ติดถนนใหญ่ vs เข้าซอยลึก แบบไหนราคาดีกว่า? เปรียบเทียบทำเลอสังหาฯ

01

ต.ค. 26

337

ติดถนนใหญ่ vs เข้าซอยลึก แบบไหนราคาดีกว่า? เปรียบเทียบทำเลอสังหาฯ

ความสำคัญของระยะห่างจากถนนใหญ่: ติดถนนใหญ่ vs เข้าซอยลึก เปรียบเทียบราคาและชีวิตจริง

“ติดถนนใหญ่” กับ “เข้าซอยลึก” แบบไหนราคาดีกว่ากัน?

คำถามนี้เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่คนซื้อบ้าน ซื้อที่ดิน หรือมองหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนควรพิจารณา เพราะ ระยะห่างจากถนนใหญ่ส่งผลทั้งต่อราคาอสังหาริมทรัพย์ การเดินทาง ความสะดวก ความเป็นส่วนตัว เสียงรบกวน และศักยภาพในการใช้ประโยชน์จากที่ดิน

โดยทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ที่ ติดถนนใหญ่หรืออยู่ใกล้ถนนสายหลัก มักมีข้อได้เปรียบด้านการเข้าถึงและการมองเห็น จึงเหมาะกับการทำธุรกิจและมีโอกาสมีราคาที่ดินสูงกว่าในบางทำเล

ขณะที่อสังหาริมทรัพย์ที่ อยู่ในซอยลึก มักได้ข้อดีเรื่องความสงบ ความเป็นส่วนตัว และสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการอยู่อาศัยมากกว่า แต่ต้องแลกกับระยะทางและเวลาในการเดินทางที่เพิ่มขึ้น

ดังนั้น คำตอบว่า “ติดถนนใหญ่หรือเข้าซอยลึกดีกว่า?” ไม่มีคำตอบเดียว เพราะต้องดูว่าอสังหาริมทรัพย์นั้นจะนำไปใช้เพื่อ อยู่อาศัย ลงทุน ปล่อยเช่า หรือทำธุรกิจ

 

ถนนใหญ่มีผลต่อราคาอสังหาริมทรัพย์อย่างไร?

ถนนถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยกำหนด การเข้าถึง (Accessibility) ของพื้นที่

อสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ใกล้ถนนสายหลักมักสามารถเดินทางไปยังพื้นที่อื่นได้สะดวกกว่า และในบางกรณีสามารถเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ แหล่งงาน ศูนย์การค้า หรือสถานที่สำคัญได้ง่าย

นอกจากนี้ ที่ดินติดถนนใหญ่ยังมีข้อได้เปรียบด้าน Visibility หรือการมองเห็นจากผู้สัญจร

จึงเหมาะกับกิจการ เช่น

  • ร้านอาหาร
  • คาเฟ่
  • ร้านค้า
  • โชว์รูม
  • คลินิก
  • สำนักงาน
  • ปั๊มน้ำมัน
  • โกดังหรือธุรกิจบางประเภท

เมื่อที่ดินสามารถสร้างประโยชน์ทางธุรกิจได้มากขึ้น ความต้องการในตลาดก็อาจสูงขึ้น และส่งผลต่อราคาที่ดินได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าที่ดินติดถนนใหญ่ทุกแปลงจะมีราคาสูงกว่าที่ดินในซอยเสมอไป เพราะยังต้องดูความกว้างของถนน สภาพการจราจร การเข้าถึง ที่จอดรถ ผังเมือง และศักยภาพการใช้ประโยชน์ของที่ดินด้วย

 

ติดถนนใหญ่ vs เข้าซอยลึก ต่างกันอย่างไร?

ปัจจัยติดถนนใหญ่เข้าซอยลึก
การเดินทางสะดวกและมองเห็นเส้นทางชัดอาจใช้เวลาเพิ่ม
การเข้าถึงระบบขนส่งมักสะดวกกว่าในบางทำเลขึ้นอยู่กับระยะจากปากซอย
ความเป็นส่วนตัวต่ำกว่ามักสูงกว่า
เสียงรบกวนมีโอกาสสูงกว่ามักเงียบกว่า
ฝุ่น/มลพิษจากรถมีโอกาสมากกว่ามักน้อยกว่า
การทำธุรกิจเหมาะกับกิจการที่ต้องการ Visibilityจำกัดกว่าบางประเภท
การอยู่อาศัยต้องพิจารณาเสียงและความปลอดภัยมักเหมาะกับผู้ต้องการความสงบ
ราคาที่ดินอาจสูงจาก Accessibility และ Visibilityอาจต่ำกว่า แต่ไม่เสมอไป
ความเป็นส่วนตัวน้อยกว่ามากกว่า
ศักยภาพการใช้ประโยชน์สูงสำหรับบางธุรกิจเหมาะกับที่อยู่อาศัยบางประเภท

ตารางนี้เป็นเพียงภาพรวม เพราะอสังหาริมทรัพย์แต่ละแปลงมีเงื่อนไขแตกต่างกัน

 

ทำไม “ติดถนนใหญ่” ถึงมีโอกาสราคาแพงกว่า?

