ซื้อบ้านกับแฟน ยังไม่จดทะเบียนสมรส ใส่ชื่อร่วมได้ไหม? วิธีจัดการกรรมสิทธิ์

18

ส.ค. 26

104

ซื้อบ้านกับแฟน ยังไม่จดทะเบียนสมรส ใส่ชื่อร่วมได้ไหม? วิธีจัดการกรรมสิทธิ์

ซื้อบ้านกับแฟน ที่ยังไม่ได้แต่งงาน ทำได้หรือไม่? หลายคู่รักเลือกซื้อบ้านก่อนแต่งงานเพื่อเริ่มสร้างครอบครัวหรือวางแผนชีวิตร่วมกัน จึงเกิดคำถามว่า

“ถ้ายังไม่ได้จดทะเบียนสมรส สามารถซื้อบ้านร่วมกันได้หรือไม่?”

คำตอบคือ สามารถทำได้ แต่การกู้ร่วม การถือกรรมสิทธิ์ และสิทธิของแต่ละฝ่ายจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสถาบันการเงิน ข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อ และการจดทะเบียนสิทธิในทรัพย์สินตามกฎหมาย

การวางแผนตั้งแต่ก่อนซื้อบ้านจะช่วยลดความเสี่ยงของข้อพิพาทในอนาคต หากความสัมพันธ์เปลี่ยนแปลงหรือมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น

 

ซื้อบ้านร่วมกับแฟน มีรูปแบบใดบ้าง?

โดยทั่วไป การซื้อบ้านร่วมกันอาจแบ่งได้เป็น 2 เรื่องสำคัญ คือ

  1. การกู้ร่วม (Co-borrower) การกู้ร่วม คือ การที่ผู้กู้ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปยื่นขอสินเชื่อร่วมกัน และรับผิดชอบหนี้ตามเงื่อนไขของสัญญาสินเชื่อ

ข้อดี เช่น

  • รวมรายได้เพื่อเพิ่มความสามารถในการกู้
  • อาจเพิ่มวงเงินกู้ตามหลักเกณฑ์ของผู้ให้สินเชื่อ
  • แบ่งภาระการผ่อนชำระร่วมกัน

ทั้งนี้ ผู้ให้สินเชื่อแต่ละแห่งอาจกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของผู้กู้ร่วมแตกต่างกัน เช่น คู่สมรส ญาติ หรือผู้ที่สามารถแสดงความเกี่ยวข้องทางการเงินได้ จึงควรตรวจสอบรายละเอียดกับสถาบันการเงินก่อนยื่นกู้

 

  1. การถือกรรมสิทธิ์ร่วม แม้จะกู้ร่วม แต่ไม่ได้หมายความว่าจะถือกรรมสิทธิ์ร่วมโดยอัตโนมัติ

ชื่อผู้มีกรรมสิทธิ์ในบ้านหรือที่ดินจะเป็นไปตามการจดทะเบียน ณ สำนักงานที่ดิน

ตัวอย่างเช่น

  • ถือกรรมสิทธิ์เพียงคนเดียว
  • ถือกรรมสิทธิ์ร่วม 2 คน
  • ถือกรรมสิทธิ์หลายคน (หากมีผู้ซื้อหลายราย)

จึงควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าผู้ใดจะเป็นเจ้าของทรัพย์สินตามเอกสารสิทธิ

 

ยังไม่จดทะเบียนสมรส สามารถใส่ชื่อทั้งคู่ได้หรือไม่?

โดยทั่วไป สามารถใส่ชื่อทั้งสองฝ่ายเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมได้ หากการซื้อขายและการจดทะเบียนเป็นไปตามกฎหมายและเงื่อนไขของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การถือกรรมสิทธิ์ร่วมทำให้แต่ละฝ่ายมีสิทธิในทรัพย์สินตามส่วนที่กฎหมายรับรองหรือข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม หากมีรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับสัดส่วนการถือครองหรือเงื่อนไขอื่น ๆ ควรปรึกษาสำนักงานที่ดินหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายก่อนดำเนินการ

 

หากเลิกรากัน บ้านจะเป็นของใคร?

