
กฎหมาย Leasehold ต่างชาติ ปี 2569 อัปเดตล่าสุด เช่าได้กี่ปี?
กฎหมายการเช่าระยะยาวสำหรับต่างชาติ (Leasehold) ปี 2569 อัปเดตล่าสุด รู้ก่อนซื้อบ้านและที่ดินในไทย
การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยยังเป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติ ทั้งการซื้อคอนโดมิเนียม การเช่าวิลล่าระยะยาว และการเช่าที่ดินเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยหรือดำเนินธุรกิจ อย่างไรก็ตาม กฎหมายไทยมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการถือครองที่ดินของชาวต่างชาติ ทำให้ Leasehold หรือสิทธิการเช่าระยะยาว เป็นหนึ่งในรูปแบบสำคัญที่ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุน
สำหรับปี 2569 (2026) ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ ระยะเวลาการเช่าตามกฎหมาย การจดทะเบียนสัญญาเช่ากับสำนักงานที่ดิน เงื่อนไขการต่อสัญญา และข้อเสนอเรื่องการขยายระยะเวลาเช่าเป็น 99 ปี ซึ่งยังต้องแยกให้ออกระหว่างข้อเสนอเชิงนโยบายกับกฎหมายที่มีผลบังคับใช้จริง
บทความนี้สรุปหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ Leasehold ในประเทศไทย ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2569 พร้อมแนวทางตรวจสอบสัญญาและความเสี่ยงที่ชาวต่างชาติควรรู้ก่อนเช่าอสังหาริมทรัพย์ระยะยาว
Leasehold คืออะไร?
Leasehold หรือสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ คือ สิทธิตามสัญญาที่ทำให้ผู้เช่าสามารถใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินของผู้ให้เช่าได้ตามระยะเวลาและเงื่อนไขที่ตกลงกัน โดยผู้เช่าไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินเพียงเพราะมีสัญญาเช่า
ในประเทศไทย Leasehold มักใช้กับอสังหาริมทรัพย์หลายประเภท เช่น
- ที่ดิน: เช่าเพื่ออยู่อาศัย สร้างบ้าน หรือใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ที่กฎหมายอนุญาต
- บ้านและวิลล่า: เช่าระยะยาวเพื่ออยู่อาศัย โดยต้องตรวจสอบสิทธิในตัวอาคารและที่ดินแยกจากกันตามกรณี
- คอนโดมิเนียม: เช่าห้องชุดแทนการซื้อกรรมสิทธิ์ หรือเช่าระยะยาวตามเงื่อนไขของเจ้าของห้อง
- อสังหาริมทรัพย์เพื่อธุรกิจ: เช่าพื้นที่สำหรับโรงแรม ร้านค้า สำนักงาน หรือกิจการที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
สิ่งสำคัญคือ Leasehold ไม่ใช่ Freehold โดย Freehold หมายถึงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ส่วน Leasehold หมายถึงสิทธิในการใช้ประโยชน์ตามสัญญาในระยะเวลาที่กำหนด เมื่อครบกำหนด สิทธิการเช่าอาจสิ้นสุดลง เว้นแต่จะมีการต่อสัญญาหรือมีสิทธิอื่นที่ชอบด้วยกฎหมายรองรับ
กฎหมาย Leasehold สำหรับชาวต่างชาติ ปี 2569 อัปเดตอย่างไร?
ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2569 หลักกฎหมายทั่วไปเกี่ยวกับการเช่าอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยยังคงกำหนดระยะเวลาสูงสุดไว้ที่ 30 ปีต่อสัญญา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 540 ขณะที่การเช่าเพื่อพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรมที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมายเฉพาะอาจใช้ระยะเวลาได้ถึง 50 ปี
ประเด็นสำคัญที่ผู้ซื้อควรรู้มี ดังนี้
- การเช่าอสังหาริมทรัพย์ทั่วไปกำหนดระยะเวลาได้ไม่เกิน 30 ปีต่อสัญญา
- สัญญาเช่าที่มีกำหนดเกิน 3 ปี ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นจะบังคับได้เพียง 3 ปีตามมาตรา 538
- การต่อสัญญาเช่าไม่ใช่สิทธิที่จะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเพียงเพราะระบุไว้ในสัญญาเดิม
- ข้อเสนอการเช่า 99 ปีสำหรับอสังหาริมทรัพย์ทั่วไปยังไม่ใช่กฎหมายที่มีผลบังคับใช้ ณ วันที่ตรวจสอบ
- สัญญาเช่า 30+30+30 ปีที่จัดทำและตกลงเงื่อนไขไว้ล่วงหน้า อาจมีปัญหาด้านการบังคับใช้ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา
- กฎหมายกำหนดระยะเวลาเช่าระยะยาวสูงสุดกี่ปี?
