กฎหมายป้ายขายบ้านและคอนโด ติดตรงไหนไม่โดนปรับ?

25

ก.ย. 26

184

กฎหมายป้ายขายบ้านและคอนโด ติดตรงไหนไม่โดนปรับ?

กฎหมายป้ายขายบ้าน ติดประกาศขายบ้านและคอนโด: ติดตรงไหนไม่โดนปรับ?

การติดป้าย “ขายบ้าน” “ขายคอนโด” “ขายที่ดิน” หรือ “ให้เช่า” ตามริมถนน เสาไฟฟ้า รั้ว หรือพื้นที่สาธารณะ อาจดูเป็นวิธีประชาสัมพันธ์ที่ง่ายและเข้าถึงคนในพื้นที่ได้ดี แต่ก่อนนำป้ายไปติด ควรตรวจสอบกฎหมายให้เรียบร้อย เพราะ การโฆษณาในที่สาธารณะไม่ได้หมายความว่าสามารถติดป้ายได้ทุกจุดตามต้องการ

หลักสำคัญคือ การโฆษณาด้วยการปิด ทิ้ง หรือโปรยแผ่นประกาศหรือใบปลิวในที่สาธารณะ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของใบอนุญาตด้วย ตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 10

สำหรับกรุงเทพมหานคร ยังมีข้อกำหนดเกี่ยวกับ บริเวณที่ห้ามติดตั้งป้ายโฆษณาในที่สาธารณะ เช่น ถนน ต้นไม้ เสาไฟฟ้า ป้ายจราจร สะพานลอย เกาะกลางถนน และพื้นที่สาธารณะบางประเภท ดังนั้นการเห็นป้ายของคนอื่นติดอยู่ในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง ไม่ได้แปลว่าบุคคลทั่วไปสามารถนำป้ายไปติดตามได้เช่นเดียวกัน

สรุปสั้นๆ หากต้องการติดป้ายขายบ้านหรือคอนโดในพื้นที่สาธารณะ ควรตรวจสอบและขออนุญาตกับหน่วยงานท้องถิ่นก่อน อย่าติดป้ายบนเสาไฟ ต้นไม้ ป้ายจราจร รั้ว หรือพื้นที่สาธารณะโดยพลการ

 

ป้ายขายบ้านและคอนโดถือเป็น “ป้ายโฆษณา” หรือไม่?

ในทางปฏิบัติ หากป้ายมีข้อความเพื่อประชาสัมพันธ์การขายหรือให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ เช่น

  • ขายบ้าน
  • ขายคอนโด
  • ขายที่ดิน
  • บ้านหลุดจำนอง
  • บ้านมือสอง
  • ให้เช่าคอนโด
  • ติดต่อซื้อขาย
  • เบอร์โทรศัพท์นายหน้า
  • QR Code สำหรับติดต่อซื้อขาย

ก็ควรถือเป็น สื่อประชาสัมพันธ์เพื่อการค้า และต้องพิจารณาว่าจุดที่จะนำไปติดอยู่ในพื้นที่สาธารณะหรือพื้นที่เอกชน รวมถึงอยู่ภายใต้กฎหมายหรือข้อกำหนดท้องถิ่นใด

ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ป้ายขายบ้านผิดกฎหมายหรือไม่” แต่ต้องถามต่อว่า

“ติดที่ไหน ติดอย่างไร และได้รับอนุญาตแล้วหรือยัง?”

 

กฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องกับป้ายขายบ้าน

กฎหมายเกี่ยวกับป้ายไม่ได้มีเพียงฉบับเดียว แต่สามารถเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายส่วน ขึ้นอยู่กับลักษณะของป้ายและสถานที่ติดตั้ง

 

  1. พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง

กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายสำคัญสำหรับกรณี ป้ายหรือประกาศที่นำไปติดในที่สาธารณะ

มาตรา 10 กำหนดว่า การโฆษณาด้วยการปิด ทิ้ง หรือโปรยแผ่นประกาศหรือใบปลิวในที่สาธารณะ ต้องได้รับหนังสืออนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในหนังสืออนุญาต

ดังนั้น หากเป็นป้ายขายบ้านที่นำไปติดในพื้นที่สาธารณะ ไม่ควรคิดว่าเป็นเพียง “ป้ายเล็ก ๆ” แล้วจึงติดได้โดยไม่ต้องขออนุญาต

ในกรุงเทพมหานคร หน่วยงานที่ให้บริการเรื่องการอนุญาตติดตั้งป้ายโฆษณาในที่สาธารณะคือสำนักเทศกิจหรือฝ่ายเทศกิจของสำนักงานเขต และมีช่องทางผ่านระบบ BMA OSS ด้วย

 

ติดป้ายขายบ้านตรงไหน “เสี่ยงผิดกฎหมาย”?

พื้นที่ต่อไปนี้เป็นจุดที่ควร หลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง หากยังไม่ได้ตรวจสอบสิทธิหรือขออนุญาตตามที่กฎหมายกำหนด

  1. เสาไฟฟ้า เสาไฟฟ้าเป็นจุดที่พบป้ายขายบ้านและคอนโดติดอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ในกรุงเทพมหานคร หลักเกณฑ์การติดตั้งป้ายโฆษณาในที่สาธารณะระบุ เสาไฟฟ้า ไว้ในบริเวณห้ามติดตั้งป้ายโฆษณา

ดังนั้นไม่ควรใช้วิธีนำป้ายไปผูกกับเสาไฟฟ้าเพื่อให้คนที่ขับรถผ่านมองเห็น

 

  1. ต้นไม้ การนำป้ายไปตอก ติด หรือผูกกับต้นไม้ริมถนนเป็นอีกวิธีที่พบได้บ่อย แต่ในกรุงเทพมหานคร ต้นไม้เป็นหนึ่งในบริเวณที่ระบุว่าห้ามติดตั้งป้ายโฆษณาในที่สาธารณะ

