ลงทุนอสังหาฯ แบบ Flipping ในปี 2026 ยังน่าทำไหม? เจาะตลาด Luxury พร้อมข้อดี ข้อควรระวัง

22

ก.ค. 26

248

ลงทุนอสังหาฯ แบบ Flipping ในปี 2026 ยังน่าทำไหม? เจาะตลาด Luxury พร้อมข้อดี ข้อควรระวัง

การ ลงทุนอสังหาฯ Flipping  เพื่อเก็งกำไรระยะสั้น ในยุค 2026 ยังทำได้ไหมในตลาด Luxury?

การลงทุนอสังหาริมทรัพย์แบบ Flipping หรือการซื้อทรัพย์สินเพื่อขายต่อในระยะเวลาอันสั้น เคยเป็นกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เติบโตอย่างรวดเร็ว นักลงทุนจำนวนไม่น้อยสามารถสร้างผลตอบแทนจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) ได้ภายในเวลาไม่กี่เดือนถึงไม่กี่ปี

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ปี 2026 ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีปัจจัยใหม่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับที่ต้องติดตาม ต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น พฤติกรรมผู้ซื้อที่รอบคอบกว่าเดิม และการแข่งขันในตลาดระดับบน ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า การลงทุนแบบ Flipping ยังเหมาะกับตลาด Luxury หรือไม่

คำตอบคือ ยังสามารถทำได้ แต่ไม่ใช่ทุกโครงการหรือทุกทำเลจะสร้างกำไรได้เหมือนในอดีต การเลือกทรัพย์สินและการวิเคราะห์ตลาดจึงมีความสำคัญมากกว่าที่เคย

 

Flipping คืออะไร?

Flipping คือการซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยมีเป้าหมายหลักในการขายต่อเพื่อสร้างกำไรจากส่วนต่างราคา ไม่ใช่การถือครองระยะยาวเพื่อรับค่าเช่า

รูปแบบที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • ซื้อโครงการในช่วงเปิดพรีเซล
  • ซื้อห้องที่มีราคาต่ำกว่าตลาด
  • ซื้อเพื่อรีโนเวตและขายต่อ
  • ซื้อในทำเลที่กำลังได้รับการพัฒนา

กำไรของนักลงทุนมักมาจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์มากกว่ารายได้จากค่าเช่า

 

ตลาด Luxury ในปี 2026 เปลี่ยนไปอย่างไร?

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรียังคงได้รับความสนใจจากทั้งผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและนักลงทุน แต่ลักษณะของอุปสงค์เปลี่ยนแปลงไป ผู้ซื้อให้ความสำคัญกับคุณภาพโครงการ ทำเล ความเป็นส่วนตัว และบริการหลังการขายมากกว่าการตัดสินใจจากราคาเพียงอย่างเดียว

ขณะเดียวกัน อุปทานในบางพื้นที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันสูงขึ้น นักลงทุนจึงต้องเลือกโครงการที่มีความแตกต่างและมีศักยภาพในการสร้างมูลค่าในระยะสั้นหรือระยะกลาง

 

Flipping ในตลาด Luxury ยังทำกำไรได้หรือไม่?

ยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทน แต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  1. เลือกทำเลที่มีอุปสงค์ต่อเนื่อง ทำเลที่มีศูนย์ธุรกิจ การคมนาคมสะดวก หรือมีโครงการพัฒนาใหม่ มักได้รับความสนใจจากผู้ซื้อและมีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่าพื้นที่ที่อุปสงค์ชะลอตัว

 

  1. เลือกโครงการที่มีจำนวนยูนิตจำกัด โครงการที่มีจำนวนยูนิตน้อยหรือมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มักมีการแข่งขันด้านราคาน้อยกว่า และอาจรักษามูลค่าได้ดีกว่าเมื่อมีผู้สนใจซื้อในตลาดรอง

 

  1. ซื้อในช่วงราคาที่เหมาะสม การเข้าซื้อในช่วงเปิดขายหรือช่วงที่ผู้พัฒนาโครงการมีโปรโมชั่น อาจช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการทำกำไรเมื่อขายต่อ ทั้งนี้ ควรประเมินเงื่อนไขการโอนและค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนตัดสินใจ

