
ผังเมืองกรุงเทพฯ ผังสีที่ดิน สีแดง สีเหลือง สีม่วง บอกอะไร?
ผังเมืองกรุงเทพ หรือ “ผังสีที่ดิน” ใช้บอกประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินและข้อกำหนดในการพัฒนาพื้นที่ โดยในผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 สีเหลือง หมายถึงที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย สีแดง หมายถึงที่ดินประเภทพาณิชยกรรม และ สีม่วง หมายถึงที่ดินประเภทอุตสาหกรรม แต่สีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกได้ทันทีว่า “สร้างอะไรได้ทุกอย่าง” เพราะต้องดูรหัสบริเวณ ข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน เงื่อนไขเรื่องถนน ขนาดแปลง FAR/OSR และกฎหมายควบคุมอาคารประกอบกันด้วย
อัปเดตสถานะผังเมือง: ปัจจุบันกรุงเทพฯ อยู่ระหว่างการจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) โดยคณะกรรมการผังเมืองจังหวัดกรุงเทพมหานครมีมติเห็นชอบร่างเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 และยังมีขั้นตอนตามกฎหมายก่อนประกาศใช้ ดังนั้นเมื่อตรวจสอบที่ดินเพื่อซื้อหรือพัฒนา ควรตรวจสอบ ข้อกำหนดที่มีผลใช้บังคับ ณ วันที่ทำธุรกรรม จากหน่วยงานราชการอีกครั้ง
ผังเมืองกรุงเทพ คืออะไร และทำไมคนซื้อที่ดินต้องดู?
หากกำลังจะซื้อที่ดินในกรุงเทพฯ สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ “ผังเมือง”
เพราะที่ดินขนาดเท่ากัน อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่ร้อยเมตร อาจมีศักยภาพในการพัฒนาแตกต่างกันอย่างมาก เนื่องจากถูกกำหนดให้มีประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินต่างกัน
ตัวอย่างเช่น ที่ดินแปลงหนึ่งอาจอยู่ในเขต สีเหลือง ซึ่งเน้นการอยู่อาศัยหนาแน่นน้อย ขณะที่อีกแปลงอยู่ใน สีแดง ซึ่งเป็นพื้นที่พาณิชยกรรม หรือ สีม่วง ซึ่งเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม
ดังนั้น “สี” บนแผนที่ผังเมืองจึงไม่ใช่เพียงสีเพื่อให้ดูง่าย แต่เป็นข้อมูลที่สะท้อน ทิศทางการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมือง
กรุงเทพมหานครระบุว่าผังเมืองรวมมีการกำหนดประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน เช่น พื้นที่อยู่อาศัย พาณิชยกรรม อุตสาหกรรมและคลังสินค้า ตลอดจนพื้นที่ชนบทและเกษตรกรรม
สีแดง สีเหลือง สีม่วง ใน ผังเมืองกรุงเทพ หมายถึงอะไร?
สำหรับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการอ่านผังสีที่ดิน กรุงเทพมหานครแบ่งประเภทหลักที่เกี่ยวข้องกับคำถามนี้ไว้ดังนี้
| สีผังเมือง | ประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน | ความหมายโดยทั่วไป |
| 🟨 สีเหลือง | ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย | เน้นพื้นที่อยู่อาศัยความหนาแน่นต่ำ |
| 🟥 สีแดง | พาณิชยกรรม | รองรับกิจกรรมการค้า ธุรกิจ และศูนย์กลางพาณิชยกรรม |
| 🟪 สีม่วง | อุตสาหกรรม | รองรับกิจกรรมอุตสาหกรรมตามประเภทและเงื่อนไขที่กำหนด |
ทั้งนี้ ในแต่ละสีจะมี รหัสย่อยและข้อกำหนดแตกต่างกัน ไม่ใช่ว่าที่ดินสีเดียวกันทั่วกรุงเทพฯ จะมีสิทธิในการพัฒนาเหมือนกันทั้งหมด
- ที่ดินสีเหลือง หมายถึงอะไร?
