
สรุปกฎหมายอสังหาฯ ปี 2569 คนซื้อบ้าน-คอนโดต้องรู้
สรุปภาพรวม กฎหมายอสังหาฯ 2569 สิ่งที่คนซื้อบ้าน-คอนโดต้องรู้
การซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมในปี 2569 ไม่ได้มีแค่การเลือกทำเลที่ถูกใจและการเตรียมเงินดาวน์เท่านั้น แต่ยังต้องทำความเข้าใจกฎหมายอสังหาริมทรัพย์ ค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์ เงื่อนไขสินเชื่อ ภาษีที่ดิน และข้อกำหนดเกี่ยวกับการถือครองทรัพย์สิน เพื่อให้การซื้อบ้านครั้งสำคัญเป็นไปอย่างราบรื่นและลดความเสี่ยงด้านการเงินในระยะยาว
หนึ่งในประเด็นสำคัญของปี 2569 คือมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข ซึ่งมีผลต่อเนื่องถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 นอกจากนี้ ผู้ซื้อยังควรตรวจสอบรายละเอียดในสัญญาซื้อขาย สิทธิของผู้ซื้อบ้านและคอนโด ตลอดจนภาระภาษีที่อาจเกิดขึ้นหลังจากเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์
บทความนี้จะสรุปภาพรวมกฎหมายอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 พร้อมประเด็นที่คนกำลังวางแผนซื้อบ้าน ซื้อคอนโด หรือซื้ออสังหาริมทรัพย์มือสองควรรู้ก่อนตัดสินใจ
- กฎหมายอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 มีเรื่องอะไรที่ต้องติดตามบ้าง?
สรุปสั้นๆ ผู้ซื้อบ้านและคอนโดควรให้ความสำคัญกับ 5 เรื่องหลัก ได้แก่ ค่าธรรมเนียมโอนและจำนอง สัญญาซื้อขายและสิทธิผู้บริโภค การขอสินเชื่อบ้าน กฎหมายอาคารชุด และภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
ประเด็นเหล่านี้มีผลต่อทั้งเงินที่ต้องเตรียมในวันโอนกรรมสิทธิ์ ความสามารถในการผ่อนชำระ และค่าใช้จ่ายหลังเข้าอยู่อาศัยจริง โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ค่าธรรมเนียมโอนและจำนอง: ตรวจสอบว่าบ้านหรือคอนโดเข้าเงื่อนไขมาตรการลดค่าธรรมเนียมของรัฐหรือไม่
- สัญญาซื้อขาย: ตรวจสอบราคา เงินจอง เงินทำสัญญา เงื่อนไขการคืนเงิน และกำหนดวันโอน
- สินเชื่อที่อยู่อาศัย: ประเมินความสามารถในการกู้และภาระผ่อนระยะยาวก่อนวางเงินจอง
- กฎหมายอาคารชุด: ตรวจสอบกรรมสิทธิ์ห้องชุด ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง และข้อกำหนดของนิติบุคคลอาคารชุด
- ภาษีและค่าใช้จ่ายหลังซื้อ: เตรียมรับมือภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ค่าส่วนกลาง และค่าบำรุงรักษาทรัพย์สิน
- ค่าโอนบ้านและคอนโดปี 2569 ลดเหลือ 0.01% จริงหรือไม่?