 

  1. เข้าใจกลุ่มผู้ซื้อเป้าหมาย ผู้ซื้อในตลาด Luxury มักให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต การออกแบบ พื้นที่ใช้สอย และบริการมากกว่าการเปรียบเทียบราคาเพียงอย่างเดียว การเลือกโครงการที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายจึงเป็นปัจจัยสำคัญ

 

ความเสี่ยงที่นักลงทุนควรรู้

แม้ Flipping จะสร้างผลตอบแทนได้ แต่ก็มีความเสี่ยงที่ควรพิจารณา

  • สภาพคล่องของตลาด อสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีมีกลุ่มผู้ซื้อเฉพาะ ทำให้ระยะเวลาการขายอาจยาวนานกว่าตลาดแมส
  • ต้นทุนในการถือครอง หากขายไม่ได้ตามแผน นักลงทุนอาจต้องรับภาระดอกเบี้ย ค่าส่วนกลาง ภาษี และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มขึ้น
  • ความผันผวนของเศรษฐกิจ ภาวะเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย และกำลังซื้อของผู้บริโภค ล้วนส่งผลต่อการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในตลาดระดับบน
  • การแข่งขันจากโครงการใหม่ หากมีโครงการใหม่เปิดตัวในทำเลเดียวกันพร้อมข้อเสนอที่น่าสนใจ อาจส่งผลต่อความสามารถในการขายต่อของทรัพย์สินเดิม

 

Flipping หรือปล่อยเช่า แบบไหนเหมาะกว่า?

ทั้งสองแนวทางมีข้อดีต่างกัน

Flipping เหมาะกับผู้ที่ต้องการสร้างกำไรจากส่วนต่างราคา มีเงินทุนสำรอง และสามารถรับความเสี่ยงจากการถือครองได้

การปล่อยเช่า เหมาะกับผู้ที่ต้องการกระแสเงินสดสม่ำเสมอและพร้อมถือครองอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว แม้ผลตอบแทนอาจค่อยเป็นค่อยไป แต่สามารถช่วยกระจายความเสี่ยงจากการรอจังหวะขาย

ในบางกรณี นักลงทุนอาจใช้กลยุทธ์ผสม คือปล่อยเช่าระหว่างรอราคาปรับตัว หากตลาดยังไม่เอื้อต่อการขาย

 

กลยุทธ์เลือกโครงการสำหรับการทำ Flipping

หากต้องการเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทน ควรพิจารณา

  • ทำเลที่มีศักยภาพและมีอุปสงค์จริง
  • ผู้พัฒนาโครงการที่มีประวัติการส่งมอบงานตามกำหนด
  • จำนวนยูนิตที่เหมาะสม ไม่มากจนเกิดการแข่งขันด้านราคา
  • รูปแบบห้องที่เป็นที่ต้องการของตลาด
  • สิ่งอำนวยความสะดวกที่สร้างความแตกต่าง
  • ราคาที่สอดคล้องกับมูลค่าของทำเลและโครงการ
  • แผนการเงินที่รองรับกรณีต้องถือครองนานกว่าที่คาด

 

Q: Flipping อสังหาริมทรัพย์ คืออะไร?

A: Flipping คือการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อขายต่อในระยะสั้น โดยมีเป้าหมายสร้างกำไรจากส่วนต่างของราคา (Capital Gain) ไม่ใช่การถือครองเพื่อรับรายได้จากค่าเช่า

 

Q: ปี 2026 ยังเหมาะกับการลงทุนแบบ Flipping หรือไม่?

A: ยังมีโอกาส แต่ควรเลือกโครงการและทำเลอย่างรอบคอบ เนื่องจากตลาดมีการแข่งขันสูงขึ้น ต้นทุนการถือครองเปลี่ยนแปลง และผู้ซื้อใช้เวลาตัดสินใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีต

 

Q: ตลาด Luxury เหมาะกับการทำ Flipping หรือไม่?