นอกจากประเด็นเรื่องป้ายโฆษณาแล้ว ยังควรคำนึงถึงความเสียหายต่อทรัพย์สินสาธารณะด้วย

 

  1. ป้ายจราจร ไม่ควรนำป้ายขายบ้านไปติดกับป้ายจราจรหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการจราจร เนื่องจากหลักเกณฑ์ของกรุงเทพมหานครระบุป้ายจราจรเป็นบริเวณห้ามติดตั้งป้ายโฆษณาในที่สาธารณะ

เหตุผลสำคัญคือป้ายโฆษณาไม่ควรรบกวนการมองเห็นหรือทำให้เกิดความสับสนกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจราจร

 

  1. สะพานและสะพานลอย สะพานและสะพานลอยก็เป็นพื้นที่ที่ควรหลีกเลี่ยง หลักเกณฑ์ของกรุงเทพมหานครระบุ สะพานและสะพานลอย รวมถึงบริเวณสาธารณะบางประเภทเป็นพื้นที่ห้ามติดตั้งป้ายโฆษณา

ดังนั้นแม้จะเป็นจุดที่มีคนเดินหรือรถผ่านจำนวนมาก ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถใช้เป็นพื้นที่โฆษณาได้โดยอัตโนมัติ

 

แล้ว “รั้ว” ติดป้ายได้หรือไม่?

คำตอบคือ ต้องดูว่ารั้วนั้นเป็นของใครและอยู่ในพื้นที่ประเภทใด

หากเป็นรั้วของบ้านหรือที่ดินเอกชน การมีสิทธิในพื้นที่ไม่ได้แปลว่าจะสามารถติดตั้งป้ายขนาดใหญ่ได้ทุกกรณี เพราะอาจมีกฎหมายควบคุมอาคารหรือข้อกำหนดท้องถิ่นเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะป้ายที่มีลักษณะเป็นสิ่งก่อสร้างหรือมีขนาดและตำแหน่งตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

ในกรุงเทพมหานคร หลักเกณฑ์สำหรับป้ายโฆษณาในที่สาธารณะยังระบุ รั้วหรือแผงเหล็กริมถนน รวมถึงรั้ว กำแพง หรือผนังอาคารของทางราชการไว้ในบริเวณที่ห้ามติดตั้งป้ายโฆษณา

ดังนั้น ก่อนติดป้ายบนรั้วควรตรวจสอบว่า

  1. รั้วเป็นทรัพย์สินของใคร
  2. พื้นที่ที่ตั้งรั้วเป็นที่สาธารณะหรือเอกชน
  3. ได้รับอนุญาตจากเจ้าของพื้นที่หรือไม่
  4. รูปแบบและขนาดป้ายเข้าข่ายกฎหมายควบคุมอาคารหรือไม่
  5. ท้องถิ่นมีข้อกำหนดเพิ่มเติมหรือไม่

 

ถ้ามีที่ดินส่วนตัว ติดป้ายขายบ้านได้เลยหรือไม่?

ไม่ควรสรุปว่าได้ทันที

การติดป้ายบนที่ดินเอกชนแตกต่างจากการนำป้ายไปติดบนพื้นที่สาธารณะ แต่ยังอาจมีข้อกำหนดด้านอาคารและการก่อสร้างป้ายเข้ามาเกี่ยวข้อง

ตามข้อมูลของกรุงเทพมหานคร ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายบางประเภทอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 โดยมีเกณฑ์เกี่ยวกับป้ายที่ติดหรือตั้งไว้เหนือที่สาธารณะ รวมถึงป้ายที่อยู่ใกล้ที่สาธารณะและมีขนาดหรือน้ำหนักตามที่กฎหมายกำหนด

ดังนั้น หากเป็น ป้ายขนาดเล็กที่วางบนพื้นที่เอกชน กับ ป้ายขนาดใหญ่ที่สร้างเป็นโครงสร้างถาวร อาจมีข้อกฎหมายแตกต่างกัน

 

ป้ายขนาดเล็กต้องขออนุญาตหรือไม่?

สิ่งที่ควรระวังคือ “ป้ายเล็ก” ไม่ได้แปลว่า “ไม่ต้องขออนุญาต” เสมอไป

สำหรับการโฆษณาในที่สาธารณะ ประเด็นสำคัญอยู่ที่สถานที่และลักษณะการโฆษณา ไม่ใช่เพียงขนาดของป้าย

กรุงเทพมหานครระบุว่าการโฆษณาด้วยแผ่นประกาศหรือใบปลิวในที่สาธารณะต้องได้รับอนุญาตตามมาตรา 10 และมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณา เช่น ข้อความหรือภาพต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย และต้องรื้อถอนภายในระยะเวลาที่กำหนดหลังใบอนุญาตหมดอายุ

 

ถ้าจะติดป้ายในกรุงเทพฯ ต้องขออนุญาตอย่างไร?

สำหรับกรุงเทพมหานคร การขออนุญาตติดตั้งป้ายโฆษณาในที่สาธารณะสามารถติดต่อ สำนักเทศกิจ กรุงเทพมหานคร หรือฝ่ายเทศกิจของสำนักงานเขต และมีช่องทางออนไลน์ผ่านระบบ BMA OSS

ข้อมูลที่กรุงเทพมหานครเผยแพร่ระบุว่า การโฆษณาที่เป็นการค้าสามารถได้รับอนุญาตครั้งละไม่เกิน 60 วัน ส่วนการโฆษณาที่ไม่เป็นการค้า ครั้งละไม่เกิน 30 วัน โดยมีค่าธรรมเนียมตามประเภทการโฆษณา

สำหรับการโฆษณาที่เป็นการค้า กรุงเทพมหานครระบุค่าธรรมเนียมไว้ที่ 200 บาท และการโฆษณาอื่นที่ไม่เป็นการค้า 100 บาท ตามข้อมูลบริการที่เผยแพร่ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ควรตรวจสอบหลักเกณฑ์ล่าสุดกับหน่วยงานท้องถิ่นก่อนดำเนินการ เพราะข้อกำหนดและรายละเอียดการให้บริการอาจมีการปรับปรุงได้

 

ป้ายขายบ้านผิดกฎหมาย ปรับเท่าไร?