สีเหลือง = ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย
ในผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 พื้นที่สีเหลืองอยู่ในกลุ่ม ย.1–ย.4 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรองรับการอยู่อาศัยที่มีความหนาแน่นไม่สูง เช่น พื้นที่ชานเมืองหรือพื้นที่ที่ต้องการรักษาสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัย
สีเหลืองเหมาะกับการพัฒนาอะไร?
ในภาพรวมจึงมักเชื่อมโยงกับการพัฒนาประเภทที่อยู่อาศัย เช่น
- บ้านเดี่ยว
- บ้านพักอาศัย
- อาคารพักอาศัยบางประเภท
- โครงการที่อยู่อาศัยตามเงื่อนไขของผังเมือง
- กิจกรรมอื่นที่ข้อกำหนดอนุญาต
แต่คำว่า “สีเหลือง = สร้างบ้านได้” ยังไม่เพียงพอสำหรับการตัดสินใจซื้อที่ดิน
เพราะต้องดูต่อว่าเป็น ย.1, ย.2, ย.3 หรือ ย.4 และอยู่ในบริเวณใด
รวมถึงต้องตรวจสอบข้อจำกัดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
นักลงทุนควรมองสีเหลืองอย่างไร?
หากมองในเชิงอสังหาริมทรัพย์ สีเหลืองอาจเหมาะกับผู้ที่ต้องการพัฒนาที่อยู่อาศัยความหนาแน่นไม่สูง
แต่หากกำลังมองหาที่ดินเพื่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ โครงการพาณิชยกรรม หรือโครงการที่ต้องการความหนาแน่นสูง ก็ไม่ควรดูเพียงราคาที่ดินแล้วตัดสินใจ
สิ่งสำคัญคือ “พื้นที่สีเหลืองนั้นสร้างได้มากแค่ไหน” ไม่ใช่เพียง “สร้างอะไรได้บ้าง”
- ที่ดินสีแดง หมายถึงอะไร?
สีแดง = ที่ดินประเภทพาณิชยกรรม
พื้นที่สีแดงในผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 อยู่ในกลุ่ม พ.1–พ.5 และมีวัตถุประสงค์รองรับกิจกรรมด้านพาณิชยกรรมและพื้นที่ศูนย์กลางเมืองตามระดับที่กำหนด
จึงเป็นสีที่นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะโดยหลักแล้วเป็นพื้นที่ที่เปิดรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากกว่าพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นต่ำ
สีแดงสร้างอะไรได้บ้าง?
ตัวอย่างกิจกรรมที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่
- อาคารสำนักงาน
- อาคารพาณิชย์
- ร้านค้า
- โรงแรม
- อาคารพักอาศัยบางประเภท
- โครงการแบบผสมผสาน
- กิจกรรมพาณิชยกรรมอื่นตามข้อกำหนด
แต่ ไม่ได้หมายความว่าที่ดินสีแดงทุกแปลงจะสร้างอาคารประเภทใดก็ได้
ตัวอย่างเช่น รหัส พ.1 กับ พ.5 อาจมีระดับการใช้ประโยชน์ที่แตกต่างกัน
ดังนั้นหากเห็นประกาศขายที่ดินว่า
“ที่ดินสีแดง ทำเลดี สร้างคอนโดได้”
อย่าเพิ่งตัดสินใจจากประโยคนี้เพียงอย่างเดียว
ควรตรวจสอบต่อว่า สีแดงรหัสอะไร? อาคารประเภทที่ต้องการสร้างได้รับอนุญาตหรือไม่? มีข้อจำกัดเรื่องขนาดอาคารหรือไม่? และที่ดินติดถนนที่มีศักยภาพตามเงื่อนไขหรือไม่?
- ที่ดินสีม่วง หมายถึงอะไร?
สีม่วง = ที่ดินประเภทอุตสาหกรรม
ในผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 พื้นที่สีม่วงอยู่ในกลุ่ม อ.1–อ.2 ซึ่งเป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรม
พื้นที่ลักษณะนี้มีวัตถุประสงค์รองรับกิจกรรมอุตสาหกรรมตามประเภทและเงื่อนไขที่กำหนด
สีม่วงเหมาะกับใคร?