  1. เดินทางเข้า-ออกง่าย

หนึ่งในข้อได้เปรียบที่เห็นได้ชัดคือการเดินทาง บ้านหรือที่ดินที่อยู่ใกล้ถนนใหญ่สามารถเชื่อมต่อไปยังถนนสายอื่นได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีโครงข่ายถนนดี

สำหรับคนที่ต้องเดินทางไปทำงานทุกวัน ความแตกต่างเพียงไม่กี่นาทีในแต่ละเที่ยวอาจสะสมเป็นเวลาจำนวนมากในหนึ่งเดือน

ดังนั้น Location Value ไม่ได้วัดแค่ระยะทาง แต่รวมถึงเวลาที่ใช้ในการเดินทางด้วย

 

  1. มีโอกาสเข้าถึงลูกค้าได้มากกว่า

สำหรับอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ “คนมองเห็น” มีความสำคัญ ร้านค้าที่ติดถนนใหญ่สามารถสื่อสารกับคนที่ผ่านไปมาได้โดยไม่ต้องอาศัยการค้นหาบนอินเทอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างเช่น

ร้าน A อยู่ติดถนนใหญ่ มีป้ายชัดเจน และมีที่จอดรถ

ร้าน B อยู่ลึกเข้าไปในซอย 1–2 กิโลเมตร

แม้ทั้งสองร้านจะขายสินค้าเหมือนกัน แต่ต้นทุนในการทำให้ลูกค้าค้นพบร้านอาจแตกต่างกัน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม ที่ดินติดถนนจึงอาจมี Premium สำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์

แต่ “ติดถนนใหญ่” ไม่ได้แปลว่าดีกว่าสำหรับการอยู่อาศัย

เมื่อเปลี่ยนจาก “ทำธุรกิจ” เป็น “อยู่อาศัย” ปัจจัยสำคัญบางอย่างจะเปลี่ยนไป

บ้านติดถนนใหญ่อาจต้องเจอกับ

  • เสียงรถ
  • ฝุ่น
  • ควันจากการจราจร
  • รถเข้าออกจำนวนมาก
  • ความเป็นส่วนตัวที่ลดลง
  • ความเสี่ยงจากรถที่ใช้ความเร็ว
  • ความยุ่งยากในการเข้าออกบ้านในช่วงรถติด

ดังนั้นคนที่ให้ความสำคัญกับความสงบอาจมองว่า บ้านที่อยู่เข้าซอยกลับมีคุณค่ามากกว่า นี่คือเหตุผลที่คำว่า “ทำเลดี” ไม่ควรถูกตีความว่า “ต้องติดถนนใหญ่”

 

เข้าซอยลึกมีข้อดีอะไร?

  1. ความสงบมากกว่า เมื่อห่างจากถนนสายหลัก ปริมาณรถที่ผ่านหน้าบ้านมักลดลง บ้านในซอยลึกจึงอาจเหมาะกับคนที่ต้องการ
  • พักผ่อน
  • ทำงานที่บ้าน
  • เลี้ยงเด็ก
  • ผู้สูงอายุ
  • ความเป็นส่วนตัว

โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ท้ายซอยหรือในพื้นที่พักอาศัยโดยเฉพาะ

 

  1. ราคาที่ดินอาจเข้าถึงง่ายกว่า ในบางพื้นที่ ที่ดินที่อยู่ห่างจากถนนใหญ่หรือเข้าซอยลึกอาจมีราคาต่อตารางวาต่ำกว่าที่ดินติดถนน สำหรับผู้ซื้อที่ไม่ได้ต้องการทำธุรกิจติดถนน นี่อาจเป็นข้อได้เปรียบเช่น หากมีงบประมาณเท่ากัน ผู้ซื้ออาจเลือกได้ระหว่าง

ที่ดิน 50 ตารางวาติดถนน

กับ

ที่ดิน 80 ตารางวาเข้าซอย

ผู้ซื้อที่ต้องการสร้างบ้านอาจให้คุณค่ากับพื้นที่ใช้สอยมากกว่าการมองเห็นจากถนน

“เข้าซอยลึก” แค่ไหนถึงเริ่มมีผลต่อราคา?

