ผลสำรวจ คนหาบ้าน ในปี 2568 มีแนวโน้มเช่ามากกว่าซื้อจริงหรือไม่?

05

มี.ค. 25

179

ผลสำรวจ คนหาบ้าน ในปี 2568 มีแนวโน้มเช่ามากกว่าซื้อจริงหรือไม่?

ผู้บริโภคในตลาดอสังหาฯ ปี 2568 มีความ ต้องการเช่า มากกว่าซื้อ จริงหรือไม่?

ปัจจุบัน ความท้าทายของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไทย กำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ จากรายงานของ DDproperty ในช่วงต้นปี 2567
พบว่า… กลุ่มที่อยู่อาศัยระดับล่างที่มีราคา 1-3 ล้านบาท ซึ่งครองสัดส่วนถึง 30% ของตลาดทั้งหมด กำลังส่งสัญญาณอันตราย
จากอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่พุ่งสูงถึง 40-50% สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของกำลังซื้อที่แท้จริงในตลาดที่อยู่อาศัยระดับล่าง

และยิ่งไปกว่านั้น… ข้อมูลจากเครดิตบูโรยิ่งตอกย้ำความน่ากังวลของสถานการณ์ เมื่อพบว่าหนี้เสียจากสินเชื่อบ้านกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ซื้อระดับล่างที่เริ่มผ่อนบ้านไม่ไหว อันเนื่องมาจากค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น โดยประมาณ 60-70% ของหนี้ที่มีแนวโน้มจะกลายเป็นหนี้เสีย
หรือคิดเป็นมูลค่าราว 1.2 แสนล้านบาท มาจากกลุ่มผู้กู้ที่ซื้อบ้านในระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง
สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่อาจลุกลามเป็นปัญหาเชิงระบบได้หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที

การเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยยังคง เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญในชีวิตของผู้บริโภคหลายคน นอกจากจะสะท้อนถึงความมั่นคงและความพร้อมทางการเงินของผู้บริโภคแล้ว
ยังสะท้อนภาพรวมให้เห็นถึงการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศอีกด้วย

ดังนั้น เมื่อเศรษฐกิจไทยชะลอตัวอย่างต่อเนื่องในขณะที่อัตราดอกเบี้ยสูงย่อมส่งผลกระทบต่อการวางแผนซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคโดยตรงเช่นกัน
ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เผยว่า… เศรษฐกิจไทยปี 2566 ขยายตัว 1.9% ชะลอตัวจากการขยายตัว 2.5% ในปี 2565
และคาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2567 จะขยายตัวในช่วง 2.2–3.2% (โดยไม่รวมผลของมาตรการดิจิทัลวอลเล็ต) ซึ่งปรับลดลงจากประมาณการครั้งก่อนหน้า
ที่คาดว่าจะขยายตัวในช่วง 2.7-3.7% ถือเป็นการส่งสัญญานให้ผู้บริโภคที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในปีนี้ต้องเตรียมวางแผนทางการเงินอย่างรัดกุมอีกครั้ง

ข้อมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อตลาดที่อยู่อาศัย พบว่า… ภาพรวมความเชื่อมั่นด้านอสังหาริมทรัพย์ของผู้บริโภคชาวไทยมีทิศทางลดลงในทุกด้าน
โดยดัชนีความเชื่อมั่นด้านอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 48% จากเดิม 50% ในรอบก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจและความท้าทายต่างๆ
ยังคงส่งผลกระทบต่อการวางแผนซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะความท้าทายทางการเงินที่เป็นปัจจัยสำคัญส่งผลให้ความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคปรับลดลงตามไปด้วย
โดยลดลงมาอยู่ที่ 59% (จากเดิม 63% ในรอบก่อน) หลังจากผู้บริโภคต้องเผชิญกับความท้าทายทางการเงินทั้งจากค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูง

ผู้บริโภคส่วนใหญ่มองว่า… อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อที่อยู่อาศัยอยู่ในระดับสูง (48%) และสูงมาก (29%) มีเพียง 16% ที่มองว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันมีความเหมาะสมแล้ว
ขณะเดียวกันมีผู้บริโภคเพียง 13% เท่านั้นที่มองว่ารัฐบาลมีความพยายามเพียงพอที่จะช่วยให้ซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองได้ (ลดลงจาก 15% ในรอบก่อน)
เนื่องจากภาครัฐยังคงไม่มีการออกมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม (นอกจากมาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง ที่ต่ออายุมาตรการจนถึงสิ้นปี 2567)