โดยทั่วไปเหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้ที่ดินเพื่อกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ
- โรงงาน
- การผลิต
- กิจกรรมอุตสาหกรรม
- กิจการที่เกี่ยวข้องกับภาคการผลิตตามข้อกำหนด
แต่ต้องระวังคำว่า “สีม่วง” ไม่ได้หมายความว่าโรงงานทุกประเภทสามารถสร้างได้
เนื่องจากการประกอบกิจการโรงงานยังอาจเกี่ยวข้องกับกฎหมายและข้อกำหนดอื่น เช่น ประเภทโรงงาน ที่ตั้ง ระยะห่าง ผลกระทบต่อชุมชน และกฎหมายสิ่งแวดล้อม
ดังนั้นการดูผังเมืองเป็นเพียง ด่านแรก ของการตรวจสอบความเป็นไปได้ในการพัฒนา
สีที่ดินบอก “มูลค่าที่ดิน” ได้หรือไม่?
บอกได้ในเชิงศักยภาพ แต่ไม่สามารถใช้สีเป็นตัวกำหนดราคาที่ดินโดยตรง
ตัวอย่างเช่น ที่ดินสีแดงอาจมีศักยภาพทางพาณิชยกรรมสูงกว่าสีเหลืองในบางทำเล แต่ไม่ได้หมายความว่า
สีแดง = ราคาแพงกว่าเสมอ
เพราะราคาที่ดินยังขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัย เช่น
- ทำเล
- ระยะห่างจากรถไฟฟ้า
- หน้ากว้างที่ดิน
- ขนาดแปลง
- ทางเข้าออก
- ถนนหน้าแปลง
- สภาพแวดล้อม
- รูปแปลง
- ศักยภาพในการพัฒนา
- FAR/OSR
- ข้อจำกัดทางกฎหมาย
- ภาระจำยอม
- ราคาซื้อขายในบริเวณใกล้เคียง
ดังนั้น สีผังเมืองเป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญสำหรับประเมินมูลค่าที่ดิน แต่ไม่ใช่ตัวกำหนดราคาเพียงอย่างเดียว
FAR และ OSR คืออะไร? ทำไมดูผังสีอย่างเดียวไม่พอ?
นี่เป็นจุดที่คนซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการมักพลาด
แม้ที่ดินจะอยู่ในสีที่ดู “ดี” แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถสร้างอาคารได้เต็มพื้นที่ตามที่ต้องการ
สิ่งที่ต้องดูเพิ่มเติมคือข้อกำหนด เช่น
FAR — อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน
FAR หรือ Floor Area Ratio ใช้กำหนดความสัมพันธ์ระหว่าง พื้นที่อาคารรวม กับ ขนาดที่ดิน
ตัวอย่างเชิงหลักการ หากที่ดิน 1,000 ตารางเมตร และข้อกำหนดให้ FAR เท่ากับ 5 ก็หมายความว่าพื้นที่อาคารรวมตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอาจอยู่ที่ 5,000 ตารางเมตร
แต่ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจหลักการ ไม่ใช่การคำนวณสิทธิการก่อสร้างของที่ดินแปลงใดแปลงหนึ่ง
OSR — อัตราส่วนที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวม
OSR หรือ Open Space Ratio เป็นอีกตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ว่างของโครงการ
ดังนั้นเวลาวิเคราะห์ที่ดินเพื่อพัฒนา ไม่ควรถามเพียงว่า
“ที่ดินแปลงนี้สีอะไร?”
แต่ควรถามว่า
“ที่ดินแปลงนี้มีศักยภาพในการพัฒนาได้กี่ตารางเมตร?”