A: ตลาด Luxury มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่ม แต่กลุ่มผู้ซื้อมีขนาดจำกัด จึงควรเลือกโครงการที่มีจุดเด่น เช่น ทำเลคุณภาพ จำนวนยูนิตไม่มาก และผู้พัฒนาโครงการที่มีความน่าเชื่อถือ

 

Q: Flipping กับการปล่อยเช่า แบบไหนดีกว่ากัน?

A: ขึ้นอยู่กับเป้าหมายการลงทุน หากต้องการกำไรจากการขายต่อ Flipping อาจเหมาะกว่า แต่หากต้องการกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่องและพร้อมถือครองระยะยาว การปล่อยเช่าอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า

 

Q: นักลงทุนควรพิจารณาอะไรบ้างก่อนทำ Flipping?

A: ควรศึกษาทำเล คุณภาพโครงการ ราคาตลาด ค่าใช้จ่ายในการถือครอง ภาษี ค่าธรรมเนียม และกำลังซื้อของกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงเตรียมแผนรองรับหากการขายใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้

สรุปส่งท้าย การ ลงทุนอสังหาฯ Flipping  ในปี 2026 ยังสามารถสร้างโอกาสในการทำกำไรได้ โดยเฉพาะในตลาด Luxury ที่มีโครงการคุณภาพและทำเลศักยภาพ แต่ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับการคาดการณ์ว่าราคาจะเพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว

นักลงทุนควรศึกษาตลาดอย่างละเอียด วิเคราะห์ต้นทุนทั้งหมด ประเมินอุปสงค์ของกลุ่มผู้ซื้อ และเตรียมแผนสำรองหากไม่สามารถขายได้ตามระยะเวลาที่ตั้งเป้าไว้ การลงทุนที่มีข้อมูลรองรับและวางแผนอย่างรอบคอบจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว

—————————————————————————————–

𝐀𝐦𝐛𝐞𝐫 𝐈𝐧𝐭𝐞𝐫𝐧𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐑𝐞𝐚𝐥𝐭𝐲
คู่คิด ข้างคุณ เรื่องคอนโด
บริษัทเอเจนต์คอนโดให้บริการโดยทีมงาน
ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
การันตีด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี
เราให้บริการแบบ One Stop Service
เกี่ยวกับคอนโดมิเนียม แก่ลูกค้าทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน
สิงคโปร์ เป็นต้น ได้รับการยอมรับ
และทำงานร่วมกันกับ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
เจ้าใหญ่ของไทย เช่น MQDC, Sansiri, AP Thai, Origin ฯลฯ
✨ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
✨ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property
✨ได้รับรางวัล Best Smart Agency 2025 จาก Livinginsider
✨ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service
📍บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด
📍บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด
📍บริการบริหารและจัดการคอนโด

📍LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs

📍Tel : 089-986-0202
📍Youtube : @amberrealty

📍Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

📍เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/p

บทความน่าสนใจ

เปรียบเทียบห้อง Loft และ Duplex คอนโดต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับคุณ

Loft กับ Duplex ต่างกันอย่างไร แบบไหนที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคุณ

Loft และ Duplex ต่างกันที่โครงสร้างทางกฎหมายและพื้นที่ใช้สอยจริง กล่าวคือ Loft มีชั้นลอยที่ไม่นับเป็นพื้นที่ตามโฉนด ค่าส่วนกลางถูกกว่า แต่ทางออกทางเดียว ส่วน Duplex มีทั้งสองชั้นอยู่ในโฉนด มีประตูเข้าออกสองทาง ห้องน้ำบนชั้นสอง เหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่จริงและความปลอดภัยมากกว่า บทความนี้ Amber เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียทั้งสองแบบ พร้อมแนะนำว่าแบบไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ . ห้องสไตล์ Loft – ชั้นล่างและชั้นบนจะอยู่บนโครงสร้างเดียวกัน เป็นห้องที่มีฝ้าเพดานสูงและในทางกฎหมาย ไม่มีการกำหนดความสูงขั้นต่ำของชั้นลอย – พื้นที่ใช้สอยถูกนับเพียงชั้นล่าง เนื่องจากในทางกฎหมายระบุไว้ว่าพื้นที่ใช้สอยส่วนชั้นลอย เป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ จะไม่ถูกนับรวมอยู่ในโฉนด – ชั้นลอยถูกนับเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ไม่มีประตูกั้นห้อง – มีประตูเข้าออกทางเดียวคือ ทางชั้นล่าง – ชั้นลอยจะไม่มีห้องน้ำ ข้อดีของห้องสไตล์ Loft – การเสียค่าส่วนกลางจะเสียแค่พื้นที่ใช้สอยที่ออกตามโฉนด ดังนั้นถ้าห้องขนาด 35 ตร.ม. และมีพื้นที่ใช้สอยชั้นลอย 22 ตร.ม. จะเสียค่าส่วนกลางแค่ 35 ตร.ม. – การที่มีฝ้าเพดานสูง ทำให้ห้องดูโปร่งและโล่งกว่าเดิม ข้อเสียของห้องสไตล์ Loft – มีความปลอดภัยค่อนข้างน้อย เนื่องจากมีทางเข้า – ออก ทางเดียว หากเกิดเหตุฉุกเฉินอาจจะหนีลำบาก – ปัญหาเรื่องความสูงของชั้นลอย เนื่องจากทางกฎหมายไม่ได้กำหนดขั้นต่ำไว้ จึงทำให้บางโครงการมีความสูงของเพดานเตี้ยกว่า 2.40 เมตร ทำให้ห้องดูอึดอัด . ห้องสไตล์ Duplex – ชั้นล่างและชั้นบนอยู่บนโครงสร้างคนละชั้น ในทางกฏหมายกำหนดให้ชั้นบนมีความสูงไม่น้อยกว่า 2.4 เมตร – พื้นที่ใช้สอยชั้นบนถูกนับเป็นสิ่งก่อสร้าง ดังนั้นพื้นที่ใช้สอยทั้งชั้นบนและล่างจะถูกนับรวมกันอยู่ในโฉนด – ชั้นบนสามารถแบ่งเป็นห้องต่างๆ มีประตูเปิด – ปิดได้ – ตามกฎหมายกำหนดให้มีประตูเข้า – ออก ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง – ชั้นบนมักจะมีห้องน้ำด้วย โดยจะอยู่ตำแหน่งเดียวกับชั้นล่าง ข้อดีของห้องสไตล์ Duplex – เพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน – ความสูงของเพดาน ที่มีความสูงมาก จะช่วยทำให้ห้องดูกว้างและโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น – หากเลือกแบบห้องที่มีการปิดกั้น ก็จะได้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้นไปอีก ข้อเสียของห้องสไตล์ Duplex – ค่าไฟ ยิ่งห้องที่สูงและกว้างมากขึ้นเท่าไหร่ ภาระค่าไฟยิ่งมากขึ้นเท่านั้น – เสียค่าส่วนกลางที่มากขึ้นตามขนาดของห้องอีกด้วย . แล้วห้องแบบไหนที่จะตอบโจทย์กับการใช้ชีวิตของเรากันล่ะ? ห้องสไตล์ Loft เหมาะกับผู้อยู่อาศัยที่ต้องการห้องที่โล่ง โปร่งสบาย เพราะมีเพดานสูง ให้ความรู้สึกทันสมัย มีพื้นที่ใช้สอยในส่วนของชั้นลอยที่เพิ่มขึ้น และยังมีราคาที่ไม่สูงจนเกินไป ห้องสไตล์ Duplex เหมาะกับผู้อาศัยที่ต้องการให้ห้องมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง มีความลักซ์ชัวรี่ และบรรยากาศการอาศัยอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ให้ความสะดวกสบายและมีพื้นที่ส่วนตัวให้ใช้งานอย่างเต็มที่ อ่านมาถึงตรงนี้ทุกคนคงเข้าใจความแตกต่าง ของห้องสไตล์ Loft และ Duplex กันมากขึ้นแล้ว และคงมีคำตอบกันแล้วใช่ไหมคะว่าห้องแบบไหน ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ แต่ในการตัดสินใจเลือกซื้อ ก็อย่าลืมคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ กันด้วยนะคะ Q: Loft กับ Duplex ต่างกันอย่างไร? A: Loft มีชั้นลอยที่ไม่นับพื้นที่โฉนด ค่าส่วนกลางถูกกว่า แต่ทางออกทางเดียว ส่วน Duplex สองชั้นในโฉนด มีประตูสองทางและห้องน้ำบนชั้นสอง   Q: ห้อง Loft กับ Duplex แบบไหนราคาแพงกว่า? A: Duplex มักแพงกว่าเพราะพื้นที่ใช้สอยนับรวมทั้งสองชั้น ทำให้ค่าส่วนกลางและราคาขายต่อสูงกว่า   Q: ห้อง Loft เหมาะกับใคร? A: เหมาะกับคนต้องการห้องโปร่งเพดานสูง งบไม่สูงมาก ไม่ต้องการพื้นที่ชั้นสองจริงจัง เช่น คนเดียวหรือคู่รัก   —————————————————————————– ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย ให้บริการแบบครบจร One Stop Service บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด บริการบริหารและจัดการคอนโด LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs Tel : 089-986-0202 Youtube : @amberrealty Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty #ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ #ลงทุนอสังหา #propertyinvestment #เอเจ้นท์ #Agent #propertyagent