คำตอบคือ จริงสำหรับผู้ซื้อและอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไขของมาตรการรัฐ โดยมีการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนโอนจากอัตราปกติ 2% เหลือ 0.01% และลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนจำนองจากอัตราปกติ 1% เหลือ 0.01% ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
มาตรการปี 2569 ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และมีการประกาศมาตรการที่เกี่ยวข้องในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 โดยให้ใช้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570
เงื่อนไขสำคัญของมาตรการลดค่าโอนและจำนอง
- ผู้ซื้อเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย
- เป็นการซื้อบ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านแถว อาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคารตามประเภทที่กำหนด หรือห้องชุดในอาคารชุดที่จดทะเบียนตามกฎหมาย
- ราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ต้องไม่เกิน 7 ล้านบาท
- วงเงินจำนองต้องไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา สำหรับกรณีที่ขอใช้สิทธิลดค่าจดจำนอง
- การจดทะเบียนจำนองที่ต้องการใช้สิทธิลดค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการเกี่ยวเนื่องกับการโอนตามหลักเกณฑ์ของมาตรการ
ผู้ซื้อควรตรวจสอบประกาศและเงื่อนไขกับสำนักงานที่ดินก่อนวันโอน เพราะการเข้าเกณฑ์ต้องพิจารณาจากรายละเอียดของธุรกรรมจริง ไม่ใช่ดูจากราคาที่โครงการโฆษณาเพียงอย่างเดียว
ตัวอย่างการคำนวณค่าโอนบ้านและคอนโด
สมมติบ้านมีราคาประเมินทุนทรัพย์ 5,000,000 บาท และเข้าเงื่อนไขลดค่าธรรมเนียม
- หากใช้อัตราค่าโอนปกติ 2% ค่าธรรมเนียมโอนจะเท่ากับ 100,000 บาท
- หากเข้าเงื่อนไขลดค่าโอนเหลือ 0.01% ค่าธรรมเนียมโอนจะเท่ากับ 500 บาท
ส่วนค่าจดจำนอง หากจำนองในวงเงิน 4,000,000 บาท และเข้าเงื่อนไขลดค่าธรรมเนียม จะเท่ากับ 400 บาท จากอัตรา 0.01%
ตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวอย่างเฉพาะค่าธรรมเนียมโอนและจำนอง ไม่รวมภาษี อากร หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในวันโอน
สิ่งที่ต้องจำ: ค่าโอนและค่าจดจำนองเป็นคนละรายการ และมาตรการลดค่าธรรมเนียมไม่ได้หมายความว่าผู้ซื้อจะได้รับการยกเว้นภาษีและค่าใช้จ่ายทั้งหมด
- ก่อนซื้อบ้านต้องตรวจสอบสัญญาอะไรบ้าง?
การตรวจสอบสัญญาก่อนซื้อเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากข้อพิพาทระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้พัฒนาโครงการ โดยเฉพาะบ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จและบ้านมือสอง
จุดสำคัญที่ควรตรวจสอบในสัญญาซื้อขาย
- รายละเอียดของทรัพย์สิน
ตรวจสอบเลขที่โฉนดหรือเอกสารสิทธิ เลขที่บ้าน พื้นที่ใช้สอย เนื้อที่ดิน ตำแหน่งที่ตั้ง และรายละเอียดที่ระบุในเอกสารให้ตรงกับทรัพย์สินจริง
- ราคาและกำหนดการชำระเงิน
ตรวจสอบราคาซื้อขาย เงินจอง เงินทำสัญญา เงินดาวน์ และยอดเงินที่ต้องชำระในวันโอน รวมถึงเงื่อนไขการผิดนัดชำระเงิน
- เงื่อนไขการคืนเงิน
หากผู้ซื้อกู้ไม่ผ่าน บ้านส่งมอบล่าช้า หรือเกิดเหตุที่ทำให้ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ ควรตรวจสอบว่าสัญญากำหนดสิทธิและความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายไว้อย่างไร
ไม่ควรสรุปว่ากู้ไม่ผ่านแล้วจะได้รับเงินจองคืนทุกกรณี เพราะต้องพิจารณาข้อสัญญา กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
- วันโอนกรรมสิทธิ์และการส่งมอบบ้าน
ระบุวันโอนให้ชัดเจน พร้อมตรวจสอบเงื่อนไขการส่งมอบ การตรวจรับงาน และแนวทางแก้ไขกรณีพบข้อบกพร่อง
- ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ตรวจสอบว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าโอน ค่าจดจำนอง ภาษี อากร ค่าส่วนกลางล่วงหน้า และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพื่อป้องกันความเข้าใจไม่ตรงกันในวันโอน
สำหรับการซื้อบ้านจัดสรร ควรตรวจสอบข้อกำหนดตามกฎหมายจัดสรรที่ดินและกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคที่เกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะเงื่อนไขของสัญญามาตรฐานที่อาจใช้บังคับกับธุรกรรมประเภทนั้น
- ซื้อคอนโดปี 2569 ต้องรู้กฎหมายอาคารชุดอะไรบ้าง?