คำถามนี้เป็นสิ่งที่หลายคู่กังวล

หากยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส การแบ่งสิทธิในบ้านจะไม่ได้ใช้หลักสินสมรส แต่จะพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น

  • ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์
  • สัญญาซื้อขาย
  • ข้อตกลงระหว่างคู่สัญญา
  • พยานหลักฐานเกี่ยวกับการชำระเงิน
  • ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

หากมีข้อพิพาท การวินิจฉัยอาจแตกต่างกันไปตามข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

 

ควรทำข้อตกลงร่วมกันก่อนซื้อบ้านหรือไม่?

แม้กฎหมายไม่ได้บังคับ แต่การมีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรสามารถช่วยลดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในอนาคตได้

ตัวอย่างประเด็นที่ควรตกลง ได้แก่

  • ผู้รับผิดชอบเงินดาวน์
  • สัดส่วนการผ่อนชำระ
  • ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม
  • วิธีดำเนินการหากมีการขายบ้าน
  • แนวทางจัดการหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถผ่อนต่อได้

การทำข้อตกลงไม่ใช่การคาดการณ์ว่าความสัมพันธ์จะสิ้นสุด แต่เป็นการวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ

 

หากกู้ร่วม แต่มีคนเดียวที่ผ่อน จะเกิดอะไรขึ้น?

ในทางสัญญาสินเชื่อ ผู้กู้ร่วมแต่ละคนมักมีหน้าที่รับผิดชอบต่อหนี้ตามเงื่อนไขที่ตกลงกับผู้ให้สินเชื่อ

หากฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ผ่อนเพียงคนเดียว อาจเกิดประเด็นเกี่ยวกับการแบ่งภาระค่าใช้จ่ายหรือสิทธิในทรัพย์สินได้ในอนาคต โดยเฉพาะหากไม่มีข้อตกลงที่ชัดเจน

จึงควรเก็บหลักฐานการชำระเงินและเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้เป็นระบบ

 

ข้อควรพิจารณาก่อนซื้อบ้านกับแฟน

ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านร่วมกัน ควรพิจารณาเรื่องต่อไปนี้

 

  1. ประเมินความสามารถในการผ่อน คำนวณรายรับ รายจ่าย และภาระหนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถผ่อนชำระได้ในระยะยาว
  2. ตรวจสอบเงื่อนไขการกู้ร่วม ผู้ให้สินเชื่อแต่ละแห่งอาจมีหลักเกณฑ์แตกต่างกัน ควรสอบถามข้อมูลก่อนยื่นคำขอ
  3. ตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์ให้ชัดเจน ควรหารือและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการถือครองทรัพย์สินก่อนจดทะเบียน
  4. วางแผนกรณีเกิดเหตุไม่คาดคิด เช่น การตกงาน การย้ายที่อยู่ การเสียชีวิต หรือการยุติความสัมพันธ์ เพื่อให้มีแนวทางรับมือที่เหมาะสม
  5. เก็บเอกสารทุกขั้นตอน เอกสารการโอนเงิน สัญญา และหลักฐานการผ่อนชำระ อาจมีความสำคัญหากเกิดข้อพิพาทในอนาคต

 

Q: ยังไม่แต่งงาน กู้บ้านร่วมกับแฟนได้ไหม?

A: อาจทำได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของสถาบันการเงินแต่ละแห่ง ควรสอบถามรายละเอียดก่อนยื่นกู้

 

Q: กู้ร่วมแล้ว จำเป็นต้องมีชื่อเป็นเจ้าของบ้านทั้งคู่หรือไม่?

A: ไม่จำเป็น การกู้ร่วมและการถือกรรมสิทธิ์เป็นคนละเรื่อง ผู้ถือกรรมสิทธิ์จะเป็นไปตามการจดทะเบียนสิทธิในทรัพย์สิน

 

Q: ใส่ชื่อเป็นเจ้าของบ้านร่วมกันได้หรือไม่?

A: โดยทั่วไปสามารถทำได้ หากดำเนินการตามกฎหมายและขั้นตอนการจดทะเบียนที่เกี่ยวข้อง

 

Q: หากเลิกรากัน บ้านแบ่งกันอย่างไร?