สำหรับการโฆษณาด้วยการปิด ทิ้ง หรือโปรยแผ่นประกาศหรือใบปลิวในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต กฎหมายกำหนดโทษปรับ ไม่เกิน 5,000 บาท ตามมาตรา 56 ตามข้อมูลที่หน่วยงานท้องถิ่นเผยแพร่โดยอ้างอิง พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ มาตรา 10 และมาตรา 56

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรนำตัวเลข 5,000 บาทไปใช้กับ “ป้ายทุกประเภท” เพราะข้อหาหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องอาจแตกต่างกันตามลักษณะป้าย สถานที่ และการกระทำ

โดยเฉพาะป้ายขนาดใหญ่หรือป้ายที่มีลักษณะเป็นสิ่งก่อสร้าง อาจมีข้อกำหนดตามกฎหมายควบคุมอาคารเพิ่มเติม

 

ป้ายขนาดใหญ่ต้องระวังกฎหมายควบคุมอาคาร

หากป้ายมีขนาดใหญ่หรือมีลักษณะเป็นโครงสร้างที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้าย อาจต้องพิจารณาพระราชบัญญัติควบคุมอาคารและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องด้วย

ข้อมูลจากหน่วยงานท้องถิ่นระบุว่า กฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้าย พ.ศ. 2558 มีข้อกำหนดเกี่ยวกับป้ายบางประเภท เช่น ป้ายที่สูงจากพื้นดินตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่ป้ายตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป รวมถึงป้ายบางประเภทที่ติดตั้งบนหลังคาหรือดาดฟ้า

นอกจากนี้ ป้ายที่มีระบบไฟฟ้าหรือมีแสงสว่างในตัวเองต้องไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่บริเวณข้างเคียงหรือรบกวนการมองเห็นสภาพจราจรของผู้ขับขี่ ตามข้อกำหนดที่หน่วยงานท้องถิ่นเผยแพร่

ดังนั้น หากต้องการทำ ป้าย “ขายบ้าน” ขนาดใหญ่ริมถนน ไม่ควรดูเฉพาะกฎหมายเรื่องการโฆษณา แต่ควรตรวจสอบกฎหมายควบคุมอาคารด้วย

 

ติดป้ายขายคอนโดหน้าโครงการได้หรือไม่?

กรณีนี้ต้องแยกเป็น 2 สถานการณ์

กรณีที่ 1: พื้นที่ของโครงการเป็นพื้นที่เอกชน

ควรตรวจสอบสิทธิของเจ้าของพื้นที่และข้อกำหนดของโครงการ รวมถึงกฎหมายควบคุมอาคารที่อาจเกี่ยวข้องกับรูปแบบและขนาดของป้าย

กรณีที่ 2: นำป้ายออกไปติดบนทางสาธารณะหน้าโครงการ

ต้องพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับการโฆษณาในที่สาธารณะและหลักเกณฑ์ของท้องถิ่น โดยในกรุงเทพมหานคร การติดตั้งป้ายโฆษณาในที่สาธารณะต้องได้รับอนุญาตและมีพื้นที่ที่ห้ามติดตั้งหลายประเภท

ดังนั้นคำว่า “อยู่หน้าโครงการ” ไม่ได้แปลว่าเป็นพื้นที่ของโครงการเสมอไป

 

ติดป้ายบนที่เอกชนของคนอื่นได้หรือไม่?

ไม่ได้เพียงเพราะเป็นจุดที่คนมองเห็นดี

หากต้องการใช้รั้ว หน้าร้าน อาคาร หรือที่ดินของผู้อื่นเป็นพื้นที่ติดป้าย ควรได้รับความยินยอมจากเจ้าของหรือผู้มีสิทธิในพื้นที่ก่อน

และแม้เจ้าของพื้นที่จะยินยอม ก็ยังต้องตรวจสอบว่าการติดตั้งป้ายอยู่ภายใต้กฎหมายอื่นหรือข้อกำหนดของท้องถิ่นหรือไม่

กล่าวง่ายๆ คือ

เจ้าของพื้นที่อนุญาต ≠ ได้รับอนุญาตตามกฎหมายทุกกรณี

 

7 จุดที่คนขายบ้านมักพลาดเมื่อติดป้าย

 

  1. เห็นคนอื่นติดจึงติดตาม การที่มีป้ายจำนวนมากอยู่ริมถนนไม่ได้ยืนยันว่าป้ายเหล่านั้นได้รับอนุญาตทั้งหมด
  2. คิดว่าป้ายเล็กไม่เป็นไร กฎหมายบางกรณีพิจารณาจากสถานที่และลักษณะการโฆษณา ไม่ใช่เพียงขนาด
  3. ผูกป้ายกับเสาไฟ เป็นจุดที่ควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครซึ่งระบุเสาไฟฟ้าเป็นบริเวณห้ามติดตั้งป้ายโฆษณาในที่สาธารณะ
  4. ติดบนต้นไม้ ต้นไม้ก็เป็นพื้นที่ที่หลักเกณฑ์ของกรุงเทพมหานครระบุห้ามติดตั้งป้ายโฆษณา
  5. ติดบนป้ายจราจร ไม่ควรใช้ป้ายจราจรเป็นพื้นที่โฆษณา เพราะเป็นพื้นที่ที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดโดยตรง
  6. ไม่ดูว่าเป็นพื้นที่สาธารณะหรือเอกชน พื้นที่ริมถนนบางจุดอาจดูเหมือนเป็นพื้นที่ว่าง แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นพื้นที่ที่ผู้ใดก็สามารถนำป้ายไปติดได้
  7. ไม่เอาป้ายออกหลังหมดเวลา ในกรุงเทพมหานคร ผู้ขออนุญาตต้องรับรองว่าจะเก็บ ปลด รื้อถอน ขูด ลบ หรือล้างป้ายเมื่อใบอนุญาตหมดอายุภายในไม่เกิน 3 วัน

 

Checklist ก่อนติดป้ายขายบ้านหรือคอนโด

ก่อนนำป้ายออกไปติด ให้เช็ก 8 ข้อนี้

☐ 1. จุดติดตั้งเป็นพื้นที่สาธารณะหรือเอกชน?