18 กรกฎาคม 2023
โฉนดที่ดินหาย ! ทำยังไงดี

โฉนดที่ดินหาย! ทำยังไงดี

#โฉนดที่ดิน อาจจะเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับหลายๆ คน เพราะเมื่อได้มาเราก็จะเก็บมันไว้เพราะเป็นเอกสารสำคัญของบ้าน และไม่ใช่เอกสารที่จะพกพาติดตัว เนื่องจากมีขนาดที่ใหญ่ แต่หากวันไหนที่ต้องใช้และพบว่า โฉนดที่ดินหาย หรือเกิดชำรุดขึ้นมาล่ะ จะทำยังไง? ก่อนอื่นไม่ต้องตกใจไปนะคะ เราสามารถยื่นขอโฉนดที่ดินใหม่ได้ ส่วนขั้นตอนจะเป็นอย่างไร วันนี้เราจะมาบอกทุกคนเองค่ะ 1. แจ้งความต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น อันดับแรกเลยก็คือต้องไป แจ้งความต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อยืนยันว่าเจ้าของที่ดินนั้นไม่ได้นำโฉนดที่ดิน ไปจำหน่าย #จำนอง หรือแลกเปลี่ยนเป็นของผู้อื่น 2. ติดต่อกับสำนักงานที่ดิน เมื่อได้ใบบันทึกประจำวันมาเรียบร้อยแล้ว ให้นำเอกสารมาติดต่อที่สำนักงานที่ดิน เพื่อขอโฉนดที่ดินใหม่ โดยเอกสารที่ต้องเตรียมไปด้วยมีดังนี้ – บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ที่ยื่นขอโฉนดที่ดินใหม่ – ทะเบียนบ้านตัวจริงของผู้ที่ยื่นขอโฉนดที่ดินใหม่ – ใบแจ้งความ / บันทึกประจำวัน – พยานบุคคล 2 คน พร้อมบัตรประชาชนตัวจริง ซึ่งหากเกิดปัญหาในภายหลัง พยานทั้ง 2 คนนี้ จะต้องเป็นพยานในชั้นศาลด้วย เมื่อเตรียมเอกสารทุกอย่างครบแล้ว จะต้องกรอกเอกสารรับรองและลงลายมือชื่อต่อหน้าเจ้าพนักงาน เพื่อรองรับว่าเจ้าของที่ดินได้ดำเนินการขอออกโฉนดที่ดินใหม่จริงๆ . โดยในขั้นตอนการออกโฉนดที่ดินใหม่ทั้งหมดนี้ จะมีค่าธรรมเนียมประมาณ 75 บาท ทั้งนี้โฉนดที่ดินใหม่ หรือ ใบแทน จะมีประทับตราบนเอกสารว่า “ใบแทน” เพื่อแจ้งให้ทราบว่าเอกสารฉบับนี้ สามารถใช้แทนโฉนดที่ดินฉบับจริงได้ 100% เมื่อเกิดการทำนิติกรรมหรือมีการแลกเปลี่ยนซื้อขายที่ดิน ใบแทนนี้จะมีผลทางกฎหมายไม่ต่างกับโฉนดตัวจริง . เป็นอย่างไรบ้างคะ โฉนดที่ดินหาย ขอใหม่ไม่ยากและไม่วุ่นวายอย่างที่คิดใช่ไหม แต่อย่างไรก็ตามเอกสารสำคัญแบบนี้ ควรเก็บไว้ให้ดีและไม่ทำหายจะดีที่สุดนะคะ เพราะเมื่อจะทำการขายต่อหรือนำไปทำธุรกรรมอื่นๆ เนี่ย ทั้งนักลงทุน นายหน้าอสังหา หรือบุคคลที่เราทำธุรกรรมด้วย ก็จะต้องขอดูโฉนดกันอย่างแน่นอนค่ะ —————————————————————————————– ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย ให้บริการแบบครบจร One Stop Service บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด บริการบริหารและจัดการคอนโด LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs Tel : 089-986-0202 Youtube : @amberrealty Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty #ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ #ลงทุนอสังหา #propertyinvestment #เอเจ้นท์ #Agent #propertyagent