การเช่าทั่วไป: สูงสุด 30 ปี
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 540 กำหนดว่า การเช่าอสังหาริมทรัพย์จะกำหนดระยะเวลาเกิน 30 ปีไม่ได้ หากตกลงกันไว้เกินกว่านั้น ระยะเวลาที่เกินจะถูกลดลงเหลือ 30 ปีตามกฎหมาย
เมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลง คู่สัญญาสามารถทำสัญญาเช่าฉบับใหม่ได้ โดยระยะเวลาของสัญญาใหม่ต้องไม่เกิน 30 ปีนับจากวันที่เริ่มสัญญาใหม่
ตัวอย่างเช่น ชาวต่างชาติทำสัญญาเช่าวิลล่าในประเทศไทยเป็นเวลา 30 ปี และเมื่อครบกำหนดเจ้าของทรัพย์สินยินยอมทำสัญญาใหม่อีก 30 ปี จึงอาจเช่าต่อได้อีกระยะหนึ่ง แต่ไม่ควรถือว่าการเช่ารวม 60 ปีได้รับการรับประกันตั้งแต่วันทำสัญญาฉบับแรก
การเช่าเพื่อพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรม: อาจสูงสุด 50 ปี
มีข้อยกเว้นตามพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 ซึ่งอนุญาตให้การเช่าที่เข้าเงื่อนไขเฉพาะมีระยะเวลาได้ถึง 50 ปี และอาจต่อสัญญาได้อีกไม่เกิน 50 ปีตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ธุรกิจทุกประเภทจะใช้ข้อยกเว้นนี้ได้โดยอัตโนมัติ ต้องตรวจสอบประเภทกิจการ ลักษณะการลงทุน คุณสมบัติของโครงการ ที่ตั้งทรัพย์สิน และขั้นตอนการจดทะเบียนตามกฎหมายเฉพาะ
ผู้ลงทุนจึงควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนว่าโครงการของตนเข้าเกณฑ์การเช่าประเภทนี้หรือไม่
- กฎหมาย Leasehold 99 ปี มีผลบังคับใช้แล้วหรือยัง?
ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ยังไม่มีการประกาศใช้กฎหมายที่ขยายระยะเวลาการเช่าอสังหาริมทรัพย์ทั่วไปเป็น 99 ปี
แนวคิดการขยายระยะเวลาเช่าเป็น 99 ปีและการเพิ่มสัดส่วนการถือครองคอนโดมิเนียมของชาวต่างชาติเป็น 75% เคยถูกเสนอเป็นแนวนโยบายในปี 2567 แต่ข้อมูลทางกฎหมายที่ตรวจสอบได้ในเดือนตุลาคม 2569 ยังคงระบุว่าเพดานการเช่าทั่วไปอยู่ที่ 30 ปี และสัดส่วนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมของชาวต่างชาติยังอยู่ที่ 49% ของพื้นที่ห้องชุดรวมตามเกณฑ์กฎหมาย
ดังนั้น หากโครงการอสังหาริมทรัพย์โฆษณาว่าเป็น Leasehold 99 ปี ผู้ซื้อควรขอให้ผู้ขายอธิบายฐานกฎหมายที่ใช้อ้างอิง และตรวจสอบว่าสิทธิที่จดทะเบียนจริงมีระยะเวลาเท่าใด
ไม่ควรตัดสินใจซื้อโดยอาศัยเพียงข้อความโฆษณา หนังสือรับรองจากผู้ขาย หรือคำรับประกันว่าจะมีกฎหมายใหม่ในอนาคต
- สัญญาเช่า 30+30+30 ปี ใช้ได้จริงหรือไม่?