วิธีดู ผังเมืองกรุงเทพ สำหรับคนซื้อที่ดิน
หากกำลังจะซื้อที่ดิน ขั้นตอนที่แนะนำคือ
ขั้นที่ 1: ระบุตำแหน่งที่ดินให้แน่นอน ต้องรู้ว่าแปลงที่ดินอยู่ตรงไหน ไม่ควรดูเพียงชื่อซอยหรือชื่อถนน
ควรมีข้อมูล เช่น
- โฉนด
- เลขที่ดิน
- แขวง
- เขต
- พิกัด
- ตำแหน่งแปลงบนแผนที่
เพราะที่ดินที่อยู่คนละฝั่งถนนอาจมีข้อกำหนดแตกต่างกันได้
ขั้นที่ 2: ดู “สี” ของพื้นที่ จากนั้นตรวจสอบว่าอยู่ในพื้นที่สีอะไร
เช่น
สีเหลือง → ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย
สีแดง → พาณิชยกรรม
สีม่วง → อุตสาหกรรม
แต่ยังไม่ควรสรุปสิทธิการพัฒนาในขั้นตอนนี้
ขั้นที่ 3: ดู “รหัส” ของพื้นที่
นี่เป็นขั้นตอนสำคัญ ตัวอย่างเช่น สีแดงไม่ได้มีเพียงประเภทเดียว แต่มีรหัส พ.1–พ.5 ในผังเมือง พ.ศ. 2556 และพื้นที่แต่ละรหัสมีวัตถุประสงค์และข้อกำหนดต่างกัน
ดังนั้น
สี + รหัส = ข้อมูลที่มีความหมายมากกว่าสีเพียงอย่างเดียว
ขั้นที่ 4: อ่านข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน
ต้องตรวจสอบว่าโครงการที่ต้องการทำได้รับอนุญาตหรือไม่ และมีเงื่อนไขอะไรบ้าง
ตัวอย่างคำถามที่ควรถาม ได้แก่
- สร้างบ้านได้หรือไม่?
- สร้างอาคารพาณิชย์ได้หรือไม่?
- สร้างอาคารชุดได้หรือไม่?
- สร้างโรงแรมได้หรือไม่?
- สร้างโรงงานได้หรือไม่?
- มีข้อจำกัดด้านขนาดพื้นที่อาคารหรือไม่?
- มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนชั้นหรือไม่?
- มีข้อกำหนดเกี่ยวกับถนนหรือไม่?
ทำไม “ถนนหน้าแปลง” จึงสำคัญ?
นี่เป็นอีกเรื่องที่คนซื้อที่ดินมักมองข้าม
ที่ดินอยู่ในสีแดงเหมือนกัน ไม่ได้แปลว่ามีศักยภาพเท่ากัน
เพราะข้อกำหนดบางประเภทอาจพิจารณาร่วมกับ ขนาดเขตทางหรือถนนที่ที่ดินตั้งอยู่
ดังนั้นที่ดินติดถนนใหญ่กับที่ดินที่อยู่ในซอยแคบ แม้จะเป็นสีเดียวกัน ก็อาจมีศักยภาพในการพัฒนาแตกต่างกัน
พูดง่าย ๆ คือ
“ผังสีดี” แต่ “ทางเข้าไม่เอื้อ” ก็อาจพัฒนาได้ไม่เต็มศักยภาพ
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการวิเคราะห์ที่ดินเพื่อสร้างโครงการจึงต้องดูทั้ง ผังเมือง + ถนน + รูปแปลง + กฎหมายอาคาร ไปพร้อมกัน
ผังเมืองเปลี่ยน ราคาที่ดินเปลี่ยนได้หรือไม่?