เมื่อพิจารณาความพึงพอใจในสภาพตลาดที่อยู่อาศัยมีการปรับลดลงเช่นกัน โดยลดลงมาอยู่ที่ 63% จากเดิม 65% ในรอบก่อน อย่างไรก็ตามสำหรับในกลุ่มผู้บริโภคที่ยังคงพึงพอใจอยู่
ส่วนใหญ่ 39% เผยว่าพึงพอใจเนื่องจากราคาที่อยู่อาศัยในปัจจุบันยังเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ รองลงมามองว่าตลาดที่อยู่อาศัยมีเสถียรภาพและยืดหยุ่น 37% และเห็นโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว 31%

ขณะที่มุมมองของผู้ที่ไม่พึงพอใจ เกือบ 2 ใน 3 (65%) มองว่า เศรษฐกิจยังไม่ดีเท่าที่ควร ตามมาด้วยอัตราดอกเบี้ยยังไม่ลดลงมาถึงระดับที่คาดหวัง 32% และมองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไม่มีเสถียรภาพ 30%

คนอยากซื้อบ้านน้อยลงในยุคดอกเบี้ยสูง

ผู้บริโภคกว่า 2 ใน 5 (44%) วางแผนซื้อที่อยู่อาศัยในอีก 1 ปีข้างหน้า ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 53% ในรอบก่อนหน้า
ซึ่งถือเป็นสัญญาณสะท้อนให้เห็นว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงไม่ฟื้นตัว สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง
นอกจากนี้ในกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางและล่างยังคงมีความเปราะบางทางการเงินจึงจำเป็นต้องลดการก่อหนี้ใหม่

ในทางกลับกันสัดส่วนของผู้เลือกเช่าที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นถึง 14% (จากเดิม 9%) ส่วนอีก 34% ยังไม่มีการวางแผนซื้อหรือเช่าที่อยู่อาศัยใดๆ
ขณะที่อีก 8% จะรับมรดกที่อยู่อาศัยต่อจากพ่อแม่และผ่อนชำระต่อไปแทน

1 ใน 3 ของคนหาบ้านมีเงินพร้อมซื้อ หวังเพิ่มพื้นที่ส่วนตัว เหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ (44%) ตัดสินใจซื้อที่อาศัยในเวลานี้เนื่องจากต้องการพื้นที่ส่วนตัวมากที่สุด
รองลงมา คือ เลือกซื้อเพื่อการลงทุน 29% และซื้อเพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับพ่อแม่/บุตรหลานให้มากขึ้น 27%

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาความพร้อมทางการเงินของผู้บริโภคพบว่ามีแนวโน้มเติบโตอย่างน่าสนใจ โดย 1 ใน 3 ของผู้ที่วางแผนซื้อที่อยู่อาศัย (33%)
เผยว่ามีเงินออมเพียงพอที่จะซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองแล้ว สัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 24% ในรอบก่อนหน้า
สะท้อนให้เห็นว่า… คนหาบ้านยุคนี้ให้ความสำคัญกับการวางแผนทางการเงินก่อนตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้น หลังจากเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจมาเป็นเวลานาน
ขณะที่ผู้บริโภคเกือบครึ่ง (47%) เผยว่า… เก็บเงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยได้เพียงครึ่งทางเท่านั้น ส่วน 19% ของผู้วางแผนซื้อที่อยู่อาศัยยังไม่ได้เริ่มแผนเก็บเงินใดๆ เลย

เงินเก็บไม่พอ ทำให้คนหันเช่า เหตุผลหลักที่ทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่เลือกเช่าที่อยู่อาศัยนั้น กว่า 3 ใน 5 (61%) เผยว่ายังไม่มีเงินเก็บเพียงพอในการซื้อที่อยู่อาศัยในเวลานี้
ขณะที่เกือบ 2 ใน 5 (38%) มองว่าที่อยู่อาศัยมีราคาแพงเกินไปจึงเลือกเก็บออมเงินแทน และ 27% มองไม่เห็นความจำเป็นหรือความเร่งด่วนที่ต้องซื้อที่อยู่อาศัยตอนนี้
สะท้อนให้เห็นว่าสภาพคล่องทางการเงินยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคไม่พร้อมเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย จึงหันมาเลือกเช่าแทน

เทรนด์ Generation Rent ที่ยังคงได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องด้วยความท้าทายจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ทำให้คนรุ่นใหม่และวัยทำงาน
ไม่ต้องการเพิ่มภาระผูกพันทางการเงินในระยะยาวจากการซื้อที่อยู่อาศัย การเช่าจึงตอบโจทย์เรื่องค่าใช้จ่ายมากกว่า
และยังได้เปรียบในด้านความยืดหยุ่นและคล่องตัวหากต้องการย้ายที่อยู่อาศัยในอนาคต