ไม่มีตัวเลขตายตัวว่า เข้าซอย 500 เมตรหรือ 1 กิโลเมตรแล้วราคาต้องลดลงเท่าใด เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าระยะทางเพียงอย่างเดียวคือ คุณภาพของซอยและการเชื่อมต่อกับถนนหลัก

ตัวอย่างเช่น

ซอย A

  • เข้าจากถนนใหญ่ 800 เมตร
  • ถนนกว้าง
  • รถสวนกันได้
  • มีไฟส่องสว่าง
  • มีบ้านและร้านค้าตลอดเส้นทาง
  • เชื่อมต่อกับถนนอีกหลายเส้น

แม้จะอยู่ลึก แต่ยังเดินทางสะดวก

ซอย B

  • ห่างถนนใหญ่เพียง 300 เมตร
  • ถนนแคบ
  • รถสวนกันลำบาก
  • มีทางตัน
  • น้ำท่วมง่าย
  • ไม่มีพื้นที่จอดรถ

แม้อยู่ใกล้ถนนใหญ่กว่า แต่ประสบการณ์การใช้งานอาจแย่กว่า

ดังนั้น “ระยะเข้าซอย” ควรดูคู่กับ “คุณภาพการเข้าถึง”

 

ปัจจัยที่สำคัญกว่าระยะห่างจากถนนใหญ่

การประเมินทำเลอสังหาริมทรัพย์ไม่ควรใช้ระยะทางเป็นตัวเลขเดียว แต่ควรดูปัจจัยเหล่านี้ร่วมกัน

  1. ความกว้างของถนน 

 

ถนนหน้าที่ดินกว้างเพียงพอหรือไม่?

รถยนต์สามารถสวนกันได้หรือไม่?

รถขนาดใหญ่สามารถเข้าออกได้หรือไม่?

คำถามเหล่านี้มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะสำหรับที่ดินที่ต้องการพัฒนาเป็นโครงการหรือทำธุรกิจ

 

  1. ถนนเป็นทางสาธารณะหรือไม่

ควรตรวจสอบสถานะของถนนและทางเข้าออกให้ชัดเจน เพราะที่ดินที่อยู่ใกล้ถนนใหญ่แต่ไม่มีทางเข้าออกที่เหมาะสม อาจมีข้อจำกัดในการใช้งานมากกว่าที่คาดไว้

 

  1. รถติดหรือไม่

ถนนใหญ่มีข้อดีด้านการเข้าถึง แต่หากรถติดหนักตลอดช่วงเวลาเร่งด่วน การอยู่ติดถนนอาจไม่ได้หมายความว่าเดินทางได้สะดวกเสมอไป

ควรทดลองเดินทางในช่วง

  • เช้า
  • เย็น
  • วันทำงาน
  • วันหยุด

เพื่อดูสภาพจริง

 

  1. มีระบบขนส่งสาธารณะหรือไม่

ทำเลที่อยู่ห่างถนนใหญ่แต่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าหรือมีรถสาธารณะผ่าน อาจมีมูลค่าสูงกว่าที่ดินที่ติดถนนแต่ไม่มีระบบขนส่งเชื่อมต่อ

ดังนั้นควรมอง “เครือข่ายการเดินทาง” มากกว่ามองเฉพาะถนนเส้นเดียว

 

ถนนใหญ่กับซอยลึก: แบบไหนเหมาะกับใคร?

 

คนซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัย

หากเน้นความสงบและความเป็นส่วนตัว บ้านในซอยอาจตอบโจทย์มากกว่า แต่ควรเลือกซอยที่เดินทางเข้าออกสะดวก และไม่ลึกจนเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

นักลงทุนปล่อยเช่า

ควรพิจารณาว่ากลุ่มผู้เช่าต้องการอะไร หากเป็นคนทำงานในเมือง การเดินทางไปสถานีรถไฟฟ้าและแหล่งงานอาจสำคัญกว่าการติดถนนใหญ่โดยตรง

ผู้ประกอบการ

ที่ดินติดถนนอาจได้เปรียบเรื่อง Visibility และการเข้าถึงลูกค้า แต่ต้องคำนึงถึงค่าเช่าหรือราคาที่ดินที่สูงขึ้น รวมถึงที่จอดรถและสภาพการจราจร

ผู้ซื้อที่ดินเพื่อสร้างบ้าน

การเข้าซอยอาจช่วยให้ได้พื้นที่มากขึ้นในงบประมาณเท่ากัน และได้ความสงบมากกว่า แต่ต้องตรวจสอบทางเข้าออก ระบบสาธารณูปโภค และสภาพถนนอย่างละเอียด

 

วิธีเลือกทำเล ติดถนนหรือเข้าซอย?

