กลายเป็น “สินทรัพย์ทำเงิน”

จากผู้เช่า… สู่ยุคของผู้ปล่อยเช่ามืออาชีพ ตลาดที่อยู่อาศัยไม่ได้ถูกกำหนดโดย “คนอยากมีบ้าน” อีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ “คนอยากมีรายได้จากบ้าน” เพราะการมาถึงของยุค Gen Z และ Gen Y คือ จังหวะใหม่ของนักลงทุนอสังหาฯ ที่ไม่ต้องมองหาแค่ผู้ซื้ออีกต่อไปเพราะในวันที่คนรุ่นใหม่ไม่ซื้อ แต่พร้อมจ่ายค่าเช่าทุกเดือน “อสังหาฯ ปล่อยเช่า” คือ โอกาสที่จับต้องได้จริงในยุคเงินเฟ้อ ความผันผวน และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

 

สรุปส่งท้าย คนรุ่นใหม่ หันมา เช่า ที่อยู่อาศัยแทนการซื้อ เนื่องจากต้องการความยืดหยุ่น มีชีวิตอิสระ มากกว่าต้องแบกรับภาระในระยะยาว การลงทุนอสังหาริมทรัพย์กลายเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของคนชอบลงทุน และสำหรับใครที่สนใจลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือกำลังมองหาทำเลน่าสนใจสำหรับการซื้อ ขาย หรือเช่า อย่าลืมนึกถึง Amber International Realty บริษัทเอเจ้นท์คอนโดให้บริการโดยทีมงาน ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 📑การันตีด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี

 

สำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดที่ตอบโจทย์อยู่ Amber International Realty ช่วยคุณได้ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย

ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property

ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service

>>> บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด

>>> บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด

>>> บริการบริหารและจัดการคอนโด

LINE@ : https://lin.ee/KOsTUWR

Tel : 089-986-0202

Youtube : @amberrealty

Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

 

เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/projects/

 

#ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ

เทรนด์คอนโดปี 2568 ตลาดคอนโดมิเนียมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ที่ผู้ซื้อไม่ได้มองแค่ “ราคาต่อตารางเมตร” อีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับ คุณค่าโดยรวม ทั้งด้านคุณภาพชีวิต การออกแบบ ฟังก์ชัน และการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ณ สิ้นไตรมาสแรกของปี 2568 แม้ปีนี้จะไม่เริ่มต้นด้วยการเคลื่อนไหวที่ร้อนแรงหรือแรงกระเพื่อมในวงการอสังหาริมทรัพย์ตามที่หลายฝ่ายคาดหวัง แต่ตัวเลขที่ปรากฏในช่วง 3 เดือนแรกของปีที่ผ่านมา กลับซ่อนสัญญาณสำคัญของการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างที่อาจกำหนดอนาคตของตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ไปอีกหลายปีข้างหน้า แม้จะไม่มีข่าวฮือฮา หรือยอดขายแบบ sold out ภายในไม่กี่วันเหมือนในอดีต บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึก เทรนด์คอนโดล่าสุดปี 2568 ที่นักพัฒนาและนักลงทุนต้องรู้!

ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า… ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ปี 2568 มีการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งหมด 14 โครงการ ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมทั้งหมดประมาณ 19,837 ล้านบาท ด้วยอุปทานเปิดขายใหม่ทั้งหมด 5,656 ยูนิต ปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าถึง 72.1% แต่พบว่า… จากอุปทานเปิดขายใหม่ทั้งหมดสามารถขายได้เพียง 2,110 ยูนิต คิดเป็นอัตราการขายเฉลี่ย 37% เท่านั้น!