ผู้ซื้อคอนโดมิเนียมควรศึกษาพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในห้องชุด ทรัพย์ส่วนบุคคล ทรัพย์ส่วนกลาง และการบริหารจัดการอาคารชุด
เช็กลิสต์ก่อนซื้อคอนโด
- ตรวจสอบกรรมสิทธิ์ห้องชุด: ตรวจสอบเอกสารสิทธิ ภาระผูกพัน และความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์
- ตรวจสอบค่าส่วนกลาง: สอบถามอัตราค่าส่วนกลาง วิธีคำนวณ และค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระล่วงหน้า
- ตรวจสอบเงินกองทุน: สอบถามเงินกองทุนส่วนกลางและค่าใช้จ่ายพิเศษที่อาจเรียกเก็บตามข้อบังคับหรือมติที่เกี่ยวข้อง
- ตรวจสอบทรัพย์ส่วนกลาง: ทำความเข้าใจสิทธิในการใช้พื้นที่ส่วนกลาง เช่น ที่จอดรถ สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย และพื้นที่ส่วนกลางอื่น ๆ
- ตรวจสอบข้อบังคับนิติบุคคล: ศึกษาข้อกำหนดเกี่ยวกับการอยู่อาศัย การเลี้ยงสัตว์ การปรับปรุงห้อง และการใช้ประโยชน์จากห้องชุด
สำหรับผู้ซื้อคอนโดมือสอง ควรขอข้อมูลจากนิติบุคคลอาคารชุดเกี่ยวกับยอดค้างชำระค่าส่วนกลาง และตรวจสอบเอกสารที่จำเป็นสำหรับการโอนห้องชุดให้ครบถ้วน
ชาวต่างชาติซื้อคอนโดในไทยได้หรือไม่?
ชาวต่างชาติสามารถถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายอาคารชุด โดยทั่วไป สัดส่วนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของชาวต่างชาติรวมกันต้องไม่เกิน 49% ของเนื้อที่ห้องชุดทั้งหมดในอาคารชุดนั้น และผู้ซื้อต้องเข้าเงื่อนไขทางกฎหมายเกี่ยวกับการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ รวมถึงหลักฐานการนำเงินเข้าประเทศหรือแหล่งที่มาของเงินตามกรณีที่กฎหมายกำหนด
ก่อนทำสัญญา ผู้ซื้อชาวต่างชาติควรตรวจสอบโควตาต่างชาติที่เหลืออยู่และเอกสารกับสำนักงานที่ดินหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายโดยตรง
- กู้ซื้อบ้านปี 2569 ต้องระวังเรื่องอะไร?