มีโอกาส
เพราะเมื่อผังเมืองมีการเปลี่ยนแปลง ประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินหรือข้อกำหนดในการพัฒนาบางพื้นที่อาจเปลี่ยนตาม
ตัวอย่างเช่น ในกระบวนการจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) มีการพิจารณาปรับระดับการพัฒนาพื้นที่พาณิชยกรรมบางบริเวณ เช่น รอบสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ สถานีมักกะสัน และสถานีทุ่งสองห้อง ตามข้อมูลที่กรุงเทพมหานครเผยแพร่เมื่อเดือนเมษายน 2569
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ควรติดตาม ทั้งผังเมืองที่ใช้บังคับในปัจจุบันและร่างผังเมืองฉบับใหม่
อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ชัดเจนว่า
“ร่างผังเมือง” ≠ “ผังเมืองที่ประกาศใช้แล้ว”
หากกำลังจะซื้อที่ดินโดยอาศัยศักยภาพจากผังเมืองใหม่ ควรตรวจสอบสถานะทางกฎหมาย ณ วันที่ตัดสินใจทุกครั้ง
ดูผังเมืองออนไลน์ได้จากที่ไหน?
กรุงเทพมหานครมี ศูนย์บริการข้อมูลผังเมือง สำนักผังเมือง กทม. ซึ่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผังเมือง รวมถึงแผนที่การใช้ประโยชน์ที่ดิน ข้อกำหนด และเอกสารที่เกี่ยวข้อง
สำหรับการตรวจสอบแปลงที่ดินจริง หากเป็นการซื้อเพื่อพัฒนาโครงการหรือธุรกรรมที่มีมูลค่าสูง ควรขอข้อมูลหรือหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพราะข้อมูลออนไลน์เป็นเครื่องมือสำหรับการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่ควรใช้แทนการตรวจสอบเอกสารราชการฉบับทางการ
7 ข้อที่ต้องเช็กก่อนซื้อที่ดินจาก “ผังสี”
ก่อนจ่ายเงินซื้อที่ดิน ลองใช้ Checklist นี้
- ที่ดินอยู่สีอะไร? เหลือง แดง ม่วง หรือสีประเภทอื่น
- รหัสย่อยคืออะไร? เช่น ย., พ., อ. และหมายเลขบริเวณ
- สิ่งที่ต้องการสร้างทำได้หรือไม่? อย่าคิดจากสีเพียงอย่างเดียว
- FAR/OSR เท่าไร? เพราะมีผลต่อขนาดโครงการ
- ถนนหน้าแปลงกว้างเท่าไร? และมีเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาหรือไม่
- มีข้อจำกัดอื่นหรือไม่? เช่น เขตควบคุมอาคาร แนวถนน โครงการคมนาคม ที่โล่ง หรือข้อกำหนดเฉพาะพื้นที่
- ผังเมืองฉบับใหม่มีผลต่อแปลงนี้หรือไม่? ต้องแยกให้ออกว่าเป็น ผังที่มีผลใช้บังคับแล้ว หรือเป็นเพียง ร่างผังเมือง
สรุปส่งท้าย ผังเมืองกรุงเทพ สีผังเมืองบอกอะไรเราได้บ้าง? การดูผังเมืองกรุงเทพฯ เป็นเหมือนการดู “กติกาการใช้ที่ดิน” เบื้องต้น
จำง่ายๆ ว่า
🟨 สีเหลือง = ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย
🟥 สีแดง = พาณิชยกรรม
🟪 สีม่วง = อุตสาหกรรม
แต่ อย่าหยุดแค่การดูสี
หากกำลังซื้อที่ดินเพื่ออยู่อาศัย ลงทุน หรือพัฒนาโครงการ ต้องดูต่ออย่างน้อย รหัสพื้นที่ + ข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน + FAR/OSR + ถนนหน้าแปลง + กฎหมายควบคุมอาคาร + ผังเมืองที่มีผลใช้บังคับในปัจจุบัน
และในปี 2569 เรื่องนี้ยิ่งต้องติดตาม เพราะกรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างกระบวนการจัดทำ ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) โดยร่างผังผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการผังเมืองจังหวัดกรุงเทพมหานครแล้วเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 แต่ยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนก่อนประกาศใช้
สำหรับคนซื้ออสังหาริมทรัพย์ “สีผังเมือง” จึงไม่ใช่แค่ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ แต่เป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ควรตรวจสอบก่อนประเมินว่าที่ดินแปลงหนึ่ง “คุ้มค่าที่จะซื้อหรือไม่”
Q: สีแดงในผังเมืองกรุงเทพฯ หมายถึงอะไร?