การทำสัญญาเช่าระยะยาวในรูปแบบ 30+30+30 ปี เป็นประเด็นที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4655/2566 เกี่ยวข้องกับสัญญาเช่า 30 ปีที่มีข้อตกลงต่ออายุล่วงหน้าอีกสองคราว คราวละ 30 ปี และมีการชำระค่าเช่าล่วงหน้าครอบคลุมระยะเวลารวม 90 ปี ศาลวินิจฉัยว่าข้อตกลงต่ออายุดังกล่าวมีปัญหาด้านความสมบูรณ์ เพราะมีลักษณะเป็นการกำหนดระยะเวลาการเช่ารวมเกินกว่าที่กฎหมายอนุญาต
ข้อควรเข้าใจคือ คำพิพากษานี้ไม่ได้หมายความว่าสัญญาเช่าทุกฉบับที่มีข้อความเกี่ยวกับการต่ออายุจะเป็นโมฆะทั้งหมด แต่ต้องพิจารณาเนื้อหาของสัญญา เจตนาของคู่สัญญา การชำระค่าเช่า และเงื่อนไขการต่ออายุเป็นรายกรณี
แนวทางที่รอบคอบกว่าคือ
- จดทะเบียนระยะเวลาการเช่าที่กฎหมายอนุญาตให้ชัดเจน
- ไม่ถือว่าการต่ออายุในอนาคตได้รับการรับประกันแล้ว
- ตรวจสอบเงื่อนไขค่าเช่าและข้อกำหนดที่จะใช้เมื่อครบกำหนด
- ให้ทนายความตรวจสอบข้อความเกี่ยวกับการต่ออายุและสิทธิของคู่สัญญา
สำหรับผู้ซื้อ ควรประเมินความคุ้มค่าจากระยะเวลาที่ได้รับสิทธิอย่างแน่นอนตามกฎหมาย ไม่ใช่จากระยะเวลารวมที่โฆษณาไว้
- การจดทะเบียน Leasehold สำคัญอย่างไร?
การจดทะเบียนสัญญาเช่าระยะยาวต่อสำนักงานที่ดินเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างหลักฐานและสิทธิที่บังคับใช้ได้ตามกฎหมาย
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 การเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีกำหนดเกิน 3 ปีจะบังคับคดีได้เกิน 3 ปีต่อเมื่อมีหลักฐานเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว
ก่อนจดทะเบียน ควรตรวจสอบเรื่องต่อไปนี้
- ชื่อและสถานะของผู้ให้เช่าว่าเป็นเจ้าของหรือมีอำนาจให้เช่าทรัพย์สินหรือไม่
- เอกสารสิทธิและรายละเอียดทรัพย์สินตรงกับสถานที่จริงหรือไม่
- ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของสัญญา
- ค่าเช่า วิธีชำระเงิน และเงื่อนไขการปรับค่าเช่า
- สิทธิในการใช้ประโยชน์ ปรับปรุง หรือก่อสร้างบนที่ดิน
- เงื่อนไขการโอนสิทธิหรือให้เช่าช่วง
- ความรับผิดชอบต่อภาษี ค่าธรรมเนียม และค่าบำรุงรักษา
การจดทะเบียนไม่ได้ทำให้เงื่อนไขทุกข้อในสัญญาชอบด้วยกฎหมายโดยอัตโนมัติ จึงควรตรวจสอบทั้งเนื้อหาสัญญาและรายการที่จดทะเบียนจริง
- ชาวต่างชาติสามารถซื้อบ้านหรือวิลล่าแบบ Leasehold ได้หรือไม่?
ชาวต่างชาติสามารถทำสัญญาเช่าบ้านหรือวิลล่าในประเทศไทยได้ หากผู้ให้เช่ามีสิทธิให้เช่าและสัญญาเป็นไปตามกฎหมาย
ในกรณีบ้านหรือวิลล่าที่ตั้งอยู่บนที่ดินของบุคคลอื่น ควรตรวจสอบสิทธิในตัวอาคารและสิทธิในที่ดินแยกจากกัน เพราะการมีสิทธิในอาคารไม่ได้หมายความว่าจะมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่อาคารตั้งอยู่
ประเด็นที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
- ใครเป็นเจ้าของที่ดินและใครเป็นเจ้าของอาคาร
- สัญญาเช่าครอบคลุมทั้งที่ดินและตัวอาคารหรือไม่
- ผู้เช่ามีสิทธิก่อสร้าง ต่อเติม หรือปรับปรุงอาคารเพียงใด
- หากผู้เช่าลงทุนก่อสร้างเอง เมื่อสัญญาสิ้นสุดแล้วอาคารจะตกเป็นของใคร
- มีสิทธิอื่นที่จดทะเบียนรองรับการใช้ประโยชน์ในระยะยาวหรือไม่
หากเป็นการสร้างบ้านบนที่ดินเช่า อาจต้องพิจารณาสิทธิการเช่าและสิทธิเหนือพื้นดิน (Superficies) ตามความเหมาะสม โดยควรให้ทนายความตรวจสอบโครงสร้างสิทธิให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการลงทุน
- Leasehold กับ Freehold แตกต่างกันอย่างไร?