แม้จะยังไม่เรียกว่า “แย่” ในเชิงตัวเลข ถือว่าห่างไกลจากภาพของตลาดคอนโดมิเนียมในยุคทอง ที่อัตราการขายช่วงเปิดตัวเคยพุ่งสูงถึง 60–70% อย่างต่อเนื่อง และตัวเลขเหล่านี้ ไม่ใช่เพียงข้อมูลธรรมดา

นี่คือ กระจกสะท้อนความเป็นจริงชุดใหม่ที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญอย่างตรงไปตรงมา ความเป็นจริงที่ผู้บริโภคไม่ได้ตัดสินใจซื้อจากแค่ราคาถูกหรือทำเลใกล้รถไฟฟ้าอีกต่อไป แต่เปลี่ยนมาเป็นดีมานด์เฉพาะกลุ่มที่มองหาสิ่งที่ตอบโจทย์เฉพาะตัวมากกว่า ผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ มีพฤติกรรมที่แตกต่าง

นั่นหมายความว่า ในยุคที่ตลาดไม่ใช่ผู้ขายเป็นฝ่ายเลือกอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นผู้ซื้อเป็นผู้มีอำนาจตัดสินอย่างแท้จริง ผู้พัฒนาจึงต้องยกระดับความเข้าใจผู้บริโภคให้ลึกขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่การแข่งขันไม่ใช่เรื่องของ“ใครเปิดก่อน ใครถูกกว่า” แต่คือ “ใครเข้าใจความต้องการของลูกค้ามากกว่ากัน” และ “ใครสามารถเปลี่ยนโครงการหนึ่งให้กลายเป็นการใช้ชีวิตที่คนอยากเป็นเจ้าของ

ดังนั้น ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ปี 2568 ไม่ใช่ตลาดที่ใครเข้ามาก็ขายได้อีกต่อไป หากไม่มีจุดขายที่ชัดเจน เข้าไม่ถึงกลุ่มเป้าหมาย และไม่มีความเข้าใจในบริบทใหม่ของผู้บริโภค โครงการเหล่านั้นจะถูกกลืนหายไปในตลาดที่แน่นขนัดด้วยตัวเลือก ในวันที่ลูกค้าไม่ได้เลือกแค่ “คอนโด” แต่เลือก “ชีวิต” ที่ต้องการ การเข้าใจความฝันของเขาให้ได้ก่อน คือ จุดเริ่มต้นของการขายที่ยั่งยืน

 

คอนโด ที่วัดจาก คุณค่าที่จับต้องได้” มากกว่าราคาที่ถูกที่สุด

แม้สภาพเศรษฐกิจยังท้าทาย แต่ผู้ซื้อยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพมากกว่าการประหยัดต้นทุน

ตัวอย่างของคุณค่าที่คนมองหา : วัสดุคุณภาพสูงที่ยั่งยืน, ฟังก์ชันที่ยืดหยุ่น เช่น พื้นที่ทำงาน Work From Home, ระบบ Smart Home ที่ใช้งานได้จริง, บริการหลังการขายที่ใส่ใจ

และด้วยไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ คอนโดต้องตอบโจทย์มากกว่าที่อยู่อาศัย ผู้บริโภคยุค 2568 คาดหวังมากกว่าการมี “ห้องพัก” แต่ต้องการที่พักที่ช่วย “เติมเต็มชีวิต” เช่น Co-working space & Co-living lounge, Fitness แบบครบวงจร + Wellness Zone, Pet-friendly space, ระบบจัดการพัสดุแบบอัตโนมัติ

แม้ทำเลใจกลางเมืองจะยังเป็นที่สนใจ แต่ในปี 2568 ไม่จำเป็นต้อง “ใจกลางเมือง” ขอแค่ “ใช้ชีวิตได้จริง” ทำเลทองแบบใหม่ คือ พื้นที่ที่สามารถใช้ชีวิตได้ โดยไม่ต้องเดินทางไกล

อีกทั้ง Sustainability และ Green Living คือ “มาตรฐานใหม่” ของคอนโดที่ออกแบบอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจะได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระบบประหยัดพลังงาน พื้นที่สีเขียวภายในโครงการการจัดการขยะและน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพ วัสดุก่อสร้างที่ยั่งยืน ทุกปัจจัยล้วนมีผลต่อการตัดสินใจทั้งสิ้น