การขอสินเชื่อบ้านต้องพิจารณาทั้งหลักเกณฑ์ของธนาคาร ความสามารถในการชำระหนี้ และเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่เลือก
แม้ผู้ซื้อจะผ่านการประเมินเบื้องต้นจากโครงการหรือได้รับข้อมูลว่าสามารถกู้ได้ แต่ก็ไม่ได้รับประกันว่าธนาคารจะอนุมัติสินเชื่อตามวงเงินที่ต้องการ
สิ่งที่ควรเตรียมก่อนยื่นกู้
- ตรวจสอบรายได้ประจำ รายได้เสริม และความมั่นคงในการทำงาน
- ประเมินภาระหนี้เดิม เช่น สินเชื่อรถยนต์ บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล
- เตรียมเอกสารรายได้ รายการเดินบัญชี และเอกสารประกอบการยื่นกู้
- เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย เงื่อนไขช่วงดอกเบี้ยโปรโมชั่น และอัตราดอกเบี้ยหลังหมดโปรโมชั่น
- ตรวจสอบค่าธรรมเนียม ประกันที่เกี่ยวข้อง และเงื่อนไขการชำระหนี้ก่อนกำหนดตามสัญญา
ผู้ซื้อควรประเมินความสามารถในการผ่อนชำระจากรายได้ที่มีจริง และเผื่อเงินสำหรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ไม่ควรตัดสินใจซื้อจากวงเงินกู้สูงสุดที่ธนาคารอาจอนุมัติเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ หลักเกณฑ์สินเชื่อและมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัยอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา จึงควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของธนาคารแห่งประเทศไทยและเงื่อนไขของธนาคารผู้ให้สินเชื่อก่อนทำสัญญา
- ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปี 2569 เจ้าของบ้านต้องเสียหรือไม่?
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นภาษีที่จัดเก็บเป็นรายปีตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 โดยพิจารณาจากมูลค่าทรัพย์สินและลักษณะการใช้ประโยชน์
ผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีโดยหลักคือเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงห้องชุด หรือผู้มีหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด ณ วันที่ 1 มกราคมของปีภาษีนั้น
บ้านหลังแรกได้รับการยกเว้นภาษีหรือไม่?
บุคคลธรรมดาที่เป็นเจ้าของทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ณ วันที่ 1 มกราคม อาจได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับมูลค่าฐานภาษีไม่เกิน 50 ล้านบาทแรก หากเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
กรณีเป็นเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินของบุคคลอื่น อาจได้รับการยกเว้นตามเกณฑ์ที่แตกต่างกัน ส่วนบ้านหลังที่สอง บ้านที่ปล่อยเช่า หรือทรัพย์สินที่ไม่ได้เข้าเกณฑ์ยกเว้น ต้องพิจารณาประเภทการใช้ประโยชน์และอัตราภาษีที่เกี่ยวข้อง
สำหรับคอนโดมิเนียม เจ้าของควรตรวจสอบว่าห้องชุดถูกจัดประเภทการใช้ประโยชน์อย่างไร เช่น ใช้เป็นที่อยู่อาศัยหลักหรือใช้เพื่อการลงทุนและให้เช่า เพราะอาจส่งผลต่อการคำนวณภาษี
ข้อควรระวัง: การยกเว้นภาษีบ้านหลังหลักไม่ได้หมายความว่าอสังหาริมทรัพย์ทุกแห่งที่เจ้าของมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านจะได้รับการยกเว้นโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจสอบกรรมสิทธิ์ มูลค่าฐานภาษี และเงื่อนไขตามกฎหมายประกอบกัน
เจ้าของทรัพย์สินควรตรวจสอบหนังสือแจ้งประเมินภาษีจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบพื้นที่ และชำระภายในกำหนดที่ประกาศใช้ในปีนั้น
- ซื้อบ้านมือสองปี 2569 ต้องตรวจสอบอะไรเป็นพิเศษ?