ก่อนซื้ออสังหาริมทรัพย์ ลองใช้ Checklist 8 ข้อนี้

  1. เดินทางไปถนนใหญ่ใช้เวลากี่นาที?

อย่าดูแค่ระยะทางเป็นเมตร ลองจับเวลาเดินทางจริง

  1. ถนนหน้าโครงการกว้างแค่ไหน?

โดยเฉพาะบ้านและที่ดินที่ต้องใช้รถยนต์เป็นหลัก

  1. มีรถสาธารณะหรือไม่?

ตรวจสอบรถเมล์ รถไฟฟ้า วินมอเตอร์ไซค์ หรือบริการขนส่งอื่น ๆ

  1. ช่วงเวลาเร่งด่วนรถติดแค่ไหน?

ทดลองเดินทางจริงในช่วงเช้าและเย็น

  1. มีเสียงรบกวนหรือไม่?

โดยเฉพาะบ้านที่ติดถนนใหญ่ ควรไปดูพื้นที่ในช่วงกลางวันและกลางคืน

  1. มีปัญหาฝุ่นหรือไม่?

ทำเลติดถนนที่มีการจราจรหนาแน่นอาจมีสภาพแวดล้อมแตกต่างจากพื้นที่ในซอยพักอาศัย

  1. ที่ดินมีศักยภาพเชิงพาณิชย์หรือไม่?

หากต้องการลงทุน ควรตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินและข้อจำกัดด้านผังเมืองที่เกี่ยวข้อง

  1. ราคาเหมาะสมกับทำเลหรือไม่?

อย่าเปรียบเทียบเฉพาะราคาต่อตารางวา แต่ควรเปรียบเทียบ สิ่งที่ได้รับจากทำเล

 

“ราคาถูกกว่า” ไม่ได้หมายความว่า “คุ้มกว่า”

สมมติว่ามีที่ดิน 2 แปลง

แปลง A

  • ติดถนนใหญ่
  • ราคา 150,000 บาท/ตร.ว.
  • เหมาะกับร้านค้า
  • Visibility สูง

แปลง B

  • เข้าซอย 700 เมตร
  • ราคา 100,000 บาท/ตร.ว.
  • เงียบกว่า
  • เหมาะกับสร้างบ้าน

ถ้าซื้อเพื่อเปิดร้าน แปลง A อาจสร้างประโยชน์ทางธุรกิจได้มากกว่าแต่ถ้าซื้อเพื่อสร้างบ้าน แปลง B อาจตอบโจทย์การอยู่อาศัยมากกว่า ดังนั้นการประเมิน “ความคุ้มค่า” ต้องเริ่มจากคำถามว่า

“เราซื้ออสังหาริมทรัพย์นี้ไปเพื่ออะไร?”

 

แล้วทำเลแบบไหนมีโอกาสรักษามูลค่าได้ดีกว่า?

ไม่สามารถสรุปจากคำว่า “ติดถนน” หรือ “เข้าซอย” เพียงอย่างเดียว

ทำเลที่มีโอกาสรักษามูลค่าได้ดีมักมีองค์ประกอบหลายอย่างร่วมกัน เช่น

  • เดินทางสะดวก
  • มีระบบขนส่ง
  • มีสิ่งอำนวยความสะดวก
  • มีชุมชนรองรับ
  • ถนนเข้าออกได้หลายทาง
  • มีความต้องการซื้อหรือเช่า
  • การใช้ประโยชน์ที่ดินมีความเหมาะสม
  • มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น ทำเลที่ดีไม่จำเป็นต้องติดถนนใหญ่ที่สุด แต่ควรเป็นทำเลที่ตอบโจทย์การใช้งานของตลาด

 

สรุปส่งท้าย ติดถนนใหญ่หรือเข้าซอย แบบไหนดีกว่ากัน? ไม่มีคำตอบตายตัว อสังหาริมทรัพย์ติดถนนใหญ่มีข้อได้เปรียบด้านการเข้าถึง การมองเห็น และศักยภาพเชิงพาณิชย์ จึงมีโอกาสมีราคาที่ดินสูงกว่าในบางทำเล