 

การลงทุนคอนโดปี 2568 ต้องเน้น “ปล่อยเช่าง่าย อยู่เองได้”

แม้แนวโน้มการลงทุนอสังหาจะไม่หวือหวาเหมือนอดีต แต่ “คอนโดที่อยู่เองได้ดี ปล่อยเช่าง่าย” ยังคงมีดีมานด์สูง คอนโดขนาด 1-2 ห้องนอน มีพื้นที่ใช้สอยคุ้มค่า โครงการที่บริหารจัดการดี มีบริการครบ ค่าใช้จ่ายส่วนกลางสมเหตุสมผล นักลงทุนมักมองหาคอนโดที่ “ขายออกง่าย + ปล่อยเช่าไว” จะช่วยลดความเสี่ยงระยะยาว

 

สรุปส่งท้าย เทรนด์คอนโดปี 2568 ไม่ใช่แค่ “ซื้อให้ถูก” แต่ต้อง “ซื้อให้ใช่” เพราะตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2568 กำลังเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ผู้บริโภคไม่ใช่แค่นักลงทุน แต่คือคนที่มองหาความสุขระยะยาวจากการอยู่อาศัย ใครที่เข้าใจพฤติกรรมนี้ก่อน มีโอกาสชนะทั้งยอดขายและความไว้วางใจนั่นเอง…

 

สำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดที่ตอบโจทย์อยู่ Amber International Realty ช่วยคุณได้ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย

ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property

ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service

>>> บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด

>>> บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด

>>> บริการบริหารและจัดการคอนโด

LINE@ : https://lin.ee/KOsTUWR

Tel : 089-986-0202

Youtube : @amberrealty

Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

 

เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/projects/

 

#ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ

อยาก ซื้อคอนโด 5 ล้าน ใกล้รถไฟฟ้าเป็นของตัวเอง แต่ไม่แน่ใจว่า… ต้องมีเงินเดือนเท่าไรถึงจะซื้อได้?

สำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังวางแผนซื้อคอนโดมิเนียมเป็นทรัพย์สินชิ้นแรกในชีวิต ราคาคอนโดประมาณ 5 ล้านบาท ถือว่าเป็นระดับกลางถึงสูงที่หลายคนกำลังเล็งไว้ โดยเฉพาะในทำเลดี ๆ ใจกลางเมืองหรือใกล้รถไฟฟ้า แต่คำถามสำคัญคือ “ต้องมีเงินเดือนเท่าไหร่ถึงจะซื้อคอนโดราคา 5 ล้านได้?” แต่ถ้าคุณได้อ่านบทความนี้ การซื้อคอนโดราคาประมาณ 5 ล้านบาทต้นๆ ถือเป็นเป้าหมายที่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอนค่ะ…

แต่ต้องเตรียมตัวทั้งเรื่องรายได้ เงื่อนไขกู้ยืม รวมถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหลังซื้อ เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องรู้ไว้ก่อนตัดสินใจ บทความนี้จะมาอธิบาย เพื่อเป็นแนบทางให้คุณไปถึงเป้าหมายการเป็นเจ้าของคอนโดได้อย่างตั้งใจ!

 

กู้เงินซื้อคอนโด 5 ล้าน ต้องมีเงินเดือนเท่าไร?

การคำนวณรายได้เป็นขั้นตอนสำคัญในการวางแผนซื้อคอนโด โดยเฉพาะหากต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาหนี้สินเกินตัว

 

ค่าใช้จ่ายที่ต้องเผื่อไว้หลังจากกู้คอนโดผ่าน

พอจะเห็นภาพกันแล้วว่า… หากต้องการซื้อคอนโดในราคา 5 ล้านบาท ควรมีเงินเดือนเท่าไร เพื่อประมาณค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น แต่นอกเหนือจากเรื่องนี้แล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ควรเตรียมไว้ให้พร้อมด้วย ในกรณีที่ขอกู้ซื้อคอนโดผ่านเรียบร้อย

 

แล้วคอนแบบไหนเหมาะกับคุณ? คอนโดมือหนึ่งหรือมือสอง!