A: ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี เช่น ผู้ถือกรรมสิทธิ์ ข้อตกลงระหว่างคู่สัญญา หลักฐานการชำระเงิน และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

Q: ยังไม่จดทะเบียนสมรส ซื้อบ้านร่วมกับแฟนได้ไหม?
A: ได้ โดยสามารถซื้อบ้านร่วมกันได้ ทั้งนี้การกู้ร่วมและการถือกรรมสิทธิ์จะเป็นไปตามเงื่อนไขของสถาบันการเงินและการจดทะเบียนสิทธิในทรัพย์สิน

Q: กู้ร่วมกับแฟนแล้วต้องเป็นเจ้าของบ้านทั้งคู่หรือไม่?
A: ไม่จำเป็น การกู้ร่วมเป็นเรื่องของภาระหนี้ ส่วนกรรมสิทธิ์ในบ้านจะขึ้นอยู่กับชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่จดทะเบียน

Q: สามารถใส่ชื่อทั้งคู่ในโฉนดได้หรือไม่?
A: โดยทั่วไปสามารถทำได้ หากเป็นไปตามกฎหมายและขั้นตอนของการจดทะเบียนสิทธิในทรัพย์สิน

Q: ก่อนซื้อบ้านร่วมกับแฟนควรวางแผนเรื่องใดบ้าง?
A: ควรตกลงเรื่องการผ่อนชำระ การถือกรรมสิทธิ์ ค่าใช้จ่าย และแนวทางจัดการหากเกิดเหตุไม่คาดคิด รวมถึงตรวจสอบเงื่อนไขการกู้ร่วมของผู้ให้สินเชื่อ

สรุปส่งท้าย ซื้อบ้านกับแฟน แม้ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสสามารถทำได้ แต่ควรทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง การกู้ร่วม และ การถือกรรมสิทธิ์ รวมถึงตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายและสิทธิในทรัพย์สินให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น

การวางแผนด้านการเงิน การเก็บหลักฐาน และการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือสถาบันการเงินเมื่อมีข้อสงสัย จะช่วยลดความเสี่ยงของข้อพิพาทและทำให้การเป็นเจ้าของบ้านร่วมกันเป็นไปอย่างมั่นคงมากขึ้น

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือการเงินเฉพาะกรณี หากมีประเด็นเกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์สินหรือการทำสัญญา ควรปรึกษาทนายความหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


𝐀𝐦𝐛𝐞𝐫 𝐈𝐧𝐭𝐞𝐫𝐧𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐑𝐞𝐚𝐥𝐭𝐲
คู่คิด ข้างคุณ เรื่องคอนโด
บริษัทเอเจนต์คอนโดให้บริการโดยทีมงาน
ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
การันตีด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี
เราให้บริการแบบ One Stop Service
เกี่ยวกับคอนโดมิเนียม แก่ลูกค้าทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน
สิงคโปร์ เป็นต้น ได้รับการยอมรับ
และทำงานร่วมกันกับ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
เจ้าใหญ่ของไทย เช่น MQDC, Sansiri, AP Thai, Origin ฯลฯ
✨ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
✨ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property
✨ได้รับรางวัล Best Smart Agency 2025 จาก Livinginsider
✨ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service
📍บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด
📍บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด
📍บริการบริหารและจัดการคอนโด

📍LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs

📍Tel : 089-986-0202
📍Youtube : @amberrealty

📍Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

📍เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/p

บทความน่าสนใจ

เปรียบเทียบห้อง Loft และ Duplex คอนโดต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับคุณ

Loft กับ Duplex ต่างกันอย่างไร แบบไหนที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคุณ

Loft และ Duplex ต่างกันที่โครงสร้างทางกฎหมายและพื้นที่ใช้สอยจริง กล่าวคือ Loft มีชั้นลอยที่ไม่นับเป็นพื้นที่ตามโฉนด ค่าส่วนกลางถูกกว่า แต่ทางออกทางเดียว ส่วน Duplex มีทั้งสองชั้นอยู่ในโฉนด มีประตูเข้าออกสองทาง ห้องน้ำบนชั้นสอง เหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่จริงและความปลอดภัยมากกว่า บทความนี้ Amber เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียทั้งสองแบบ พร้อมแนะนำว่าแบบไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ . ห้องสไตล์ Loft – ชั้นล่างและชั้นบนจะอยู่บนโครงสร้างเดียวกัน เป็นห้องที่มีฝ้าเพดานสูงและในทางกฎหมาย ไม่มีการกำหนดความสูงขั้นต่ำของชั้นลอย – พื้นที่ใช้สอยถูกนับเพียงชั้นล่าง เนื่องจากในทางกฎหมายระบุไว้ว่าพื้นที่ใช้สอยส่วนชั้นลอย เป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ จะไม่ถูกนับรวมอยู่ในโฉนด – ชั้นลอยถูกนับเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ไม่มีประตูกั้นห้อง – มีประตูเข้าออกทางเดียวคือ ทางชั้นล่าง – ชั้นลอยจะไม่มีห้องน้ำ ข้อดีของห้องสไตล์ Loft – การเสียค่าส่วนกลางจะเสียแค่พื้นที่ใช้สอยที่ออกตามโฉนด ดังนั้นถ้าห้องขนาด 35 ตร.ม. และมีพื้นที่ใช้สอยชั้นลอย 22 ตร.ม. จะเสียค่าส่วนกลางแค่ 35 ตร.ม. – การที่มีฝ้าเพดานสูง ทำให้ห้องดูโปร่งและโล่งกว่าเดิม ข้อเสียของห้องสไตล์ Loft – มีความปลอดภัยค่อนข้างน้อย เนื่องจากมีทางเข้า – ออก ทางเดียว หากเกิดเหตุฉุกเฉินอาจจะหนีลำบาก – ปัญหาเรื่องความสูงของชั้นลอย เนื่องจากทางกฎหมายไม่ได้กำหนดขั้นต่ำไว้ จึงทำให้บางโครงการมีความสูงของเพดานเตี้ยกว่า 2.40 เมตร ทำให้ห้องดูอึดอัด . ห้องสไตล์ Duplex – ชั้นล่างและชั้นบนอยู่บนโครงสร้างคนละชั้น ในทางกฏหมายกำหนดให้ชั้นบนมีความสูงไม่น้อยกว่า 2.4 เมตร – พื้นที่ใช้สอยชั้นบนถูกนับเป็นสิ่งก่อสร้าง ดังนั้นพื้นที่ใช้สอยทั้งชั้นบนและล่างจะถูกนับรวมกันอยู่ในโฉนด – ชั้นบนสามารถแบ่งเป็นห้องต่างๆ มีประตูเปิด – ปิดได้ – ตามกฎหมายกำหนดให้มีประตูเข้า – ออก ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง – ชั้นบนมักจะมีห้องน้ำด้วย โดยจะอยู่ตำแหน่งเดียวกับชั้นล่าง ข้อดีของห้องสไตล์ Duplex – เพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน – ความสูงของเพดาน ที่มีความสูงมาก จะช่วยทำให้ห้องดูกว้างและโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น – หากเลือกแบบห้องที่มีการปิดกั้น ก็จะได้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้นไปอีก ข้อเสียของห้องสไตล์ Duplex – ค่าไฟ ยิ่งห้องที่สูงและกว้างมากขึ้นเท่าไหร่ ภาระค่าไฟยิ่งมากขึ้นเท่านั้น – เสียค่าส่วนกลางที่มากขึ้นตามขนาดของห้องอีกด้วย . แล้วห้องแบบไหนที่จะตอบโจทย์กับการใช้ชีวิตของเรากันล่ะ? ห้องสไตล์ Loft เหมาะกับผู้อยู่อาศัยที่ต้องการห้องที่โล่ง โปร่งสบาย เพราะมีเพดานสูง ให้ความรู้สึกทันสมัย มีพื้นที่ใช้สอยในส่วนของชั้นลอยที่เพิ่มขึ้น และยังมีราคาที่ไม่สูงจนเกินไป ห้องสไตล์ Duplex เหมาะกับผู้อาศัยที่ต้องการให้ห้องมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง มีความลักซ์ชัวรี่ และบรรยากาศการอาศัยอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ให้ความสะดวกสบายและมีพื้นที่ส่วนตัวให้ใช้งานอย่างเต็มที่ อ่านมาถึงตรงนี้ทุกคนคงเข้าใจความแตกต่าง ของห้องสไตล์ Loft และ Duplex กันมากขึ้นแล้ว และคงมีคำตอบกันแล้วใช่ไหมคะว่าห้องแบบไหน ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ แต่ในการตัดสินใจเลือกซื้อ ก็อย่าลืมคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ กันด้วยนะคะ Q: Loft กับ Duplex ต่างกันอย่างไร? A: Loft มีชั้นลอยที่ไม่นับพื้นที่โฉนด ค่าส่วนกลางถูกกว่า แต่ทางออกทางเดียว ส่วน Duplex สองชั้นในโฉนด มีประตูสองทางและห้องน้ำบนชั้นสอง   Q: ห้อง Loft กับ Duplex แบบไหนราคาแพงกว่า? A: Duplex มักแพงกว่าเพราะพื้นที่ใช้สอยนับรวมทั้งสองชั้น ทำให้ค่าส่วนกลางและราคาขายต่อสูงกว่า   Q: ห้อง Loft เหมาะกับใคร? A: เหมาะกับคนต้องการห้องโปร่งเพดานสูง งบไม่สูงมาก ไม่ต้องการพื้นที่ชั้นสองจริงจัง เช่น คนเดียวหรือคู่รัก   —————————————————————————– ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย ให้บริการแบบครบจร One Stop Service บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด บริการบริหารและจัดการคอนโด LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs Tel : 089-986-0202 Youtube : @amberrealty Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty #ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ #ลงทุนอสังหา #propertyinvestment #เอเจ้นท์ #Agent #propertyagent