25 สิงหาคม 2023
7 ข้อผิดพลาดสำหรับผู้ ปล่อยเช่าคอนโด มือใหม่

7 ข้อผิดพลาดสำหรับผู้ ปล่อยเช่าคอนโด มือใหม่

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่อยากลงทุนกับคอนโดฯ คงคิดว่าการ ปล่อยเช่าคอนโด เป็นเรื่องง่าย และได้เงินตลอดทุกเดือน เพียงแค่แต่งห้องให้สวยและถูกใจกลุ่มหมาย แต่ในความเป็นจริงแล้วการปล่อยเช่าคอนโดฯ ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ยิ่งไปกว่านั้นผู้ปล่อยเช่ามือใหม่ อาจจะพลั้งพลาดและประมาทไปกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนทำให้ความความเสียหายตามมา วันนี้เราจะมาบอกถึงสิ่งที่ควรระวังและตรวจเช็คให้ดี ก่อนการ ปล่อยเช่าคอนโด ของคุณกันค่ะ มาเริ่มกันเลย . #ศึกษากฎระเบียบของโครงการคอนโดฯ ก่อนปล่อยเช่าคอนโด ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นผู้จ่ายเงิน และซื้อห้องนั้นมาครอบครองแล้วแต่อย่าลืมว่า คอนโดฯ แต่ละที่นั้นมีกฎระเบียบไว้ให้ลูกบ้านได้ปฎิบัตตาม อย่าลืมศึกษาให้ดีว่าทางคอนโดฯ มีกฎข้อห้ามใดบ้าง และแจ้งผู้เช่าให้ชัดเจน ไม่งั้นอาจจะถูกเรียกปรับได้โดยไม่รู้ตัวเลยนะ . #ละเลยการคัดกรองผู้เช่า ผู้ให้เช่าจำนวนไม่น้อยเลยที่กังวลเกี่ยวกับการหาผู้เช่า และอยากปล่อยห้องเช่าให้ได้เร็วที่สุด จนลืมให้ความสำคัญกับการตรวจสอบผู้เช่า ก่อนที่จะย้ายเข้ามาพักอาศัย ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงมากๆ ผู้เช่าที่คุณควรหลีกเลี่ยงเลย หากไม่อยากให้ห้องเสียหายหรือมีปัญหาตามมาก็คือ – มีอาชีพและสถานะทางการเงินที่ไม่มั่นคง เพราะในอนาคตอาจจะไม่สามารถจ่ายค่าเช่าคอนโดฯ ให้คุณได้ – ผู้ที่เข้ามาคุย มักจะเรียกร้องเอานี่เพิ่มนั่นเพิ่มมากจนเกินพอดี หรือขอต่อราคาลง เพราะเป็นไปได้ว่าในอนาคตอาจจะมีปัญหาตามมา – ผู้เช่าที่สูบบุหรี่ เพราะจะทำให้กลิ่นติดห้อง ผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ของคุณ หรือในกรณีที่ไปสูบตรงระเบียง ก็อาจจะโดนเพื่อนบ้านร้องเรียนได้ ซึ่งผลกระทบจะตกมาอยู่ที่คุณได้ – ผู้เช่าที่มีเด็กเล็ก หรืออายุต่ำกว่า 10 ปี เพราะอาจจะทำให้ห้องของคุณสกปรกได้ เช่นการขีดเขียนผนัง ซึ่งการพิจารณาผู้เช่านั้นควรดูเป็นกรณีไป หากได้ผู้เช่าดีก็ถือว่าวินๆ กันไป แต่ถ้าหากได้ผู้เช่าไม่ดี เงินที่ได้มาอาจจะไม่คุ้มกับค่าเสียหายที่คุณได้รับเลย . #ไม่ได้ทำสัญญาเช่า ถือเป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรงเลยสำหรับข้อนี้ เพราะการให้เช่าก็นับเป็นธุรกิจ ควรมีการทำสัญญา ที่ระบุเงื่อนไขไว้ชัดเจนและรัดกุมมากที่สุด เพื่อให้ระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่ามีความเข้าใจที่ตรงกัน นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณและผู้เช่าได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายด้วย และคุณต้องมั่นใจด้วยว่าผู้เช่ารับทราบ และเข้าใจในข้อตกลงร่วมกันก่อนจะเซ็นชื่อลงในใบสัญญา . #ไม่ได้ตรวจสอบหลักฐานการโอนค่าเช่า ข้อนี้เป็นสิ่งที่ผู้ให้เช่าหลายคนมักละเลย และดูแค่ตัวหลักฐานผ่านๆ โดยไม่ตรวจสอบ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเมื่อผู้เช่าส่งหลักฐานการโอนมา ผู้ให้เช่าควรเช็คให้ละเอียดว่ามีการโอนเงินจริงๆ โดยเช็คจาก วันที่ เวลาและยอดเงินในหลักฐาน ว่าตรงกับรายการบัญชีหรือไม่ ป้องกันผู้เช่าหัวหมอ ที่อาจจะปลอมหลักฐานและส่งมาให้คุณกันนะคะ . #ไม่ได้ตรวจสอบห้องพร้อมผู้เช่าในวันย้ายเข้าและบันทึกเป็นหลักฐาน ข้อนี้ไม่ใช่เรื่องที่ผู้ให้เช่าควรปล่อยผ่าน แต่ควรรวบรวมเป็นตารางรายการเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในห้องทั้งหมด พร้อมเก็บบันทึกภาพถ่าย สภาพปัจจุบันของเฟอร์นิเจอร์เหล่านั้น โดยรวบรวมเป็นหมวดย่อยหรือแบ่งตามห้องต่าง ๆ เป็นไงกันบ้างคะการปล่อยเช่าคอนโดฯ ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดกันเลยใช่ไหม หากคุณอยากปล่อยเช่า แต่ยังเป็นมือใหม่และกังวลกับปัญหาที่จะตามมา ทาง Amber สามารถช่วยคุณได้นะคะ เรามีบริการตั้งแต่หาผู้เช่าจนถึงการบริหารจัดการห้อง หลังมีผู้เช่าแล้วโดยทีมงานที่มีประสบการณ์ หมดกังวลกับปัญหาข้างต้นได้เลยค่ะ —————————————————————– หากสนใจสามารถติดต่อมาได้ตามข้อมูลด้านล่างเลยนะคะ LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs Tel : 089-986-0202 Youtube : @amberrealty Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty #ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ #condoforrent #condo #condobkk #คอนโดพระราม9 #พระราม9 #ลงทุนอสังหา #propertyinvestment #เอเจ้นท์ #Agent #propertyagent

25 สิงหาคม 2023