การเลือกซื้อคอนโด เป็นการตัดสินใจที่สำคัญมากในชีวิต ซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของผู้ซื้อ แต่หลายคนมักมีคำถามว่า ควรเลือกคอนโดมือหนึ่งหรือมือสองดี เพราะทั้งสองตัวเลือกมีข้อดีที่แตกต่างกัน มาดูรายละเอียดกันเลย

ข้อดีของคอนโดมือหนึ่ง

ข้อดีของคอนโดมือสอง

เลือกแบบไหนเหมาะกับคุณ?

หากคุณต้องการความสะดวกสบายทันสมัย และไม่อยากยุ่งยากกับการซ่อมแซม คอนโดมือหนึ่งอาจเป็นคำตอบ แต่ถ้าหากคุณมองหาทำเลที่ดีในราคาย่อมเยา และสามารถรับมือกับค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ปรับปรุงซ่อมแซมได้ คอนโดมือสองก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

แต่ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ควรพิจารณาความต้องการส่วนตัวและงบประมาณที่ตั้งไว้ด้วย เพื่อให้คุณได้คอนโดที่เหมาะสมกับชีวิตและการเงินมากที่สุด

 

สรุปส่งท้าย ซื้อคอนโด 5 ล้าน ควรมีเงินเดือนอย่างน้อย 85,000 บาทขึ้นไป และมีประวัติการเงินดี ไม่มีหนี้สินอื่นที่หนักจนเกินไป หากคุณมีเป้าหมายนี้ในใจ ลองวางแผนการเงินล่วงหน้า และเริ่มเก็บเงินดาวน์ไว้ตั้งแต่วันนี้ จะช่วยให้การมีบ้านในฝันเป็นจริงได้เร็วขึ้น 

ข้อมูลอ้างอิง : เงินเดือน 30,000 บาท กู้ซื้อบ้านได้ไหม กู้ได้เท่าไร คำนวณได้อย่างไร?. จากเว็บไซต์ของ K-Property

 

สำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดที่ตอบโจทย์อยู่ Amber International Realty ช่วยคุณได้ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย

ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property

ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service

>>> บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด

>>> บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด

>>> บริการบริหารและจัดการคอนโด

LINE@ : https://lin.ee/KOsTUWR

Tel : 089-986-0202

Youtube : @amberrealty

Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

 

เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/projects/

 

#ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ

 

กำลังจะซื้อบ้านหรือคอนโด แล้วสงสัยว่า… ควร ไปดูบ้านช่วงไหนดี เวลาใด ถึงจะเห็นข้อดีข้อเสียครบ!! เวลาที่ไปดูโครงการจริง มีผลมากกับการตัดสินใจ เพราะบางสิ่งบางอย่างจะ “เห็นชัด” เฉพาะในบางช่วงเวลาเท่านั้น!

บทความนี้ Amber จะพาคุณวิเคราะห์ว่า… ควรไปดูบ้าน-คอนโดช่วงไหนถึงจะ “ดีที่สุด”
ทั้งในแง่แสง เสียง บรรยากาศ และความคึกคักของทำเล

 

  1. ช่วงเวลา ไปดูบ้าน-คอนโด ตอน เช้า vs บ่าย vs เย็น

เช้า (08:00–11:00) – บรรยากาศเงียบสงบ

บ่าย (13:00–16:00) – รู้เลยว่า “แดดจัด” แค่ไหน

เย็น (17:00–19:00) – เช็กสภาพการจราจร-เสียงรบกวน

 

  1. วันในสัปดาห์ ไปดูบ้าน-คอนโด วันธรรมดา vs เสาร์อาทิตย์

วันธรรมดา

วันเสาร์–อาทิตย์

 

  1. ช่วงฤดูกาล หน้าฝนก็ดูบ้าน-คอนโดได้ แถมดีด้วยซ้ำ!