โดยผู้เช่าส่วนใหญ่ 31% เผยว่า… ได้วางแผนเช่า 2 ปี ก่อนจะซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองในภายหลัง ขณะที่ 1 ใน 3 (33%) ยังไม่แน่ใจว่าจะเช่าต่อไปอีกนานแค่ไหน
เนื่องจากต้องพิจารณาความพร้อมหลายๆ ด้านประกอบกัน

โดยค่าเช่าที่ได้รับความสนใจมากที่สุดอยู่ที่ไม่เกิน 5,000 บาท/เดือน สัดส่วน 48% และมีสัดส่วนที่สูงขึ้นในกลุ่มผู้เช่าปัจจุบันและผู้มีรายได้น้อย
สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อและความสามารถในการใช้จ่ายของผู้เช่าในปัจจุบันที่ยังคงต้องรัดเข็มขัดต่อเนื่อง
รองลงมาคือ 5,001-10,000 บาท/เดือน และ 10,001-15,000 บาท/เดือน (สัดส่วน 39% และ 6% ตามลำดับ)

ผลสำรวจ คนหาบ้าน ในปี 2568 ต้องการเช่า มากกว่าซื้อ

สรุปส่งท้าย ปี 2568 อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่จะเห็นการปรับตัวครั้งใหญ่ทั้งจากฝั่งผู้ประกอบการและผู้บริโภค
โดยผู้บริโภคมีความ ต้องการเช่า มากกว่าซื้อ เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ภายใต้บริบทของตลาดที่ต้องพึ่งพากลไกการสนับสนุนจากภาครัฐมากขึ้น โดยเฉพาะการออกมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง
ให้สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น ควบคู่ไปกับการเร่งแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย
สามารถกลับมาขับเคลื่อนได้อย่างเต็มศักยภาพอีกครั้ง

และด้วยการเพิ่มจำนวนของวัยรุ่น Gen Z ที่มองหาการเช่า มากกว่าการซื้อ ด้วยเหตุผลที่ว่า… ไม่มีภาระผูกมัดย่อมดีกว่า เพราะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ก็เป็นผลต่อการตัดสินใจซื้อนั้นเองค่ะ…

 

สำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดที่ตอบโจทย์อยู่ Amber International Realty ช่วยคุณได้ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property

ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service

>>> บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด

>>> บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด

>>> บริการบริหารและจัดการคอนโด

LINE@ : https://lin.ee/KOsTUWR

Tel : 089-986-0202

Youtube : @amberrealty

Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

เลือกดูโครงการที่ชอบ:  https://amber-international.com/projects/

#ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ

บทความน่าสนใจ

Freehold คืออะไร?

หากจะลงทุนคอนโด เลือก Freehold VS Leasehold ดี ?!

การลงทุนในคอนโดเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับหลายๆ คน แต่ก่อนตัดสินใจซื้อ คุณต้องทำความเข้าใจเรื่อง Freehold คืออะไร? และ Leasehold คืออะไร ให้ดีก่อน เพราะทั้งสองแบบมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป การเลือกให้เหมาะสมกับเป้าหมายการลงทุนของคุณ จะส่งผลต่อผลตอบแทนในระยะยาว Freehold คืออะไร? สิทธิ์การถือครอง: เป็นการถือครองกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์แบบถาวร คุณจะเป็นเจ้าของห้องชุดและส่วนกลางทั้งหมด ข้อดี: มูลค่าเพิ่ม: ราคาคอนโด Freehold มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะยาว เนื่องจากเป็นการถือครองกรรมสิทธิ์แบบถาวร อิสระในการปรับปรุง: คุณสามารถปรับปรุงห้องชุดได้ตามต้องการ มรดกตกทอด: สามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้อื่นหรือทายาทได้ ข้อเสีย: ราคาสูง: ราคาคอนโด Freehold มักสูงกว่า Leasehold ภาษีและค่าธรรมเนียม: มีค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์และภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง Leasehold คืออะไร? สิทธิ์การถือครอง: เป็นการเช่าระยะยาว โดยมีระยะเวลาการเช่าที่กำหนด ข้อดี: ราคาถูกกว่า: ราคาคอนโด Leasehold มักจะถูกกว่า Freehold ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า: ค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์และภาษีต่ำกว่า ข้อเสีย: ไม่ใช่เจ้าของ: คุณไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินอย่างแท้จริง เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่า คุณต้องคืนทรัพย์สินให้เจ้าของ มูลค่าไม่แน่นอน: มูลค่าของคอนโด Leasehold อาจลดลงเมื่อใกล้หมดสัญญาเช่า ข้อจำกัดในการปรับปรุง: อาจมีข้อจำกัดในการปรับปรุงห้องชุด เลือกแบบไหนดี? การเลือก Freehold หรือ Leasehold ขึ้นอยู่กับเป้าหมายการลงทุนของคุณ หากต้องการลงทุนระยะยาวและต้องการสร้างมรดก: Freehold เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า หากมีงบประมาณจำกัดและต้องการลงทุนในระยะสั้น: Leasehold อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ หากต้องการความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนแปลง: Freehold ให้ความยืดหยุ่นมากกว่า   ปัจจัยอื่นๆ ที่ควรพิจารณา ทำเลที่ตั้ง: ทำเลที่ตั้งมีผลต่อมูลค่าของคอนโดทั้งสองแบบ โครงการ: สิ่งอำนวยความสะดวกและคุณภาพของโครงการก็สำคัญ กฎหมายและข้อบังคับ: กฎหมายเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน   การตัดสินใจเลือก Freehold หรือ Leasehold เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ คุณควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เหมาะสมกับตัวคุณมากที่สุด หากใครยังไม่รู้จะเลือก Freehold หรือ Leasehold  แบบไหนดี สามารถทักปรึกษา Amber  เราได้ เรามีทีมงานมีอาชีพค่อยให้ตำปรึกษา และมีห้องหลากหลายรอให้คุณมาจับจองเป็นเจ้าของอยู่ สำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดที่ตอบโจทย์อยู่ Amber International Realty ช่วยคุณได้ ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด บริการบริหารและจัดการคอนโด LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs Tel : 089-986-0202 Youtube : @amberrealty Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty เลือกดูโครงการที่ชอบ:  https://amber-international.com/projects/ #ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ #ลงทุนอสังหา #propertyinvestment #เอเจ้นท์ #Agent #propertyagent