A: สีแดงหมายถึง ที่ดินประเภทพาณิชยกรรม ในผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 โดยมีรหัสย่อย พ.1–พ.5 และมีข้อกำหนดแตกต่างกันตามบริเวณ
Q: ที่ดินสีเหลืองสร้างบ้านได้หรือไม่?
A: โดยหลักสีเหลืองเป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย แต่การสร้างบ้านจริงต้องตรวจสอบรหัสพื้นที่และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกฎหมายควบคุมอาคารด้วย
Q: ที่ดินสีม่วงสร้างโรงงานได้ทุกประเภทหรือไม่?
A: ไม่ใช่ สีม่วงเป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรม แต่ประเภทกิจการและการก่อสร้างต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของผังเมืองและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ควรสรุปจากสีเพียงอย่างเดียว
Q: สีแดงดีกว่าสีเหลืองหรือไม่?
A: ไม่สามารถบอกได้ว่า “ดีกว่า” เสมอไป เพราะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้ซื้อ หากต้องการพัฒนาเชิงพาณิชยกรรม สีแดงบางพื้นที่อาจมีความเหมาะสมมากกว่า แต่หากต้องการสร้างบ้านในพื้นที่อยู่อาศัย สีเหลืองอาจตอบโจทย์มากกว่า
Q: ดูผังเมืองก่อนซื้อที่ดินสำคัญแค่ไหน?
A: สำคัญมาก โดยเฉพาะการซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการ เพราะผังเมืองช่วยให้ทราบประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินและข้อกำหนดเบื้องต้น ซึ่งอาจส่งผลต่อประเภทและขนาดของโครงการที่สามารถพัฒนาได้
Q: ผังเมืองกรุงเทพฯ ฉบับใหม่ประกาศใช้แล้วหรือยัง?
A: ณ เดือนสิงหาคม 2569 กรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างกระบวนการจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) โดยร่างผังได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผังเมืองจังหวัดกรุงเทพมหานครเมื่อ 9 เมษายน 2569 และยังมีขั้นตอนตามกฎหมายก่อนประกาศใช้ ดังนั้นควรตรวจสอบสถานะล่าสุดก่อนทำธุรกรรม
Q: ถ้าจะซื้อที่ดินเพื่อสร้างคอนโด ต้องดูอะไรนอกจากสีผังเมือง?
A: ควรดูอย่างน้อยประเภทและรหัสการใช้ประโยชน์ที่ดิน FAR/OSR ขนาดและลักษณะถนน ทางเข้าออก กฎหมายควบคุมอาคาร ข้อกำหนดเฉพาะพื้นที่ รวมถึงข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อมและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ควรใช้แทนการตรวจสอบข้อกำหนดผังเมืองหรือเอกสารราชการสำหรับที่ดินแปลงใดแปลงหนึ่งโดยเฉพาะ โดยเฉพาะก่อนซื้อที่ดินหรือพัฒนาโครงการ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง
𝐀𝐦𝐛𝐞𝐫 𝐈𝐧𝐭𝐞𝐫𝐧𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐑𝐞𝐚𝐥𝐭𝐲
คู่คิด ข้างคุณ เรื่องคอนโด
บริษัทเอเจนต์คอนโดให้บริการโดยทีมงาน
ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
การันตีด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี
เราให้บริการแบบ One Stop Service
เกี่ยวกับคอนโดมิเนียม แก่ลูกค้าทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน
สิงคโปร์ เป็นต้น ได้รับการยอมรับ
และทำงานร่วมกันกับ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
เจ้าใหญ่ของไทย เช่น MQDC, Sansiri, AP Thai, Origin ฯลฯ
✨ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
✨ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property
✨ได้รับรางวัล Best Smart Agency 2025 จาก Livinginsider
✨ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service
📍บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด
📍บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด
📍บริการบริหารและจัดการคอนโด
📍LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs
📍Tel : 089-986-0202
📍Youtube : @amberrealty
📍Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty
📍เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/p