หลายคนคิดว่าหน้าฝนไม่ควรดูบ้าน-คอนโดช่วงนี้ แต่จริงๆ แล้ว… เป็นโอกาสดีมาก! เพราะจะได้เห็น พื้นที่น้ำท่วมไหม?, รางระบายน้ำทำงานดีหรือเปล่า, เพื่อนบ้านมีปัญหาน้ำรั่ว น้ำขังหรือไม่?

ในทางกลับกัน หน้าร้อนจะช่วยให้รู้ว่าห้องอับไหม ระบายอากาศดีหรือเปล่า

หน้าหนาวก็เหมาะกับดูแสงเงาและบรรยากาศโดยรวมของพื้นที่

 

เคล็ดลับเพิ่มเติม : ถ้าสนใจโครงการไหนจริงๆ ให้ลองไปดู 2–3 ช่วงเวลา เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่าง และอย่าลืมสังเกตเสียงรบกวน เช่น เสียงจากถนน, โรงงาน, ร้านค้า ถ่ายรูปและจดบันทึกไว้ทุกครั้งที่ไปดูบ้าน-คอนโด จะได้ไม่สับสนเวลาเปรียบเทียบหลายๆ โครงการ

 

สรุปส่งท้าย ควร ไปดูบ้านช่วงไหนดี การตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยถาวร ควรไปดูบ้าน-คอนโดหลายๆช่วงเวลา จะดีที่สุด เพื่อสังเกตปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้อย่าง แสงแดด เสียงรบกวน การจราจร สภาพแวดล้อมโดยรอบ อีกทั้งการไปดูให้วันธรรมดา และวันเสาร์อาทิตย์อาจจะได้ราคาโปรโมชั่นที่แตกต่างกันก็ได้ ถ้าชอบจริงๆ แนะนำไปดูหลายๆ รอบได้เลยค่ะ และการเลือกช่วงเวลาให้เหมาะ จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น อย่าตัดสินบ้าน-คอนโดจากแค่ภาพรวมช่วงเดียว เพราะบ้าน-คอนโด คือ การอยู่จริงในทุกช่วงเวลา…

 

สำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดที่ตอบโจทย์อยู่ Amber International Realty ช่วยคุณได้ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย

ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property

ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service

>>> บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด

>>> บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด

>>> บริการบริหารและจัดการคอนโด

LINE@ : https://lin.ee/KOsTUWR

Tel : 089-986-0202

Youtube : @amberrealty

Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

 

เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/projects/

 

#ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ

สำหรับมนุษย์เงินเดือนมือใหม่ หรือ First Jobber ที่กำลังอยู่ในช่วงมองหาคอนโดห้องแรก ในราคาหลักล้านต้นๆ คงมีคำถามว่า First Jobber อยู่คอนโด ทำเลไหนดี ที่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า เดินทางง่าย ไปทำงานสะดวก และรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน

“ทำเลใกล้รถไฟฟ้า” ถือเป็นทำเลที่ตอบโจทย์อย่างรอบด้าน บทความนี้ Amber จะพาไปดูถึง 5 ทำเลคอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ สำหรับวัยสร้างตัว

เริ่มต้นชีวิตการทำงาน ก็ต้องเลือกที่อยู่ให้ตอบโจทย์! เมื่อต้องก้าวเข้าสู่โลกของการทำงานเต็มตัว หนึ่งในคำถามที่ First Jobber หลายคนสงสัยก็คือ “จะอยู่คอนโดโซนไหนดี?” โดยเฉพาะถ้าทำงานในกรุงเทพฯ ที่มีทั้งข้อดีเรื่องโอกาสงาน และข้อเสียอย่างปัญหาการจราจร ถ้าเลือกทำเลผิด ชีวิตอาจจะหมดแรงตั้งแต่ยังไม่ถึงที่ทำงานเลยก็ได้

 