03 ธันวาคม 2024
กรองมาให้แล้ว! ธุรกรรมเกี่ยวกับกรมที่ดิน ผ่านระบบออนไลน์

กรองมาให้แล้ว! ธุรกรรมเกี่ยวกับกรมที่ดิน ผ่านระบบออนไลน์

กรองมาให้แล้ว! ธุรกรรมเกี่ยวกับกรมที่ดิน ที่สามารถทำผ่านระบบออนไลน์ ได้!! ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยเสียเวลา ครึ่งวันค่อนวัน เพื่อทำธุรกรรม ที่ กรมที่ดิน ต่อไปนี้ ไม่ต้องเสียเวลามากขนาดนั้นแล้ว… เพราะ กรมที่ดิน เปิดโอกาสให้คนที่ต้องการซื้อบ้าน ซื้อคอนโด ซื้อที่ดิน หรือแม้แต่การทำธุรกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรมที่ดิน ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SmartLands และ e-QLands ทั้งในระบบ IOS และ Android ฟรี! โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เชื่อมต่อทุกการเข้าถึงและการบริการของกรมที่ดินไว้ช่องทางเดียว เพื่อลดขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และประหยัดเวลาไปได้เยอะ   ก่อนอื่น มาทำความรู้จัก กับแอปพลิเคชัน SmartLands Application   SmartLands Application คือ แอปพลิเคชัน ที่ถูกทำขึ้นโดยกรมที่ดิน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและการบริการต่างๆ ของกรมที่ดินได้ง่าย สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และลดความหนาแน่นในการเดินทางไปทำธุรกรรมที่กรมที่ดิน โดยให้บริการมากสุด 18 รายการ ดังนี้ สารานุกรมที่ดิน ให้ความรู้และสร้างความเข้าใจด้านที่ดินที่สำคัญและจำเป็นสำหรับประชาชน “e-QLands” จองคิว เพื่อยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมและการรังวัดล่วงหน้า LandsMaps เป็นการค้นหารูปแปลงที่ดิน การตรวจสอบราคาประเมินที่ดิน การค้นหาที่ตั้งของสำนักงานที่ดิน การคำนวณภาษีอากร และค่าธรรมเนียมอื่นๆ ขั้นตอนการทำธุรกรรม ณ กรมที่ดิน การค้นหาข้อมูลนิติบุคคลจัดสรรที่ดินอาคารชุด การค้นหาประกาศที่ดิน (e-LandsAnnouncement) การเข้าถึงเว็บไซต์ของกรมที่ดิน การร้องทุกข์-ร้องเรียน ผ่านระบบ e-Contact DC ติดต่อกรมที่ดินผ่าน LINE : @teedin ข่าวการจัดซื้อ-จัดจ้างงาน ของกรมที่ดิน ระบบถาม-ตอบอัตโนมัติ การตรวจสอบค่าใช้จ่ายในการรังวัดที่ดิน โครงการบอกดิน และรายละเอียดต่างๆ ประเมินความพึงพอใจในงานบริการ ค้นหา นสล. หรือ หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง ที่จะมีการปักป้ายที่สาธารณประโยชน์ชัดเจน สามารถตรวจสอบแนวเขตได้ เมื่อมีการบุกรุก หรือลดข้อพิพาทเรื่องแนวเขตที่ดินสาธารณประโยชน์ได้ตามวัตถุประสงค์     ขั้นตอนง่ายๆ จองคิวโอนบ้าน โอนคอนโด ล่วงหน้า ผ่านแอป e-QLands สะดวกกว่าที่เคย!   e-QLands เป็นแอปพลิเคชันที่ถูกพัฒนาขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนที่ต้องการคำขอจองคิวจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมต่างๆ หรือจองคิวรังวัดที่ดินแบบออนไลน์ โดยสามารถจองคิวล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง โดยผู้ที่ต้องการทำธุรกรรมต่างๆ สามารถอัปโหลดเอกสารที่เกี่ยวข้อง ลงไปในแอปฯ เพื่อให้เจ้าหน้าที่กรมที่ดินตรวจสอบความถูกต้อง ก่อนถึงเวลานัดหมายจริง จะได้ประหยัดเวลา ลดขั้นตอนการทำธุรกรรม ณ สำนักงานเขตที่ดิน ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยมีสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครและสาขาอื่นๆ ที่สามารถจองคิวได้ล่วงหน้า ดังนี้ สาขาบางเขน สาขาพระโขนง สาขาบางกอกน้อย สาขาบางกะปิ สาขาหนองแขม สาขามีนบุรี