18 กรกฎาคม 2023
โฉนดที่ดินหาย ! ทำยังไงดี

โฉนดที่ดินหาย! ทำยังไงดี

#โฉนดที่ดิน อาจจะเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับหลายๆ คน เพราะเมื่อได้มาเราก็จะเก็บมันไว้เพราะเป็นเอกสารสำคัญของบ้าน และไม่ใช่เอกสารที่จะพกพาติดตัว เนื่องจากมีขนาดที่ใหญ่ แต่หากวันไหนที่ต้องใช้และพบว่า โฉนดที่ดินหาย หรือเกิดชำรุดขึ้นมาล่ะ จะทำยังไง? ก่อนอื่นไม่ต้องตกใจไปนะคะ เราสามารถยื่นขอโฉนดที่ดินใหม่ได้ ส่วนขั้นตอนจะเป็นอย่างไร วันนี้เราจะมาบอกทุกคนเองค่ะ 1. แจ้งความต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น อันดับแรกเลยก็คือต้องไป แจ้งความต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อยืนยันว่าเจ้าของที่ดินนั้นไม่ได้นำโฉนดที่ดิน ไปจำหน่าย #จำนอง หรือแลกเปลี่ยนเป็นของผู้อื่น 2. ติดต่อกับสำนักงานที่ดิน เมื่อได้ใบบันทึกประจำวันมาเรียบร้อยแล้ว ให้นำเอกสารมาติดต่อที่สำนักงานที่ดิน เพื่อขอโฉนดที่ดินใหม่ โดยเอกสารที่ต้องเตรียมไปด้วยมีดังนี้ – บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ที่ยื่นขอโฉนดที่ดินใหม่ – ทะเบียนบ้านตัวจริงของผู้ที่ยื่นขอโฉนดที่ดินใหม่ – ใบแจ้งความ / บันทึกประจำวัน – พยานบุคคล 2 คน พร้อมบัตรประชาชนตัวจริง ซึ่งหากเกิดปัญหาในภายหลัง พยานทั้ง 2 คนนี้ จะต้องเป็นพยานในชั้นศาลด้วย เมื่อเตรียมเอกสารทุกอย่างครบแล้ว จะต้องกรอกเอกสารรับรองและลงลายมือชื่อต่อหน้าเจ้าพนักงาน เพื่อรองรับว่าเจ้าของที่ดินได้ดำเนินการขอออกโฉนดที่ดินใหม่จริงๆ . โดยในขั้นตอนการออกโฉนดที่ดินใหม่ทั้งหมดนี้ จะมีค่าธรรมเนียมประมาณ 75 บาท ทั้งนี้โฉนดที่ดินใหม่ หรือ ใบแทน จะมีประทับตราบนเอกสารว่า “ใบแทน” เพื่อแจ้งให้ทราบว่าเอกสารฉบับนี้ สามารถใช้แทนโฉนดที่ดินฉบับจริงได้ 100% เมื่อเกิดการทำนิติกรรมหรือมีการแลกเปลี่ยนซื้อขายที่ดิน ใบแทนนี้จะมีผลทางกฎหมายไม่ต่างกับโฉนดตัวจริง . เป็นอย่างไรบ้างคะ โฉนดที่ดินหาย ขอใหม่ไม่ยากและไม่วุ่นวายอย่างที่คิดใช่ไหม แต่อย่างไรก็ตามเอกสารสำคัญแบบนี้ ควรเก็บไว้ให้ดีและไม่ทำหายจะดีที่สุดนะคะ เพราะเมื่อจะทำการขายต่อหรือนำไปทำธุรกรรมอื่นๆ เนี่ย ทั้งนักลงทุน นายหน้าอสังหา หรือบุคคลที่เราทำธุรกรรมด้วย ก็จะต้องขอดูโฉนดกันอย่างแน่นอนค่ะ —————————————————————————————– ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย ให้บริการแบบครบจร One Stop Service บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด บริการบริหารและจัดการคอนโด LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs Tel : 089-986-0202 Youtube : @amberrealty Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty #ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ #ลงทุนอสังหา #propertyinvestment #เอเจ้นท์ #Agent #propertyagent