และ 5 โซนแนะนำสำหรับ First Jobber ที่กำลังมองหาคอนโด มีดังนี้

  1. อารีย์ – สะพานควาย (สายสีเขียวเข้ม)
  1. พระราม 9 – ห้วยขวาง (MRT สายสีน้ำเงิน)
  1. บางนา – แบริ่ง – สำโรง (สายสีเขียวต่อ BTS)
  1. จตุจักร – ลาดพร้าว (MRT + BTS สายสีเหลือง/น้ำเงิน)
  1. สุขุมวิทตอนต้น – พระโขนง – อ่อนนุช (BTS สายสุขุมวิท)

 

เทคนิคการเลือกคอนโดสำหรับ First Jobber

  1. ใกล้ที่ทำงานหรือใกล้รถไฟฟ้า – ลดเวลาเดินทาง เพิ่มเวลาพักผ่อน
  2. มีร้านค้าและร้านอาหารใกล้ๆ – จะได้ไม่เหนื่อยหลังเลิกงาน
  3. คอนโดไม่ต้องใหม่มาก แต่ปลอดภัย – คุมงบประมาณไว้ เผื่ออนาคตเปลี่ยนงาน
  4. มีพื้นที่ส่วนกลางน่าใช้งาน – ฟิตเนส สระว่ายน้ำ หรือ Co-working Space
  5. เช็คค่าส่วนกลางและค่าใช้จ่ายแฝง – เผื่อไว้ในรายจ่ายประจำ

 

สรุปส่งท้าย เลือกคอนโดในโซนที่ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ = เริ่มต้นชีวิตการทำงานอย่างมีคุณภาพ

การเลือกคอนโดไม่ใช่แค่เรื่องของที่อยู่อาศัย แต่เป็นการลงทุนกับ “คุณภาพชีวิต” โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นทำงาน ถ้า First Jobber อยู่คอนโด ก็ควรเลือกทำเลที่ตอบโจทย์ ก็จะช่วยลดความเครียด เพิ่มความสุข และอาจช่วยให้คุณก้าวหน้าในสายงานได้ไวขึ้นอีกด้วย

 

สำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดที่ตอบโจทย์อยู่ Amber International Realty ช่วยคุณได้ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย

ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property

ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service

>>> บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด

>>> บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด

>>> บริการบริหารและจัดการคอนโด

LINE@ : https://lin.ee/KOsTUWR

Tel : 089-986-0202

Youtube : @amberrealty

Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

 

เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/projects/

 

#ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ

เมื่อผ่อนบ้านไปได้สักพัก หลายคนเริ่มมองหาวิธีลดดอกเบี้ย เพื่อให้ภาระการผ่อนเบาลง และ ประหยัดดอกเบี้ย ในระยะยาว และมีสองทางเลือกยอดฮิต นั่นก็คือ ” รีเทนชั่น (Retention) และ รีไฟแนนซ์ (Refinance)” แต่หลายคนยังสับสนว่า… แบบไหนดีกว่ากัน? ต่างกันตรงไหน? วันนี้ Amber มีคำตอบชัดๆ มาให้ค่ะ!

รีเทนชั่น (Retention) คืออะไร?

รีเทนชั่น คือ การต่อรองอัตราดอกเบี้ย กับธนาคารเดิมที่คุณผ่อนอยู่ เปรียบเหมือนการเจรจาขอลดดอกเบี้ยโดยไม่ต้องย้ายธนาคาร ไม่เสียค่าธรรมเนียม ไม่เสียเวลายื่นเอกสารใหม่เยอะ

ข้อดี

ข้อเสีย

 

รีไฟแนนซ์ (Refinance) คืออะไร?

รีไฟแนนซ์คือ การย้ายภาระหนี้บ้านจากธนาคารเดิม ไปยัง ธนาคารใหม่ ที่ให้ดอกเบี้ยดีกว่า เพื่อประหยัดเงินในระยะยาว

ข้อดี

ข้อเสีย

 

เปรียบเทียบ รีเทนชั่น VSรีไฟแนนซ์

รีเทนชั่น

 

รีไฟแนนซ์

 

แล้วควรเลือกรีเทนชั่นหรือรีไฟแนนซ์?