บ้านมือสองอาจมีราคาที่น่าสนใจและพร้อมเข้าอยู่อาศัย แต่ผู้ซื้อจำเป็นต้องตรวจสอบเอกสารสิทธิและสภาพทรัพย์สินอย่างรอบคอบก่อนวางเงินมัดจำ
5 จุดสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
- ตรวจสอบโฉนดและเจ้าของกรรมสิทธิ์
ตรวจสอบว่าผู้ขายเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์จริงหรือมีอำนาจในการขาย รวมถึงตรวจสอบจำนอง ภาระจำยอม การอายัด หรือภาระผูกพันอื่นที่อาจกระทบต่อการโอน
- ตรวจสอบสภาพบ้านและโครงสร้าง
ตรวจสอบหลังคา ระบบไฟฟ้า ระบบประปา รอยร้าว การรั่วซึม และส่วนต่อเติมที่อาจไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ตรวจสอบการต่อเติมและใบอนุญาต
หากมีการต่อเติมบ้านหรืออาคาร ควรตรวจสอบว่าเข้าข่ายต้องขออนุญาตตามกฎหมายควบคุมอาคารหรือไม่ และการก่อสร้างเป็นไปตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องหรือไม่
- ตรวจสอบภาษีและค่าใช้จ่ายค้างชำระ
สอบถามภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ค่าส่วนกลาง และค่าใช้จ่ายอื่นที่อาจค้างชำระ พร้อมกำหนดในสัญญาให้ชัดเจนว่าแต่ละฝ่ายรับผิดชอบรายการใด
- วางแผนค่าใช้จ่ายในวันโอน
นอกจากค่าธรรมเนียมโอนและจำนองแล้ว ยังอาจมีภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรืออากรแสตมป์ ขึ้นอยู่กับผู้ขาย ลักษณะธุรกรรม และข้อเท็จจริงของการถือครองทรัพย์สิน
ควรขอให้สำนักงานที่ดินหรือผู้เชี่ยวชาญคำนวณค่าใช้จ่ายตามรายละเอียดของธุรกรรมก่อนกำหนดงบประมาณวันโอน
- สรุปค่าใช้จ่ายและกฎหมายที่คนซื้อบ้าน-คอนโดควรรู้
| ประเด็น | สิ่งที่ต้องตรวจสอบ |
| ค่าโอนกรรมสิทธิ์ | ตรวจสอบสิทธิลดค่าธรรมเนียมเหลือ 0.01% และเงื่อนไขราคา |
| ค่าจดจำนอง | ตรวจสอบวงเงินจำนองและเงื่อนไขการใช้มาตรการ |
| สัญญาซื้อขาย | ราคา กำหนดชำระเงิน การคืนเงิน และวันโอน |
| สินเชื่อบ้าน | วงเงินอนุมัติ อัตราดอกเบี้ย และความสามารถในการผ่อน |
| กฎหมายอาคารชุด | กรรมสิทธิ์ห้องชุด โควตาต่างชาติ และค่าส่วนกลาง |
| ภาษีที่ดิน | ประเภทการใช้ประโยชน์ มูลค่าฐานภาษี และสิทธิยกเว้น |
| บ้านมือสอง | เอกสารสิทธิ ภาระผูกพัน สภาพบ้าน และค่าใช้จ่ายค้างชำระ |
Q1: ปี 2569 ค่าโอนบ้านและคอนโดเหลือ 0.01% ถึงวันไหน?
A: มาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% ใช้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 สำหรับธุรกรรมที่เข้าเงื่อนไข โดยผู้ซื้อควรตรวจสอบประกาศที่มีผลใช้บังคับและหลักเกณฑ์กับสำนักงานที่ดินก่อนโอน
Q2: ซื้อบ้านราคาเกิน 7 ล้านบาท ใช้สิทธิลดค่าโอนได้หรือไม่?
A: หากราคาซื้อขายหรือราคาประเมินทุนทรัพย์เกิน 7 ล้านบาท จะไม่เข้าเงื่อนไขมาตรการลดค่าธรรมเนียมดังกล่าว จึงควรเตรียมงบประมาณโดยพิจารณาอัตราปกติและค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง
Q3: ค่าโอนบ้านใครเป็นคนจ่าย ผู้ซื้อหรือผู้ขาย?
A: ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถตกลงแบ่งความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายกันได้ตามสัญญา แต่ภาษีและค่าธรรมเนียมแต่ละรายการอาจมีหลักเกณฑ์ทางกฎหมายเฉพาะ ควรระบุข้อตกลงให้ชัดเจนก่อนลงนาม
Q4: ซื้อคอนโดต้องจ่ายค่าส่วนกลางเมื่อไร?