☐ 2. หากเป็นพื้นที่เอกชน ได้รับอนุญาตจากเจ้าของแล้วหรือยัง?

☐ 3. หากเป็นพื้นที่สาธารณะ ต้องขออนุญาตหรือไม่?

☐ 4. จุดนั้นอยู่ในบริเวณห้ามติดตั้งป้ายหรือไม่?

☐ 5. ป้ายจะติดกับต้นไม้ เสาไฟ ป้ายจราจร หรือสิ่งสาธารณะหรือไม่?

☐ 6. ขนาดและโครงสร้างป้ายเข้าข่ายกฎหมายควบคุมอาคารหรือไม่?

☐ 7. ป้ายมีไฟหรือแสงสว่างที่อาจรบกวนการจราจรหรือพื้นที่ข้างเคียงหรือไม่?

☐ 8. มีวันหมดอายุของใบอนุญาตและกำหนดรื้อถอนหรือไม่?

หากตอบไม่ได้ในข้อใด ควรสอบถามหน่วยงานท้องถิ่นก่อนติดตั้ง

 

วิธีทำป้ายขายบ้านให้ถูกกฎหมายและยังมองเห็นง่าย

การทำป้ายให้ถูกกฎหมายไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำป้ายที่มองไม่เห็น สามารถใช้วิธีเพิ่มประสิทธิภาพของข้อมูลบนป้ายแทน เช่น

ใส่ข้อมูลให้กระชับ

  • “ขายบ้าน”
  • ทำเล
  • ราคาเริ่มต้น
  • จุดเด่น 1–2 ข้อ
  • เบอร์โทรศัพท์
  • QR Code

ใช้ป้ายบนพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต

แทนที่จะนำป้ายไปติดบนเสาไฟหรือต้นไม้ ให้หาพื้นที่เอกชนที่เจ้าของอนุญาต หรือดำเนินการขออนุญาตใช้พื้นที่สาธารณะตามขั้นตอน

ใช้ช่องทางออนไลน์ร่วมด้วย

ป้ายไม่จำเป็นต้องใส่ข้อมูลทุกอย่าง เพราะสามารถใช้ QR Code เชื่อมไปยัง

  • รายละเอียดบ้าน
  • รูปภาพ
  • แผนที่
  • ราคา
  • ช่องทางติดต่อ
  • นัดชมบ้าน

ได้

วิธีนี้ช่วยให้ป้ายมีขนาดและข้อความที่กระชับขึ้น และทำหน้าที่เป็น “จุดนำทาง” ไปสู่ข้อมูลการขายที่ละเอียดกว่า

 

กฎหมายป้ายขายบ้าน แต่ละจังหวัดเหมือนกันหรือไม่?

ไม่ควรคิดว่าเหมือนกันทั้งหมด

กฎหมายระดับประเทศเป็นพื้นฐาน แต่การอนุญาตและหลักเกณฑ์ในการติดตั้งป้ายในพื้นที่สาธารณะอาจมีรายละเอียดที่กำหนดโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่นั้น

ตัวอย่างเช่น กรุงเทพมหานครมีหลักเกณฑ์และช่องทางบริการเฉพาะสำหรับการอนุญาตติดตั้งป้ายโฆษณาในที่สาธารณะ และระบุพื้นที่ห้ามติดตั้งไว้โดยเฉพาะ

ดังนั้น หากทรัพย์อยู่ใน กรุงเทพฯ ควรตรวจสอบกับสำนักงานเขตหรือสำนักเทศกิจ ขณะที่ต่างจังหวัดควรตรวจสอบกับเทศบาล อบต. หรือหน่วยงานท้องถิ่นที่รับผิดชอบพื้นที่นั้น

 

สรุปส่งท้าย ติดป้ายขายบ้านตรงไหนไม่โดนปรับ? คำตอบที่ปลอดภัยที่สุดคือ ติดเฉพาะในพื้นที่ที่มีสิทธิใช้และผ่านการตรวจสอบหรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว

หากเป็นพื้นที่สาธารณะ อย่านำป้ายไปติดเองตามเสาไฟ ต้นไม้ ป้ายจราจร สะพานลอย ถนน เกาะกลาง หรือพื้นที่สาธารณะอื่นโดยไม่ตรวจสอบ เพราะในกรุงเทพมหานครพื้นที่เหล่านี้อยู่ในกลุ่มบริเวณที่ห้ามติดตั้งป้ายโฆษณาตามหลักเกณฑ์ที่เผยแพร่โดยกรุงเทพมหานคร

สำหรับการโฆษณาในที่สาธารณะ กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามเงื่อนไขที่กำหนด และการฝ่าฝืนมาตรา 10 มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาทตามมาตรา 56

ส่วนป้ายขนาดใหญ่หรือป้ายที่มีลักษณะเป็นสิ่งก่อสร้าง อาจต้องตรวจสอบกฎหมายควบคุมอาคารเพิ่มเติมด้วย

หลักจำง่ายก่อนติดป้ายขายบ้าน:

“พื้นที่ใคร — ขออนุญาตหรือยัง — จุดนี้ติดได้หรือไม่ — ป้ายเข้าข่ายกฎหมายอะไรบ้าง”

หากตรวจสอบ 4 ข้อนี้ก่อนติดป้าย ก็จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกสั่งรื้อถอนหรือถูกดำเนินการตามกฎหมายได้มากกว่าการติดป้ายก่อนแล้วค่อยแก้ปัญหาภายหลัง

 

Q: ติดป้ายขายบ้านบนเสาไฟฟ้าได้ไหม?