 

ก่อนตัดสินใจ ลองเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากหลายธนาคาร และลองยื่น “รีเทนชั่น” กับธนาคารเดิมก่อนก็ได้ ถ้าได้ดอกเบี้ยไม่ดีค่อย “รีไฟแนนซ์” ก็ยังทัน!

สรุปส่งท้าย เลือกให้เหมาะกับสถานการณ์ของคุณ การเลือก รีเทนชั่น vs รีไฟแนนซ์ ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของคุณ งบประมาณ ความพร้อมในการจัดการเอกสาร ภาระค่าใช้จ่าย รวมถึงวิธีที่จะ ประหยัดดอกเบี้ย มากที่สุดด้วย สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าปล่อยให้ดอกเบี้ยบ้านแพงอยู่ตลอดไป ทั้งสองวิธีนี้ช่วยให้คุณประหยัดเงินหลักแสนได้ในระยะยาว…

 

สำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดที่ตอบโจทย์อยู่ Amber International Realty ช่วยคุณได้ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property

ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service

>>> บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด

>>> บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด

>>> บริการบริหารและจัดการคอนโด

LINE@ : https://lin.ee/KOsTUWR

Tel : 089-986-0202

Youtube : @amberrealty

Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

เลือกดูโครงการที่ชอบ:  https://amber-international.com/projects/

#ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ

ทำเลอโศก ถือเป็นหนึ่งใน ทำเลศักยภาพสูงสุดของกรุงเทพฯ ที่นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์และผู้ที่มองหาที่อยู่อาศัยใจกลางเมืองต่างให้ความสนใจอยู่เสมอ แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี แต่ “อโศก” ก็ยังคงเป็นชื่อที่สะท้อนถึงความสะดวก สบาย คุ้มค่า และมีอนาคตในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง วันนี้ Amber จะพาคุณมาส่อง 4 จุดแข็งที่ทำให้ แยกอโศก เป็น ทำเลทองตลอดกาล ที่ไม่ควรมองข้าม

 

  1. ศูนย์กลางคมนาคมครบทุกระบบ

อโศก คือ จุดตัดของระบบคมนาคมขนาดใหญ่ ทั้ง

การเดินทางเชื่อมต่อได้หลากหลายทั้ง เข้าเมือง ออกเมือง หรือไปสนามบิน ส่งผลให้พื้นที่นี้เหมาะกับทั้งผู้อยู่อาศัยและสำนักงานธุรกิจ

 

  1. แหล่งรวมอาคารสำนักงาน และศูนย์กลางธุรกิจ (CBD)

อโศก ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ CBD กรุงเทพ (Central Business District) เต็มไปด้วยอาคารสำนักงานชั้นนำ เช่น Exchange Tower, GMM Grammy Place, Interchange 21 ทำให้มีดีมานด์จากกลุ่มพนักงาน นักธุรกิจ และบริษัทข้ามชาติจำนวนมาก ส่งผลต่อค่าเช่าและราคาทรัพย์สินที่ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

 

  1. ใกล้ศูนย์การค้า โรงแรม โรงเรียนอินเตอร์

ทำเลอโศกล้อมรอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมลักชูรี่ เช่น Terminal 21, Robinson สุขุมวิท, โรงเรียน NIST, Wells International School, โรงแรมระดับ 5 ดาวอย่าง The Westin, Sheraton Grande เหมาะทั้งกับครอบครัว นักท่องเที่ยว และกลุ่ม Expat ที่มองหาความสะดวกครบจบในที่เดียว

 

  1. มีศักยภาพในการเติบโตของราคาที่ดิน

ราคาที่ดินย่านอโศก มีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยพื้นที่ที่มีจำกัดและความต้องการสูง โดยข้อมูลจากหลายแหล่งระบุว่า… ราคาต่อตารางวาในพื้นที่นี้สูงเกิน 1 ล้านบาท/ตร.ว. และยังมีแนวโน้มขึ้นอีก ด้วยโครงการพัฒนาใหม่ๆ ทั้งคอนโดมิเนียม สำนักงาน และโรงแรม