A: กำหนดการชำระขึ้นอยู่กับสัญญาซื้อขาย ข้อบังคับอาคารชุด และรายละเอียดของโครงการ ผู้ซื้อควรตรวจสอบอัตราค่าส่วนกลาง เงินกองทุน และค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระก่อนหรือหลังโอนกรรมสิทธิ์
Q5: มีบ้านหลังแรกแล้วต้องเสียภาษีที่ดินหรือไม่?
A: ขึ้นอยู่กับกรรมสิทธิ์ มูลค่าฐานภาษี และการเข้าเงื่อนไขยกเว้นตามกฎหมาย หากเป็นบ้านหลักที่บุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พร้อมมีชื่อในทะเบียนบ้าน อาจได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับมูลค่าฐานภาษีไม่เกิน 50 ล้านบาทแรกตามเงื่อนไขที่กำหนด
Q6: กู้ซื้อบ้านไม่ผ่าน สามารถขอเงินจองคืนได้หรือไม่?
A: ไม่สามารถตอบได้เหมือนกันทุกกรณี ต้องตรวจสอบเงื่อนไขการคืนเงินในสัญญา ข้อกำหนดตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคที่เกี่ยวข้อง และข้อเท็จจริงว่าผู้ซื้อหรือผู้ขายเป็นฝ่ายผิดสัญญาหรือไม่
Q7: ก่อนซื้อบ้านหรือคอนโดควรปรึกษาใคร?
A: ควรตรวจสอบข้อมูลกับสำนักงานที่ดิน ธนาคารผู้ให้สินเชื่อ สำนักงานเขตหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง และปรึกษาทนายความเมื่อมีประเด็นเกี่ยวกับสัญญา ภาระผูกพัน หรือข้อพิพาทที่มีความซับซ้อน
สรุปส่งท้าย ก่อนซื้อบ้านและคอนโดปี 2569 ต้องเตรียมตัวอย่างไร? ภาพรวมกฎหมายอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 มีประเด็นสำคัญที่ผู้ซื้อไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับผู้ซื้อและทรัพย์สินที่เข้าเงื่อนไข ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในวันโอนได้อย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม การซื้ออสังหาริมทรัพย์ให้ปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับค่าโอนเพียงอย่างเดียว ผู้ซื้อควรตรวจสอบเอกสารสิทธิและสัญญาซื้อขาย วางแผนสินเชื่อให้เหมาะสม ทำความเข้าใจกฎหมายอาคารชุด และเตรียมงบประมาณภาษีและค่าใช้จ่ายหลังเข้าอยู่อาศัย
ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโด ควรตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและอ่านเงื่อนไขสัญญาอย่างละเอียด เพื่อให้การซื้ออสังหาริมทรัพย์เป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่มั่นคงในระยะยาว
𝐀𝐦𝐛𝐞𝐫 𝐈𝐧𝐭𝐞𝐫𝐧𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐑𝐞𝐚𝐥𝐭𝐲
คู่คิด ข้างคุณ เรื่องคอนโด
บริษัทเอเจนต์คอนโดให้บริการโดยทีมงาน
ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
การันตีด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี
เราให้บริการแบบ One Stop Service
เกี่ยวกับคอนโดมิเนียม แก่ลูกค้าทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน
สิงคโปร์ เป็นต้น ได้รับการยอมรับ
และทำงานร่วมกันกับ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
เจ้าใหญ่ของไทย เช่น MQDC, Sansiri, AP Thai, Origin ฯลฯ
✨ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
✨ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property
✨ได้รับรางวัล Best Smart Agency 2025 จาก Livinginsider
✨ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service
📍บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด
📍บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด
📍บริการบริหารและจัดการคอนโด
📍LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs
📍Tel : 089-986-0202
📍Youtube : @amberrealty
📍Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty
📍เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/p