A: ไม่ควรติดโดยพลการ โดยในกรุงเทพมหานคร เสาไฟฟ้าเป็นหนึ่งในบริเวณที่ระบุว่าห้ามติดตั้งป้ายโฆษณาในที่สาธารณะ

 

Q: ติดป้ายขายบ้านบนต้นไม้ได้ไหม?

A: ในกรุงเทพมหานคร ต้นไม้เป็นหนึ่งในบริเวณที่ห้ามติดตั้งป้ายโฆษณาในที่สาธารณะตามหลักเกณฑ์ที่เผยแพร่โดยกรุงเทพมหานคร

 

Q: ป้ายขายบ้านขนาดเล็กต้องขออนุญาตไหม?

A: หากเป็นการโฆษณาในที่สาธารณะ ไม่ควรพิจารณาจากขนาดป้ายเพียงอย่างเดียว เพราะมาตรา 10 กำหนดให้การปิด ทิ้ง หรือโปรยแผ่นประกาศหรือใบปลิวในที่สาธารณะต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด

 

Q: ติดป้ายขายคอนโดบนพื้นที่เอกชนได้ไหม?

A: ต้องตรวจสอบสิทธิของเจ้าของพื้นที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบและขนาดของป้าย หากเป็นป้ายขนาดใหญ่หรือมีลักษณะเป็นสิ่งก่อสร้าง อาจต้องพิจารณากฎหมายควบคุมอาคารเพิ่มเติม

 

Q: ป้ายขายบ้านผิดกฎหมายปรับเท่าไร?

A: กรณีฝ่าฝืนมาตรา 10 เรื่องการโฆษณาในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาทตามมาตรา 56 แต่โทษที่ใช้จริงต้องพิจารณาตามลักษณะการกระทำและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับป้ายนั้นด้วย

 

Q: ขออนุญาตติดป้ายขายบ้านที่ไหน?

A: ต้องติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นที่รับผิดชอบพื้นที่นั้น สำหรับกรุงเทพมหานครสามารถติดต่อสำนักเทศกิจหรือฝ่ายเทศกิจของสำนักงานเขต และมีช่องทางผ่านระบบ BMA OSS

 

Q: ป้ายขายบ้านติดริมถนนได้หรือไม่?

A: ไม่ควรนำป้ายไปติดริมถนนโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจสอบก่อนว่าพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่สาธารณะหรือเอกชน อยู่ในบริเวณที่ห้ามติดตั้งหรือไม่ และจำเป็นต้องขออนุญาตหรือไม่

 

Q: เห็นคนอื่นติดป้ายขายบ้านตรงนี้ เราติดตามได้ไหม?

A: ไม่ควรสรุปเช่นนั้น เพราะป้ายของบุคคลอื่นอาจมีสิทธิหรือได้รับอนุญาตเป็นกรณีเฉพาะ หรืออาจเป็นการติดตั้งที่ไม่ถูกต้องก็ได้ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่ก่อน

 

Q: ติดป้ายขายบ้านตรงไหนได้บ้าง?

A: ควรติดป้ายขายบ้านเฉพาะในพื้นที่ที่มีสิทธิใช้และเป็นจุดที่กฎหมายหรือข้อกำหนดท้องถิ่นอนุญาต หากเป็นพื้นที่สาธารณะต้องตรวจสอบเรื่องการขออนุญาตก่อน โดยในกรุงเทพมหานครมีการกำหนดบริเวณห้ามติดตั้งป้ายโฆษณา เช่น เสาไฟฟ้า ต้นไม้ ป้ายจราจร สะพาน สะพานลอย ถนน และเกาะกลางถนน

Q: ติดป้ายขายบ้านบนเสาไฟได้ไหม?

A: ไม่ควรติดโดยพลการ และในกรุงเทพมหานครเสาไฟฟ้าเป็นหนึ่งในบริเวณที่ห้ามติดตั้งป้ายโฆษณาในที่สาธารณะตามหลักเกณฑ์ของกรุงเทพมหานคร

Q: ติดป้ายขายบ้านในที่สาธารณะต้องขออนุญาตไหม?

A: โดยหลัก การโฆษณาด้วยการปิด ทิ้ง หรือโปรยแผ่นประกาศหรือใบปลิวในที่สาธารณะต้องได้รับหนังสืออนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของใบอนุญาต ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ

Q: ติดป้ายขายบ้านผิดกฎหมายโดนปรับเท่าไร?

A: กรณีฝ่าฝืนมาตรา 10 มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาทตามมาตรา 56 อย่างไรก็ตาม ป้ายแต่ละประเภทอาจเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ จึงต้องพิจารณาข้อเท็จจริงของป้ายและสถานที่ติดตั้งด้วย

Q: ป้ายขายบ้านบนพื้นที่เอกชนต้องขออนุญาตหรือไม่?

A: ต้องแยกเรื่อง “สิทธิใช้พื้นที่” ออกจาก “การอนุญาตตามกฎหมาย” แม้เจ้าของพื้นที่จะยินยอม แต่หากป้ายมีลักษณะ ขนาด หรือตำแหน่งที่อยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมอาคารหรือข้อกำหนดท้องถิ่น ก็อาจต้องดำเนินการเพิ่มเติม


𝐀𝐦𝐛𝐞𝐫 𝐈𝐧𝐭𝐞𝐫𝐧𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐑𝐞𝐚𝐥𝐭𝐲
คู่คิด ข้างคุณ เรื่องคอนโด
บริษัทเอเจนต์คอนโดให้บริการโดยทีมงาน
ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
การันตีด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี
เราให้บริการแบบ One Stop Service
เกี่ยวกับคอนโดมิเนียม แก่ลูกค้าทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน
สิงคโปร์ เป็นต้น ได้รับการยอมรับ
และทำงานร่วมกันกับ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
เจ้าใหญ่ของไทย เช่น MQDC, Sansiri, AP Thai, Origin ฯลฯ
✨ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
✨ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property
✨ได้รับรางวัล Best Smart Agency 2025 จาก Livinginsider
✨ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service
📍บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด
📍บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด
📍บริการบริหารและจัดการคอนโด