 

สรุปส่งท้าย ทำไม ทำเลอโศก ถึงเป็น “ทำเลดีตลอดกาล” ก็เพราะว่า… แยกอโศก เป็นมากกว่าทำเลกลางเมือง เพราะมันคือ ศูนย์กลางของการใช้ชีวิต การลงทุน และการเดินทาง หากคุณกำลังพิจารณาเลือกซื้อ-เช่าคอนโดมิเนียม หรือมองหาที่ดินลงทุนในระยะยาว “อโศก” คือ คำตอบที่ไม่เคยตกยุค

 

สำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดที่ตอบโจทย์อยู่ Amber International Realty ช่วยคุณได้ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property

ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service

>>> บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด

>>> บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด

>>> บริการบริหารและจัดการคอนโด

LINE@ : https://lin.ee/KOsTUWR

Tel : 089-986-0202

Youtube : @amberrealty

Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

เลือกดูโครงการที่ชอบ:  https://amber-international.com/projects/

#ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ

การ ปล่อยเช่า อสังหาริมทรัพย์ เช่น คอนโด บ้าน หรืออาคารพาณิชย์ เป็นหนึ่งในวิธีสร้างรายได้แบบ Passive Income ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีความต้องการเช่าที่อยู่อาศัยสูง แต่เมื่อจะเริ่มปล่อยเช่า หลายคนก็มักจะลังเลว่า… ควรจัดการเองดี หรือควรใช้บริการตัวแทน (Agent) ดีกว่ากัน?

 

ในบทความนี้เราจะพาไปเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของทั้งสองทางเลือก เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

 

ปล่อยเช่าเอง

ข้อดี:

ข้อเสีย:

เสี่ยงเจอผู้เช่าไม่ดี

 

แต่หาก ปล่อยเช่าผ่าน Agent

ข้อดี:

ข้อเสีย:

 

สรุปแล้ว… แบบไหนดีกว่ากันนะ Amber ทำภาพสรุปให้แล้ว เพื่อที่จะเข้าใจได้ง่าย

ปล่อยเช่า อสังหา เอง VS ผ่าน Agent แบบไหนดีกว่ากัน?

การผ่าน Agent เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายและลดความยุ่งยากในทุกขั้นตอน แม้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

ทั้งการ ปล่อยเช่า เองและการใช้บริการเอเจนต์ต่างมีข้อดีและข้อเสียในแบบของตัวเอง หากคุณมีเวลา ความรู้ และความพร้อมในการจัดการรายละเอียดต่าง ๆ การปล่อยเช่าเองอาจช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและให้คุณควบคุมทุกอย่างได้ตามต้องการ แต่ถ้าคุณต้องการความสะดวก ลดภาระงาน และได้รับความช่วยเหลือจากมืออาชีพ การปล่อยเช่าอสังหาฯ ผ่านเอเจนต์ก็เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์

ดังนั้น การเลือกวิธีใดจึงขึ้นอยู่กับความสะดวก ไลฟ์สไตล์ของคุณเองเป็นหลัก และสำหรับใครที่ตัดสินใจแล้วว่าจะลงประกาศ ปล่อยเช่า อสังหาฯ ด้วยตัวเอง คุณก็สามารถใช้บริการ Amber ประกาศขาย/เช่า อสังหาฯ ที่ใช้งานง่ายมากที่สุด มีทีมงานดูแลทุกขั้นตอน

สำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดที่ตอบโจทย์อยู่ Amber International Realty ช่วยคุณได้ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property

ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service

>>> บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด

>>> บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด

>>> บริการบริหารและจัดการคอนโด

LINE@ : https://lin.ee/KOsTUWR

Tel : 089-986-0202

Youtube : @amberrealty

Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

เลือกดูโครงการที่ชอบ:  https://amber-international.com/projects/

#ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