| ประเด็น | Leasehold | Freehold |
| ลักษณะสิทธิ | สิทธิการเช่าตามสัญญา | กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน |
| ระยะเวลา | ตามสัญญาและข้อจำกัดทางกฎหมาย | ไม่มีวันสิ้นสุดตามกำหนดเวลาเช่า |
| การใช้ประโยชน์ | ตามขอบเขตและเงื่อนไขสัญญา | ตามขอบเขตกรรมสิทธิ์และกฎหมาย |
| การโอนสิทธิ | ขึ้นอยู่กับกฎหมายและเงื่อนไขสัญญา | โอนกรรมสิทธิ์ได้ตามกฎหมาย |
| เมื่อครบกำหนด | สิทธิการเช่าอาจสิ้นสุด เว้นแต่มีการต่อสัญญาหรือสิทธิอื่นรองรับ | กรรมสิทธิ์ยังคงอยู่ เว้นแต่มีเหตุให้สิ้นสุดตามกฎหมาย |
| ความเหมาะสม | ผู้ที่ต้องการใช้ทรัพย์สินในช่วงเวลาที่กำหนด | ผู้ที่มีคุณสมบัติและต้องการถือกรรมสิทธิ์ |
สำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการซื้อคอนโดมิเนียม การถือกรรมสิทธิ์แบบ Freehold อาจทำได้หากเข้าเงื่อนไขกฎหมายและโควตาต่างชาติของอาคารชุด ส่วนการถือครองที่ดินโดยตรงมีข้อจำกัดมากกว่าและต้องเข้าเงื่อนไขตามกฎหมายเฉพาะ
การเลือก Leasehold หรือ Freehold จึงควรพิจารณาจากวัตถุประสงค์ ระยะเวลาที่ต้องการใช้ทรัพย์สิน งบประมาณ และสิทธิที่กฎหมายอนุญาต ไม่ควรเปรียบเทียบจากราคาซื้อเพียงอย่างเดียว
- Leasehold สามารถขายต่อหรือโอนสิทธิให้บุคคลอื่นได้หรือไม่?
การโอนสิทธิการเช่าหรือให้เช่าช่วงต้องพิจารณาข้อกำหนดในสัญญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 544 วางหลักทั่วไปว่าผู้เช่าไม่สามารถให้เช่าช่วงหรือโอนสิทธิการเช่าให้บุคคลภายนอกได้ เว้นแต่สัญญาจะอนุญาตไว้
หากผู้ซื้อคาดหวังว่าจะขายสิทธิการเช่าต่อในอนาคต ควรตรวจสอบประเด็นต่อไปนี้
- สัญญาอนุญาตให้โอนสิทธิการเช่าหรือไม่
- ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของทรัพย์สินหรือไม่
- มีค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายในการโอนหรือไม่
- ต้องจดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงสิทธิหรือไม่
- มีข้อจำกัดเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้รับโอนหรือไม่
นอกจากนี้ ควรพิจารณาว่าระยะเวลาการเช่าที่เหลืออยู่จะส่งผลต่อความต้องการซื้อและราคาขายต่ออย่างไร เพราะสิทธิการเช่าที่เหลือเพียงไม่กี่ปีอาจมีมูลค่าและความน่าสนใจต่างจากสิทธิการเช่าที่เหลือระยะเวลานาน
- หากเจ้าของที่ดินขายทรัพย์สินระหว่างสัญญา Leasehold ผู้เช่าจะได้รับผลกระทบหรือไม่?
การขายทรัพย์สินระหว่างที่สัญญาเช่ายังมีผลบังคับใช้อาจไม่ทำให้สัญญาเช่าที่สมบูรณ์สิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ โดยมาตรา 569 วางหลักว่าสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่ระงับไปเพราะการโอนกรรมสิทธิ์ และผู้รับโอนเข้ารับสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนในฐานะผู้ให้เช่าตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนด
อย่างไรก็ตาม ผู้เช่าควรตรวจสอบความถูกต้องของการจดทะเบียน ขอบเขตสิทธิที่ได้รับ และข้อกำหนดในสัญญา โดยเฉพาะหากมีการลงทุนก่อสร้างหรือชำระค่าเช่าล่วงหน้าเป็นจำนวนมาก
หากสัญญามีข้อกำหนดพิเศษเกี่ยวกับการขายทรัพย์สิน การเลิกสัญญา หรือการชดเชย ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบว่าข้อกำหนดเหล่านั้นมีผลบังคับใช้เพียงใด
- ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียน Leasehold มีอะไรบ้าง?
ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องอาจประกอบด้วยค่าธรรมเนียมจดทะเบียน อากรแสตมป์ ค่าประเมินหรือค่าเอกสารตามกรณี และค่าบริการวิชาชีพหากมีการใช้ทนายความ
สำหรับการเช่าอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป แหล่งข้อมูลกฎหมายที่ตรวจสอบระบุอัตราค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการเช่า 1% ของค่าเช่าตลอดอายุสัญญา และอากรแสตมป์ 0.1% ของค่าเช่าตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ให้เช่าและผู้เช่าควรตรวจสอบอัตราและฐานคำนวณที่ใช้กับธุรกรรมจริงก่อนยื่นจดทะเบียน
ตัวอย่างเช่น หากค่าเช่ารวมตลอดสัญญาเท่ากับ 3,000,000 บาท การคำนวณตามอัตราข้างต้นจะเท่ากับ
- ค่าธรรมเนียมจดทะเบียน 1% = 30,000 บาท
- อากรแสตมป์ 0.1% = 3,000 บาท
- รวมเบื้องต้น = 33,000 บาท
ตัวอย่างนี้ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นที่อาจเกิดขึ้น และไม่ควรใช้แทนการตรวจสอบรายการจริงกับสำนักงานที่ดิน เพราะฐานคำนวณ ข้อยกเว้น หรือข้อกำหนดเฉพาะของธุรกรรมอาจแตกต่างกัน
- เช็กลิสต์ก่อนทำสัญญา Leasehold สำหรับชาวต่างชาติ
ก่อนชำระเงินจองหรือทำสัญญาระยะยาว ควรตรวจสอบรายการต่อไปนี้
- ตรวจสอบเอกสารสิทธิและกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่า
- ตรวจสอบภาระจำนองหรือภาระผูกพันที่มีอยู่
- ยืนยันระยะเวลาการเช่าที่สามารถจดทะเบียนได้จริง
- ตรวจสอบข้อความเกี่ยวกับการต่ออายุสัญญาอย่างละเอียด
- ตรวจสอบสิทธิในการโอนสิทธิการเช่าหรือให้เช่าช่วง
- ระบุสิทธิในตัวอาคาร การก่อสร้าง และการปรับปรุงทรัพย์สิน
- ตรวจสอบค่าเช่า การปรับค่าเช่า และค่าใช้จ่ายทั้งหมด
- ตรวจสอบผลของการเสียชีวิตของผู้เช่าและเงื่อนไขเกี่ยวกับทายาท
- ตรวจสอบสิทธิเมื่อเจ้าของทรัพย์สินขายหรือโอนกรรมสิทธิ์
- ให้ทนายความอิสระตรวจสอบสัญญาก่อนลงนาม
การตรวจสอบก่อนทำสัญญามีความสำคัญเป็นพิเศษในกรณีที่ผู้เช่าต้องชำระเงินก้อนใหญ่ล่วงหน้า หรือมีแผนลงทุนก่อสร้างบนที่ดินเช่า เพราะความผิดพลาดในโครงสร้างสิทธิอาจส่งผลต่อการใช้ประโยชน์และมูลค่าการลงทุนในระยะยาว
Q1: ชาวต่างชาติเช่าที่ดินในประเทศไทยได้กี่ปี?
A: การเช่าอสังหาริมทรัพย์ทั่วไปทำสัญญาได้สูงสุด 30 ปีต่อสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 540 ส่วนการเช่าเพื่อพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรมที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมายเฉพาะอาจทำได้ถึง 50 ปี
Q2: ปี 2569 ชาวต่างชาติสามารถทำสัญญา Leasehold 99 ปีได้หรือไม่?
A: สำหรับการเช่าอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป ยังไม่สามารถถือว่าการเช่า 99 ปีมีผลบังคับใช้ได้ตามกฎหมายปัจจุบัน ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2569 เพราะข้อเสนอขยายระยะเวลาเช่ายังไม่ได้มีผลเป็นกฎหมายที่ประกาศใช้แล้ว
Q3: สัญญาเช่า 30+30+30 ปีรับประกันการเช่ารวม 90 ปีหรือไม่?