📍LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs

📍Tel : 089-986-0202
📍Youtube : @amberrealty

📍Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

📍เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/p

บทความน่าสนใจ

เปรียบเทียบห้อง Loft และ Duplex คอนโดต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับคุณ

Loft กับ Duplex ต่างกันอย่างไร แบบไหนที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคุณ

Loft และ Duplex ต่างกันที่โครงสร้างทางกฎหมายและพื้นที่ใช้สอยจริง กล่าวคือ Loft มีชั้นลอยที่ไม่นับเป็นพื้นที่ตามโฉนด ค่าส่วนกลางถูกกว่า แต่ทางออกทางเดียว ส่วน Duplex มีทั้งสองชั้นอยู่ในโฉนด มีประตูเข้าออกสองทาง ห้องน้ำบนชั้นสอง เหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่จริงและความปลอดภัยมากกว่า บทความนี้ Amber เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียทั้งสองแบบ พร้อมแนะนำว่าแบบไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ . ห้องสไตล์ Loft – ชั้นล่างและชั้นบนจะอยู่บนโครงสร้างเดียวกัน เป็นห้องที่มีฝ้าเพดานสูงและในทางกฎหมาย ไม่มีการกำหนดความสูงขั้นต่ำของชั้นลอย – พื้นที่ใช้สอยถูกนับเพียงชั้นล่าง เนื่องจากในทางกฎหมายระบุไว้ว่าพื้นที่ใช้สอยส่วนชั้นลอย เป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ จะไม่ถูกนับรวมอยู่ในโฉนด – ชั้นลอยถูกนับเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ไม่มีประตูกั้นห้อง – มีประตูเข้าออกทางเดียวคือ ทางชั้นล่าง – ชั้นลอยจะไม่มีห้องน้ำ ข้อดีของห้องสไตล์ Loft – การเสียค่าส่วนกลางจะเสียแค่พื้นที่ใช้สอยที่ออกตามโฉนด ดังนั้นถ้าห้องขนาด 35 ตร.ม. และมีพื้นที่ใช้สอยชั้นลอย 22 ตร.ม. จะเสียค่าส่วนกลางแค่ 35 ตร.ม. – การที่มีฝ้าเพดานสูง ทำให้ห้องดูโปร่งและโล่งกว่าเดิม ข้อเสียของห้องสไตล์ Loft – มีความปลอดภัยค่อนข้างน้อย เนื่องจากมีทางเข้า – ออก ทางเดียว หากเกิดเหตุฉุกเฉินอาจจะหนีลำบาก – ปัญหาเรื่องความสูงของชั้นลอย เนื่องจากทางกฎหมายไม่ได้กำหนดขั้นต่ำไว้ จึงทำให้บางโครงการมีความสูงของเพดานเตี้ยกว่า 2.40 เมตร ทำให้ห้องดูอึดอัด . ห้องสไตล์ Duplex – ชั้นล่างและชั้นบนอยู่บนโครงสร้างคนละชั้น ในทางกฏหมายกำหนดให้ชั้นบนมีความสูงไม่น้อยกว่า 2.4 เมตร – พื้นที่ใช้สอยชั้นบนถูกนับเป็นสิ่งก่อสร้าง ดังนั้นพื้นที่ใช้สอยทั้งชั้นบนและล่างจะถูกนับรวมกันอยู่ในโฉนด – ชั้นบนสามารถแบ่งเป็นห้องต่างๆ มีประตูเปิด – ปิดได้ – ตามกฎหมายกำหนดให้มีประตูเข้า – ออก ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง – ชั้นบนมักจะมีห้องน้ำด้วย โดยจะอยู่ตำแหน่งเดียวกับชั้นล่าง ข้อดีของห้องสไตล์ Duplex – เพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน – ความสูงของเพดาน ที่มีความสูงมาก จะช่วยทำให้ห้องดูกว้างและโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น – หากเลือกแบบห้องที่มีการปิดกั้น ก็จะได้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้นไปอีก ข้อเสียของห้องสไตล์ Duplex – ค่าไฟ ยิ่งห้องที่สูงและกว้างมากขึ้นเท่าไหร่ ภาระค่าไฟยิ่งมากขึ้นเท่านั้น – เสียค่าส่วนกลางที่มากขึ้นตามขนาดของห้องอีกด้วย . แล้วห้องแบบไหนที่จะตอบโจทย์กับการใช้ชีวิตของเรากันล่ะ? ห้องสไตล์ Loft เหมาะกับผู้อยู่อาศัยที่ต้องการห้องที่โล่ง โปร่งสบาย เพราะมีเพดานสูง ให้ความรู้สึกทันสมัย มีพื้นที่ใช้สอยในส่วนของชั้นลอยที่เพิ่มขึ้น และยังมีราคาที่ไม่สูงจนเกินไป ห้องสไตล์ Duplex เหมาะกับผู้อาศัยที่ต้องการให้ห้องมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง มีความลักซ์ชัวรี่ และบรรยากาศการอาศัยอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ให้ความสะดวกสบายและมีพื้นที่ส่วนตัวให้ใช้งานอย่างเต็มที่ อ่านมาถึงตรงนี้ทุกคนคงเข้าใจความแตกต่าง ของห้องสไตล์ Loft และ Duplex กันมากขึ้นแล้ว และคงมีคำตอบกันแล้วใช่ไหมคะว่าห้องแบบไหน ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ แต่ในการตัดสินใจเลือกซื้อ ก็อย่าลืมคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ กันด้วยนะคะ Q: Loft กับ Duplex ต่างกันอย่างไร? A: Loft มีชั้นลอยที่ไม่นับพื้นที่โฉนด ค่าส่วนกลางถูกกว่า แต่ทางออกทางเดียว ส่วน Duplex สองชั้นในโฉนด มีประตูสองทางและห้องน้ำบนชั้นสอง   Q: ห้อง Loft กับ Duplex แบบไหนราคาแพงกว่า? A: Duplex มักแพงกว่าเพราะพื้นที่ใช้สอยนับรวมทั้งสองชั้น ทำให้ค่าส่วนกลางและราคาขายต่อสูงกว่า   Q: ห้อง Loft เหมาะกับใคร? A: เหมาะกับคนต้องการห้องโปร่งเพดานสูง งบไม่สูงมาก ไม่ต้องการพื้นที่ชั้นสองจริงจัง เช่น คนเดียวหรือคู่รัก   —————————————————————————– ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย ให้บริการแบบครบจร One Stop Service บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด บริการบริหารและจัดการคอนโด LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs Tel : 089-986-0202 Youtube : @amberrealty Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty #ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ #ลงทุนอสังหา #propertyinvestment #เอเจ้นท์ #Agent #propertyagent