สาขาห้วยขวาง สาขาจตุจักร สาขาธนบุรี สาขาลาดพร้าว สาขาดอนเมือง สาขาบึงกุ่ม สาขาประเวศ สาขาหนองจอก สาขาลาดกระบัง สาขาบางขุนเทียน ทั้งนี้แอป e-QLands  สามารถใช้ยื่นจองคิวฝ่ายทะเบียน จองคิวฝ่ายรังวัด แนบไฟส์เอกสารหรือรูปถ่าย ประกอบการจองคิวแบบออนไลน์ รวมถึงการแจ้งเตือนยื่นจองคิว งานทะเบียนหรือรังวัด แบบเรียลไทม์ 5 วิธีจองคิวทำธุรกรรมต่างๆ ณ กรมที่ดิน ผ่านแอป e-QLands ขั้นตอนการจองคิว พร้อมแนบเอกสาร ให้เจ้าหน้าที่สำนักงานกรมที่ดิน ในเขตต่างๆ ที่เข้าร่วมการจองคิวล่วงหน้า ผ่านแอป e-QLands มี 5 ขั้นตอนดังต่อไปนี้ ดาวน์โหลดแอป e-QLands ผ่านระบบ iOS และ Android ลงทะเบียน พร้อมใส่ข้อมูลส่วนตัว และเข้าระบบ ยื่นคำขอจองคิว พร้อมระบุรายละเอียดติดต่อดังนี้ กรมที่ดิน เขตที่ต้องการติดต่อ วันที่ต้องการไปทำธุรกรรม เลือกประเภทธุรกรรมที่ต้องการดำเนิน ระหว่าง “จองคิวจดทะเบียนสิทธิ” หรือ “จองคิวรังวัดที่ดิน” ระบุเลขที่และประเภทเอกสารสิทธิ / เลขที่ดิน แนบเอกสารที่เกี่ยวข้อง กรณียื่นขอรังวัด สามารถกำหนดวันรังวัดผ่านระบบได้ ตรวจสอบผลการจองคิวพร้อมยืนยัน จากนั้นรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและติดต่อกลับ เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบเอกสาร ที่ผู้ทำธุรกรรมแนบมากับระบบออนไลน์ แจ้งเตือนการติดตามสถานการณ์ยื่นคำขอ และรอติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน หากมีการตรวจสอบพบว่าแนบเอกสารไม่ครบ เจ้าหน้าที่จะทำการแจ้งเตือนเป็นข้อความตอบกลับ เมื่อถึงวัดนัดทำธุรกรรม ณ กรมที่ดินในเขตนั้นๆ แสดงรูปใบจองคิวแก่เจ้าหน้าที่ พร้อมทำธุรกรรมได้เลย แต่หากติดภารกิจ ไม่สามารถมาในวันที่นัดหมายได้ สามารถแจ้งเลื่อนนัดได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้รหัสใหม่ สรุปส่งท้าย ธุรกรรมเกี่ยวกับกรมที่ดิน สามารถทำผ่านระบบออนไลน์ได้แล้ว! ประหยัดเวลา ถูกใจคนรุ่นใหม่ และคนเมืองที่ต้องเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา โดยข้อดีของการทำธุรกรรมที่ดินออนไลน์ คือ สะดวก รวดเร็ว, บางธุรกรรมสามารถทำได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปกรมที่ดินอีกแล้ว, ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย ประหยัดค่าธรรมเนียม, ตรวจสอบข้อมูลได้ง่าย ลดความเสี่ยงถูกฉ้อโกง, ใช้ง่าย เข้าถึงได้ไว ทำธุรกรรมได้ผ่านมือถือ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ได้เลย…   และในยุคที่เราสามารถทำธุรกรรมที่ดินผ่านระบบช่องทางออนไลน์ ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกต่อคนซื้อ ขาย โอนอสังหาฯ เป็นอย่างมาก   สำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดที่ตอบโจทย์อยู่ Amber International Realty ช่วยคุณได้ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทยได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property   ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service >>> บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด >>> บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด >>> บริการบริหารและจัดการคอนโด   LINE@ : https://lin.ee/KOsTUWR Tel : 089-986-0202 Youtube : @amberrealty Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty เลือกดูโครงการที่ชอบ:  https://amber-international.com/projects/   #ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ

21 มกราคม 2025
พาส่องทำเลราคาที่ดิน ที่มีการปรับเพิ่มขึ้น 5-15% ในปี 2568

พาส่องที่ดินทำเลทอง ที่มีการปรับเพิ่มขึ้น 5-15% ในปี 2568

พาส่อง ที่ดินทำเลทอง ราคาที่ดินมีแนวโน้มพุ่งสูง ในปี 2568 โดยคาดว่า… จะมีอัตราการปรับเพิ่มขึ้น 5-15% และเพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจลงทุน หรือเลือกที่อยู่อาศัยใหม่สำหรับผู้คนทั่วไป… วันนี้ Amber Realty ได้รวบรวมข่าวสารมาไว้ให้แล้วค่ะ.. ที่ดินทำเลทอง ที่มีการปรับเพิ่มขึ้น 5-15% ในปี 2568 เทรนด์ราคาที่ดิน ในปี 2568 มีแนวโน้มปรับขึ้นได้ถึง 5-10% สวนทางแนวโน้มเศรษฐกิจ ที่ยังชะลอตัว โดยหากมองภาพรวมจะมีแนวโน้มปรับขึ้นอีก 5-15% ทั่วประเทศไทย และทำเลที่ดินใน 10 ที่ของเมืองกรุงยังเป็นทำเลเดิมๆ อาทิ ชิดลม ถึง เพลินจิต ครองแชมป์ ยืนพื้นที่ ทำเลราคาแพงสุด อัตราซื้อ-ขายตารางวาละ 3.75 ล้าน และในต่างจังหวัดทำเลที่โดดเด่น คือ  จังหวัดเชียงใหม่, จังหวัดนครราชสีมา,จังหวัดชลบุรี, จังหวัดภูเก็ต ปรับขึ้นสูงสุด 5-15% แต่จากการศึกษาและวิเคราะห์ที่ดินจังหวัดภูเก็ต มีแนวโน้มขยับ ปรับราคาแรงแซงกรุงเทพเสียอีก… จากผลการสำรวจของนายปริสุทธิ์ รอดจากภัย ผู้อำนวยการฝ่ายสำรวจวิจัย บริษัท โปรสเปค แอพเพรซัล จำกัด พบว่า… ในปี 2567 ทำเลที่มีราคาซื้อ-ขายสูงสุดในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล 10 อันดับแรก ได้แก่ ถนนชิดลม – เพลินจิต 3,750,000 บาท/ตารางวา ถนนวิทยุ 3,100,000 บาท/ตารางวา ถนนสุขุมวิทตอนต้น 2,940,000 บาท/ตารางวา ถนนสุขุมวิท 21 อโศก 2,730,000 บาท/ตารางวา ถนนสีลม 2,700,000 บาท/ตารางวา ถนนสาทร 2,400,000 บาท/ตารางวา ถนนสุขุมวิท เอกมัย 1,950,000 บาท/ตารางวา ถนนเยาวราช : 1,900,000 บาท/ตารางวา ถนนพญาไท : 1,850,000 บาท/ตารางวา ถนนพหลโยธินตอนต้น : 1,800,000 บาท/ตารางวา โดยที่ดินติดรถไฟฟ้าสายเก่า และสายใหม่ นับเป็น ที่ดินทำเลทอง มีการปรับขึ้นยกแผง ทั้งนี้ ทำเลที่ดินปรับราคาสูงขึ้นอยู่ในทำเลใกล้กับแนวรถไฟฟ้าทั้งสายใหม่และสายเก่า เพราะตอบโจทย์ความสะดวกสบายในการเดินทาง ใกล้แหล่งใช้ชีวิตและใกล้ที่ทำงาน อาทิ เขตทวีวัฒนา บางแค บางพลัด ธนบุรี ตลิ่งชัน ดอนเมือง บางนา วัฒนา สะพานสูง สายไหม มีนบุรี สวนหลวง… และโซนจังหวัดปริมณฑล เช่น อำเภอเมืองนนบุรี อำเภอบางบัวทอง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี อำเภอลำลูกกา อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี และอำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับการขยายตัวของเมือง นอกจากนี้เมืองหลัก หรือ เมืองท่องเที่ยว ก็มีแนวโน้ม ราคาที่พุ่งสูงขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นโซนภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ แนวโน้มปี 2568 ขึ้นเฉลี่ย 5-10% เทียบกับปี 2567 เนื่องจากเป็นทั้งจังหวัดหัวเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยว โดยปีนี้มีเหตุการณ์พิเศษจากอุทกภัย ทำให้โซนการอยู่อาศัยเด่นชัดขึ้น คาดว่าขยายพื้นที่เมืองออกไปทาง 3 อำเภอหลัก คือ สันทราย, สันกำแพง และฝาง ซึ่งมีการขยายตัวของโครงการที่พักอาศัย แหล่งชุมชน และพาณิชยกรรม และมีโครงการสนามบินนานาชาติเชียงใหม่แห่งที่ 2 ในพื้นที่อีกด้วย ภาคอีสาน จังหวัดนครราชสีมา มีแนวโน้มปรับสูงขึ้นเฉลี่ย 5-10% จากการเป็นหัวเมืองใหญ่และเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยเฉพาะอำเภอปากช่องที่มีเขาใหญ่เป็นแหล่งดึงดูดการลงทุน ภาคตะวันออก โผล่ออกที่จังหวัดชลบุรี แนวโน้มปรับขึ้นเฉลี่ย 5-10% จุดโฟกัสอยู่ที่ 2 ทำเลหลัก คือ อำเภอบางละมุง และเมืองพัทยา ภาคใต้ ทำเลที่โดดเด่นตลอดกาล ต้องยกให้ จังหวัดภูเก็ต มีแนวโน้มปรับขึ้นเฉลี่ย 10-15% แปลงที่เห็นราคาแพงในปี 2567 ยังเป็นเทรนด์การปรับราคาขาขึ้นในปี 2568 โดยเฉพาะทำเลติดหาดซึ่งนับวันจะหายากมากขึ้น ส่วนพื้นที่ภูมิภาคอื่นๆ พบว่า… จังหวัดสงขลา ราคาซื้อ-ขายที่ดินในปี 2567 สูงสุด รองจากกรุงเทพฯ ซื้อ-ขายเฉลี่ย 400,000 บาท/ตารางวา และจังหวัดเชียงใหม่ซื้อ-ขายสูงสุดเฉลี่ย 250,000 บาท/ตารางวา   ปัจจัยที่มีผลต่อการปรับราคาที่ดินในแต่ละทำเล ตัวแปรหลักมาจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ ทั้งถนน รถไฟฟ้า สนามบิน ทำให้เกิดการขยายของเมือง การเดินทางที่สะดวกขึ้น ทำให้เกิดการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้ซื้อ ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนขยายการลงทุน โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ส่งผลต่อการปรับขึ้นของราคาที่ดินอย่างมีนัยสำคัญ   รวมทั้งโซนกรุงเทพกรีฑา พุทธมณฑลสายต่างๆ ก็บูมไม่แพ้กัน   นายปริสุทธิ์กล่าวต่อว่า เจาะลึกทำเลเด่นในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล พบมีอย่างน้อย 4 ทำเลน่าสนใจ แบ่งเป็น 2 ทำเลที่เหมาะสำหรับการพัฒนาโครงการบ้านแนวราบ ได้แก่   1.กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ช่วงถนนศรีนครินทร์ ถึง ถนนร่มเกล้า เขตสะพานสูง รองรับการขยายตัวของเมืองทางด้านกรุงเทพ ฝั่งตะวันออก โดยถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ได้รับฉายา “เบเวอร์ลี่ฮิลส์เมืองไทย” เป็นถนนตัดใหม่มีขนาดใหญ่ เชื่อมต่อกับถนนหลักอื่นๆ อาทิ ถนนพระราม 9, ถนนศรีนครินทร์, ถนนมอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี, ถนนรามคำแหง, ถนนร่มเกล้า, ถนนบางนา-ตราด ปัจจุบันมีโครงการที่อยู่อาศัยขนาดกลางและใหญ่เกิดขึ้นใหม่จำนวนมาก   2.ทำเลถนนพุทธมณฑลสาย 1-2 เขตตลิ่งชันและเขตทวีวัฒนา รองรับการขยายตัวของเมืองด้านกรุงเทพ ตะวันตก เชื่อมต่อถนนได้หลายเส้นทาง ทั้งถนนบรมราชชนนี, ถนนเพชรเกษม, ถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4, และถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งได้รับปัจจัยบวกจากรถไฟฟ้าสีแดง ทางด่วน และถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 ซึ่งเป็นถนนตัดใหม่ ทำให้การเดินทางเข้าเมืองและโรงพยาบาลศิริราชสะดวกมากขึ้น ทำให้มีการลงทุนบ้านจัดสรรระดับไฮเอนด์เกิดขึ้นหลายโครงการ เจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลศิริราชและโรงพยาบาลธนบุรี คอนโดปักหมุดจรัญฯ-กรุงธนบุรี   และอีก 2 ทำเล ที่เหมาะกับการพัฒนาคอนโดมิเนียม คือ   1.ถนนจรัญสนิทวงศ์ เขตบางกอกน้อย ช่วงสามแยกไฟฉายได้รับปัจจัยบวกจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เดินทางเข้าเมืองสะดวก อยู่ใกล้โรงพยาบาลศิริราชและโรงพยาบาลธนบุรี สินค้าคอนโด ได้รับความนิยมจากลูกค้าบุคลากรทางการแพทย์และข้าราชการที่ทำงานในโซนกรุงเทพ ชั้นใน   2.ถนนกรุงธนบุรี ช่วงรอยต่อเขตธนบุรีกับเขตคลองสาน เชื่อมต่อถนนได้หลายเส้นทาง อาทิ ถนนสาทรเหนือ ถนนรัชดาภิเษก ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ถนนเจริญนคร ได้รับปัจจัยบวกจากรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับเขตสาทรโดยสะพานตากสิน การเดินทางเข้าเมืองสะดวกมากขึ้น เจาะลูกค้าพนักงานออฟฟิศในย่านสาทร สีลม ที่มองหาห้องชุดราคาไม่แพงมากนัก และเดินทางไม่ไกลที่ทำงาน โดยสรุป ที่ดินทำเลทอง ราคาที่ดินปี 2568 มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการลงทุน ทั้งเพื่อการพัฒนาอาคารพาณิชย์ และที่อยู่อาศัย โดยการปรับตัวขึ้นของราคาในแต่ละทำเลที่ดิน จะขึ้นมากหรือน้อยมีปัจจัยเรื่อง อุปสงค์ (Demand) และโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ในทำเลเป็นองค์ประกอบด้วย และจะเห็นว่า… ทำเลราคาที่ดินที่แพงขึ้นมากที่สุด ส่วนใหญ่เป็นทำเลที่มีการเดินทางสะดวก ใกล้แนวรถไฟฟ้า ใกล้แหล่งงาน และมีสิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิต ตอบโจทย์การอยู่อาศัยเป็นหลักนั่นเอง… สำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดที่ตอบโจทย์อยู่Amber International Realty ช่วยคุณได้ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทยได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property   ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service >>> บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด >>> บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด >>> บริการบริหารและจัดการคอนโด   LINE@ : https://lin.ee/KOsTUWR Tel : 089-986-0202 Youtube : @amberrealty Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty เลือกดูโครงการที่ชอบ:  https://amber-international.com/projects/   #ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ #ลงทุนอสังหา #propertyinvestment #เอเจ้นท์ #Agent #propertyagent

16 มกราคม 2025