A: ไม่ได้รับประกัน คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4655/2566 แสดงให้เห็นว่าข้อตกลงต่ออายุที่จัดทำไว้ล่วงหน้าเพื่อให้ได้ระยะเวลารวม 90 ปีอาจไม่สามารถบังคับใช้ได้ตามที่ระบุในสัญญา ต้องพิจารณารายละเอียดของสัญญาเป็นกรณีไป
Q4: หากไม่จดทะเบียน Leasehold จะมีผลอย่างไร?
A: หากเป็นสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีกำหนดเกิน 3 ปี แต่ไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จะบังคับคดีได้เพียง 3 ปีตามมาตรา 538 แม้จะมีข้อตกลงเป็นหนังสือก็ตาม
Q5: Leasehold สามารถโอนให้ลูกหลานได้หรือไม่?
A: ไม่ควรถือว่าสิทธิการเช่าจะตกทอดแก่ทายาทโดยอัตโนมัติในทุกกรณี เพราะต้องพิจารณาลักษณะสิทธิ สัญญา และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยทั่วไปสิทธิการเช่ามีลักษณะเฉพาะตัวมากกว่ากรรมสิทธิ์ ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำทางกฎหมายและกำหนดแนวทางไว้ในสัญญาอย่างชัดเจน
Q6: ควรเลือก Leasehold หรือ Freehold สำหรับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์?
A: ขึ้นอยู่กับสิทธิที่ชาวต่างชาติสามารถถือครองได้ตามกฎหมาย งบประมาณ ระยะเวลาที่ต้องการใช้ประโยชน์ และเป้าหมายการลงทุน หากต้องการกรรมสิทธิ์ในห้องชุด อาจพิจารณา Freehold ภายใต้โควตาและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ส่วน Leasehold เหมาะกับผู้ที่ต้องการสิทธิใช้ทรัพย์สินตามระยะเวลาที่ตกลง แต่ต้องประเมินความเสี่ยงเมื่อครบกำหนดสัญญาด้วย
สรุปส่งท้าย กฎหมาย Leasehold ปี 2569 ต้องตรวจสอบระยะเวลาจริงก่อนลงทุน กฎหมายการเช่าระยะยาวสำหรับชาวต่างชาติในประเทศไทยยังคงมีข้อจำกัดที่ต้องทำความเข้าใจ โดยหลักทั่วไปกำหนดระยะเวลาการเช่าอสังหาริมทรัพย์สูงสุด 30 ปีต่อสัญญา และสัญญาที่เกิน 3 ปีต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงจะบังคับได้เกิน 3 ปี
สำหรับปี 2569 ข้อเสนอ Leasehold 99 ปียังไม่ใช่กฎหมายที่มีผลบังคับใช้ทั่วไป ขณะที่การทำสัญญา 30+30+30 ปีล่วงหน้าก็มีความเสี่ยงด้านการบังคับใช้ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา
ผู้ที่สนใจซื้อบ้าน วิลล่า หรือที่ดินแบบ Leasehold ควรตรวจสอบเอกสารสิทธิ สัญญาเช่า ระยะเวลาที่จดทะเบียนจริง เงื่อนไขการต่ออายุ และสิทธิในการโอนให้รอบคอบ พร้อมขอให้ทนายความที่มีความเชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ตรวจสอบสัญญาก่อนชำระเงินลงทุนจำนวนมาก
การลงทุน Leasehold ที่ดีไม่ใช่การได้ระยะเวลาเช่าตามตัวเลขที่โฆษณา แต่คือการได้รับสิทธิที่ชัดเจน จดทะเบียนได้จริง และสอดคล้องกับกฎหมายไทย
𝐀𝐦𝐛𝐞𝐫 𝐈𝐧𝐭𝐞𝐫𝐧𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐑𝐞𝐚𝐥𝐭𝐲
คู่คิด ข้างคุณ เรื่องคอนโด
บริษัทเอเจนต์คอนโดให้บริการโดยทีมงาน
ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
การันตีด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี
เราให้บริการแบบ One Stop Service
เกี่ยวกับคอนโดมิเนียม แก่ลูกค้าทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน
สิงคโปร์ เป็นต้น ได้รับการยอมรับ
และทำงานร่วมกันกับ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
เจ้าใหญ่ของไทย เช่น MQDC, Sansiri, AP Thai, Origin ฯลฯ
✨ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
✨ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property
✨ได้รับรางวัล Best Smart Agency 2025 จาก Livinginsider
✨ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service
📍บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด
📍บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด
📍บริการบริหารและจัดการคอนโด
📍LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs
📍Tel : 089-986-0202
📍Youtube : @amberrealty
📍Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty
📍เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/p