18 กรกฎาคม 2023
โฉนดที่ดินหาย ! ทำยังไงดี

โฉนดที่ดินหาย! ทำยังไงดี

#โฉนดที่ดิน อาจจะเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับหลายๆ คน เพราะเมื่อได้มาเราก็จะเก็บมันไว้เพราะเป็นเอกสารสำคัญของบ้าน และไม่ใช่เอกสารที่จะพกพาติดตัว เนื่องจากมีขนาดที่ใหญ่ แต่หากวันไหนที่ต้องใช้และพบว่า โฉนดที่ดินหาย หรือเกิดชำรุดขึ้นมาล่ะ จะทำยังไง? ก่อนอื่นไม่ต้องตกใจไปนะคะ เราสามารถยื่นขอโฉนดที่ดินใหม่ได้ ส่วนขั้นตอนจะเป็นอย่างไร วันนี้เราจะมาบอกทุกคนเองค่ะ 1. แจ้งความต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น อันดับแรกเลยก็คือต้องไป แจ้งความต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อยืนยันว่าเจ้าของที่ดินนั้นไม่ได้นำโฉนดที่ดิน ไปจำหน่าย #จำนอง หรือแลกเปลี่ยนเป็นของผู้อื่น 2. ติดต่อกับสำนักงานที่ดิน เมื่อได้ใบบันทึกประจำวันมาเรียบร้อยแล้ว ให้นำเอกสารมาติดต่อที่สำนักงานที่ดิน เพื่อขอโฉนดที่ดินใหม่ โดยเอกสารที่ต้องเตรียมไปด้วยมีดังนี้ – บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ที่ยื่นขอโฉนดที่ดินใหม่ – ทะเบียนบ้านตัวจริงของผู้ที่ยื่นขอโฉนดที่ดินใหม่ – ใบแจ้งความ / บันทึกประจำวัน – พยานบุคคล 2 คน พร้อมบัตรประชาชนตัวจริง ซึ่งหากเกิดปัญหาในภายหลัง พยานทั้ง 2 คนนี้ จะต้องเป็นพยานในชั้นศาลด้วย เมื่อเตรียมเอกสารทุกอย่างครบแล้ว จะต้องกรอกเอกสารรับรองและลงลายมือชื่อต่อหน้าเจ้าพนักงาน เพื่อรองรับว่าเจ้าของที่ดินได้ดำเนินการขอออกโฉนดที่ดินใหม่จริงๆ . โดยในขั้นตอนการออกโฉนดที่ดินใหม่ทั้งหมดนี้ จะมีค่าธรรมเนียมประมาณ 75 บาท ทั้งนี้โฉนดที่ดินใหม่ หรือ ใบแทน จะมีประทับตราบนเอกสารว่า “ใบแทน” เพื่อแจ้งให้ทราบว่าเอกสารฉบับนี้ สามารถใช้แทนโฉนดที่ดินฉบับจริงได้ 100% เมื่อเกิดการทำนิติกรรมหรือมีการแลกเปลี่ยนซื้อขายที่ดิน ใบแทนนี้จะมีผลทางกฎหมายไม่ต่างกับโฉนดตัวจริง . เป็นอย่างไรบ้างคะ โฉนดที่ดินหาย ขอใหม่ไม่ยากและไม่วุ่นวายอย่างที่คิดใช่ไหม แต่อย่างไรก็ตามเอกสารสำคัญแบบนี้ ควรเก็บไว้ให้ดีและไม่ทำหายจะดีที่สุดนะคะ เพราะเมื่อจะทำการขายต่อหรือนำไปทำธุรกรรมอื่นๆ เนี่ย ทั้งนักลงทุน นายหน้าอสังหา หรือบุคคลที่เราทำธุรกรรมด้วย ก็จะต้องขอดูโฉนดกันอย่างแน่นอนค่ะ —————————————————————————————– ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย ให้บริการแบบครบจร One Stop Service บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด บริการบริหารและจัดการคอนโด LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs Tel : 089-986-0202 Youtube : @amberrealty Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty #ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ #ลงทุนอสังหา #propertyinvestment #เอเจ้นท์ #Agent #propertyagent