25 สิงหาคม 2023
7 ข้อผิดพลาดสำหรับผู้ ปล่อยเช่าคอนโด มือใหม่

7 ข้อผิดพลาดสำหรับผู้ ปล่อยเช่าคอนโด มือใหม่

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่อยากลงทุนกับคอนโดฯ คงคิดว่าการ ปล่อยเช่าคอนโด เป็นเรื่องง่าย และได้เงินตลอดทุกเดือน เพียงแค่แต่งห้องให้สวยและถูกใจกลุ่มหมาย แต่ในความเป็นจริงแล้วการปล่อยเช่าคอนโดฯ ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ยิ่งไปกว่านั้นผู้ปล่อยเช่ามือใหม่ อาจจะพลั้งพลาดและประมาทไปกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนทำให้ความความเสียหายตามมา วันนี้เราจะมาบอกถึงสิ่งที่ควรระวังและตรวจเช็คให้ดี ก่อนการ ปล่อยเช่าคอนโด ของคุณกันค่ะ มาเริ่มกันเลย . #ศึกษากฎระเบียบของโครงการคอนโดฯ ก่อนปล่อยเช่าคอนโด ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นผู้จ่ายเงิน และซื้อห้องนั้นมาครอบครองแล้วแต่อย่าลืมว่า คอนโดฯ แต่ละที่นั้นมีกฎระเบียบไว้ให้ลูกบ้านได้ปฎิบัตตาม อย่าลืมศึกษาให้ดีว่าทางคอนโดฯ มีกฎข้อห้ามใดบ้าง และแจ้งผู้เช่าให้ชัดเจน ไม่งั้นอาจจะถูกเรียกปรับได้โดยไม่รู้ตัวเลยนะ . #ละเลยการคัดกรองผู้เช่า ผู้ให้เช่าจำนวนไม่น้อยเลยที่กังวลเกี่ยวกับการหาผู้เช่า และอยากปล่อยห้องเช่าให้ได้เร็วที่สุด จนลืมให้ความสำคัญกับการตรวจสอบผู้เช่า ก่อนที่จะย้ายเข้ามาพักอาศัย ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงมากๆ ผู้เช่าที่คุณควรหลีกเลี่ยงเลย หากไม่อยากให้ห้องเสียหายหรือมีปัญหาตามมาก็คือ – มีอาชีพและสถานะทางการเงินที่ไม่มั่นคง เพราะในอนาคตอาจจะไม่สามารถจ่ายค่าเช่าคอนโดฯ ให้คุณได้ – ผู้ที่เข้ามาคุย มักจะเรียกร้องเอานี่เพิ่มนั่นเพิ่มมากจนเกินพอดี หรือขอต่อราคาลง เพราะเป็นไปได้ว่าในอนาคตอาจจะมีปัญหาตามมา – ผู้เช่าที่สูบบุหรี่ เพราะจะทำให้กลิ่นติดห้อง ผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ของคุณ หรือในกรณีที่ไปสูบตรงระเบียง ก็อาจจะโดนเพื่อนบ้านร้องเรียนได้ ซึ่งผลกระทบจะตกมาอยู่ที่คุณได้ – ผู้เช่าที่มีเด็กเล็ก หรืออายุต่ำกว่า 10 ปี เพราะอาจจะทำให้ห้องของคุณสกปรกได้ เช่นการขีดเขียนผนัง ซึ่งการพิจารณาผู้เช่านั้นควรดูเป็นกรณีไป หากได้ผู้เช่าดีก็ถือว่าวินๆ กันไป แต่ถ้าหากได้ผู้เช่าไม่ดี เงินที่ได้มาอาจจะไม่คุ้มกับค่าเสียหายที่คุณได้รับเลย . #ไม่ได้ทำสัญญาเช่า ถือเป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรงเลยสำหรับข้อนี้ เพราะการให้เช่าก็นับเป็นธุรกิจ ควรมีการทำสัญญา ที่ระบุเงื่อนไขไว้ชัดเจนและรัดกุมมากที่สุด เพื่อให้ระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่ามีความเข้าใจที่ตรงกัน นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณและผู้เช่าได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายด้วย และคุณต้องมั่นใจด้วยว่าผู้เช่ารับทราบ และเข้าใจในข้อตกลงร่วมกันก่อนจะเซ็นชื่อลงในใบสัญญา . #ไม่ได้ตรวจสอบหลักฐานการโอนค่าเช่า ข้อนี้เป็นสิ่งที่ผู้ให้เช่าหลายคนมักละเลย และดูแค่ตัวหลักฐานผ่านๆ โดยไม่ตรวจสอบ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเมื่อผู้เช่าส่งหลักฐานการโอนมา ผู้ให้เช่าควรเช็คให้ละเอียดว่ามีการโอนเงินจริงๆ โดยเช็คจาก วันที่ เวลาและยอดเงินในหลักฐาน ว่าตรงกับรายการบัญชีหรือไม่ ป้องกันผู้เช่าหัวหมอ ที่อาจจะปลอมหลักฐานและส่งมาให้คุณกันนะคะ . #ไม่ได้ตรวจสอบห้องพร้อมผู้เช่าในวันย้ายเข้าและบันทึกเป็นหลักฐาน ข้อนี้ไม่ใช่เรื่องที่ผู้ให้เช่าควรปล่อยผ่าน แต่ควรรวบรวมเป็นตารางรายการเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในห้องทั้งหมด พร้อมเก็บบันทึกภาพถ่าย สภาพปัจจุบันของเฟอร์นิเจอร์เหล่านั้น โดยรวบรวมเป็นหมวดย่อยหรือแบ่งตามห้องต่าง ๆ เป็นไงกันบ้างคะการปล่อยเช่าคอนโดฯ ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดกันเลยใช่ไหม หากคุณอยากปล่อยเช่า แต่ยังเป็นมือใหม่และกังวลกับปัญหาที่จะตามมา ทาง Amber สามารถช่วยคุณได้นะคะ เรามีบริการตั้งแต่หาผู้เช่าจนถึงการบริหารจัดการห้อง หลังมีผู้เช่าแล้วโดยทีมงานที่มีประสบการณ์ หมดกังวลกับปัญหาข้างต้นได้เลยค่ะ —————————————————————– หากสนใจสามารถติดต่อมาได้ตามข้อมูลด้านล่างเลยนะคะ LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs Tel : 089-986-0202 Youtube : @amberrealty Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty #ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ #condoforrent #condo #condobkk #คอนโดพระราม9 #พระราม9 #ลงทุนอสังหา #propertyinvestment #เอเจ้นท์ #Agent #propertyagent

25 สิงหาคม 2023