25 สิงหาคม 2023
7 ข้อผิดพลาดสำหรับผู้ ปล่อยเช่าคอนโด มือใหม่

7 ข้อผิดพลาดสำหรับผู้ ปล่อยเช่าคอนโด มือใหม่

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่อยากลงทุนกับคอนโดฯ คงคิดว่าการ ปล่อยเช่าคอนโด เป็นเรื่องง่าย และได้เงินตลอดทุกเดือน เพียงแค่แต่งห้องให้สวยและถูกใจกลุ่มหมาย แต่ในความเป็นจริงแล้วการปล่อยเช่าคอนโดฯ ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ยิ่งไปกว่านั้นผู้ปล่อยเช่ามือใหม่ อาจจะพลั้งพลาดและประมาทไปกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนทำให้ความความเสียหายตามมา วันนี้เราจะมาบอกถึงสิ่งที่ควรระวังและตรวจเช็คให้ดี ก่อนการ ปล่อยเช่าคอนโด ของคุณกันค่ะ มาเริ่มกันเลย . #ศึกษากฎระเบียบของโครงการคอนโดฯ ก่อนปล่อยเช่าคอนโด ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นผู้จ่ายเงิน และซื้อห้องนั้นมาครอบครองแล้วแต่อย่าลืมว่า คอนโดฯ แต่ละที่นั้นมีกฎระเบียบไว้ให้ลูกบ้านได้ปฎิบัตตาม อย่าลืมศึกษาให้ดีว่าทางคอนโดฯ มีกฎข้อห้ามใดบ้าง และแจ้งผู้เช่าให้ชัดเจน ไม่งั้นอาจจะถูกเรียกปรับได้โดยไม่รู้ตัวเลยนะ . #ละเลยการคัดกรองผู้เช่า ผู้ให้เช่าจำนวนไม่น้อยเลยที่กังวลเกี่ยวกับการหาผู้เช่า และอยากปล่อยห้องเช่าให้ได้เร็วที่สุด จนลืมให้ความสำคัญกับการตรวจสอบผู้เช่า ก่อนที่จะย้ายเข้ามาพักอาศัย ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงมากๆ ผู้เช่าที่คุณควรหลีกเลี่ยงเลย หากไม่อยากให้ห้องเสียหายหรือมีปัญหาตามมาก็คือ – มีอาชีพและสถานะทางการเงินที่ไม่มั่นคง เพราะในอนาคตอาจจะไม่สามารถจ่ายค่าเช่าคอนโดฯ ให้คุณได้ – ผู้ที่เข้ามาคุย มักจะเรียกร้องเอานี่เพิ่มนั่นเพิ่มมากจนเกินพอดี หรือขอต่อราคาลง เพราะเป็นไปได้ว่าในอนาคตอาจจะมีปัญหาตามมา – ผู้เช่าที่สูบบุหรี่ เพราะจะทำให้กลิ่นติดห้อง ผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ของคุณ หรือในกรณีที่ไปสูบตรงระเบียง ก็อาจจะโดนเพื่อนบ้านร้องเรียนได้ ซึ่งผลกระทบจะตกมาอยู่ที่คุณได้ – ผู้เช่าที่มีเด็กเล็ก หรืออายุต่ำกว่า 10 ปี เพราะอาจจะทำให้ห้องของคุณสกปรกได้ เช่นการขีดเขียนผนัง ซึ่งการพิจารณาผู้เช่านั้นควรดูเป็นกรณีไป หากได้ผู้เช่าดีก็ถือว่าวินๆ กันไป แต่ถ้าหากได้ผู้เช่าไม่ดี เงินที่ได้มาอาจจะไม่คุ้มกับค่าเสียหายที่คุณได้รับเลย . #ไม่ได้ทำสัญญาเช่า ถือเป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรงเลยสำหรับข้อนี้ เพราะการให้เช่าก็นับเป็นธุรกิจ ควรมีการทำสัญญา ที่ระบุเงื่อนไขไว้ชัดเจนและรัดกุมมากที่สุด เพื่อให้ระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่ามีความเข้าใจที่ตรงกัน นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณและผู้เช่าได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายด้วย และคุณต้องมั่นใจด้วยว่าผู้เช่ารับทราบ และเข้าใจในข้อตกลงร่วมกันก่อนจะเซ็นชื่อลงในใบสัญญา . #ไม่ได้ตรวจสอบหลักฐานการโอนค่าเช่า ข้อนี้เป็นสิ่งที่ผู้ให้เช่าหลายคนมักละเลย และดูแค่ตัวหลักฐานผ่านๆ โดยไม่ตรวจสอบ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเมื่อผู้เช่าส่งหลักฐานการโอนมา ผู้ให้เช่าควรเช็คให้ละเอียดว่ามีการโอนเงินจริงๆ โดยเช็คจาก วันที่ เวลาและยอดเงินในหลักฐาน ว่าตรงกับรายการบัญชีหรือไม่ ป้องกันผู้เช่าหัวหมอ ที่อาจจะปลอมหลักฐานและส่งมาให้คุณกันนะคะ . #ไม่ได้ตรวจสอบห้องพร้อมผู้เช่าในวันย้ายเข้าและบันทึกเป็นหลักฐาน ข้อนี้ไม่ใช่เรื่องที่ผู้ให้เช่าควรปล่อยผ่าน แต่ควรรวบรวมเป็นตารางรายการเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในห้องทั้งหมด พร้อมเก็บบันทึกภาพถ่าย สภาพปัจจุบันของเฟอร์นิเจอร์เหล่านั้น โดยรวบรวมเป็นหมวดย่อยหรือแบ่งตามห้องต่าง ๆ เป็นไงกันบ้างคะการปล่อยเช่าคอนโดฯ ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดกันเลยใช่ไหม หากคุณอยากปล่อยเช่า แต่ยังเป็นมือใหม่และกังวลกับปัญหาที่จะตามมา ทาง Amber สามารถช่วยคุณได้นะคะ เรามีบริการตั้งแต่หาผู้เช่าจนถึงการบริหารจัดการห้อง หลังมีผู้เช่าแล้วโดยทีมงานที่มีประสบการณ์ หมดกังวลกับปัญหาข้างต้นได้เลยค่ะ —————————————————————– หากสนใจสามารถติดต่อมาได้ตามข้อมูลด้านล่างเลยนะคะ LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs Tel : 089-986-0202 Youtube : @amberrealty Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty #ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ #condoforrent #condo #condobkk #คอนโดพระราม9 #พระราม9 #ลงทุนอสังหา #propertyinvestment #เอเจ้นท์ #Agent #propertyagent

25 สิงหาคม 2023