ขณะที่อสังหาริมทรัพย์เข้าซอยลึกอาจได้เปรียบด้านความสงบ ความเป็นส่วนตัว และราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า เหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการอยู่อาศัยมากกว่าการมองเห็นจากถนน

สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าดูเพียงว่าทรัพย์อยู่ติดถนนหรืออยู่ในซอย แต่ให้ดูว่า “ถนนนั้นสร้างคุณค่าให้กับทรัพย์อย่างไร”

หากซื้อเพื่อทำธุรกิจ ให้ให้ความสำคัญกับ Visibility + Traffic + Accessibility

หากซื้อเพื่ออยู่อาศัย ให้พิจารณา ความสงบ + ความปลอดภัย + การเดินทาง + สิ่งอำนวยความสะดวก

และหากซื้อเพื่อการลงทุน ให้มองเพิ่มไปถึง Demand + ค่าเช่า + สภาพคล่อง + ศักยภาพการพัฒนาในอนาคต

เพราะในโลกของอสังหาริมทรัพย์ ทำเลที่ดีที่สุดไม่ใช่ทำเลที่แพงที่สุด แต่คือทำเลที่เหมาะกับวัตถุประสงค์ของการใช้งานมากที่สุด

 

Q: ที่ดินติดถนนใหญ่ราคาแพงกว่าที่ดินในซอยหรือไม่?

A: มีโอกาสแพงกว่า โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์และมีการเข้าถึงที่ดี แต่ไม่ใช่ทุกกรณี เพราะราคายังขึ้นอยู่กับทำเล ขนาดที่ดิน หน้ากว้างถนน ผังเมือง และความต้องการของตลาด

Q: บ้านติดถนนใหญ่ดีหรือไม่?

A: เหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการเดินทางและการเข้าถึง แต่ควรพิจารณาเสียง ฝุ่น การจราจร ความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยร่วมด้วย

Q: บ้านเข้าซอยลึกมีข้อเสียอะไร?

A: อาจใช้เวลาเดินทางมากขึ้น เข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้ยากกว่า และอาจมีข้อจำกัดด้านการเข้าถึง โดยเฉพาะหากซอยแคบ ถนนไม่ดี หรือมีทางเข้าออกเพียงทางเดียว

Q: เข้าซอยกี่เมตรถึงเรียกว่าลึก?

A: ไม่มีเกณฑ์ตายตัวว่ากี่เมตรจึงเรียกว่าซอยลึก เพราะความรู้สึกและความสะดวกขึ้นอยู่กับคุณภาพถนน การจราจร ระบบขนส่ง และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบด้วย

Q: ซื้อที่ดินติดถนนใหญ่เหมาะกับการลงทุนหรือไม่?

A: อาจเหมาะกับการลงทุนบางประเภท โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ แต่ควรตรวจสอบราคาซื้อ ศักยภาพการใช้ประโยชน์ ที่จอดรถ การจราจร ผังเมือง และความต้องการของตลาดก่อนตัดสินใจ

Q: ถ้าซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัย ควรเลือกติดถนนหรือเข้าซอย?

A: ควรเลือกตามไลฟ์สไตล์ หากต้องการเดินทางสะดวกและเข้าถึงถนนหลักง่าย ทำเลใกล้ถนนอาจตอบโจทย์ แต่หากต้องการความสงบและความเป็นส่วนตัว บ้านในซอยอาจเหมาะกว่า โดยควรเลือกซอยที่มีทางเข้าออกสะดวกและปลอดภัย

 

Q: ติดถนนใหญ่กับเข้าซอยลึก แบบไหนราคาสูงกว่ากัน?

A: โดยทั่วไปที่ดินติดถนนใหญ่มีโอกาสมีราคาสูงกว่าที่ดินเข้าซอย เพราะเข้าถึงง่ายและมีศักยภาพเชิงพาณิชย์มากกว่า แต่ไม่ใช่กฎตายตัว ราคายังขึ้นอยู่กับทำเล หน้ากว้างที่ดิน คุณภาพถนน การจราจร ระบบขนส่ง ผังเมือง และความต้องการของตลาด

Q: ทำไมที่ดินติดถนนใหญ่ถึงแพง?

A: ที่ดินติดถนนใหญ่มักมีข้อได้เปรียบด้านการเข้าถึงและการมองเห็น จึงสามารถรองรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ได้มากกว่าในบางพื้นที่ เช่น ร้านค้า ร้านอาหาร สำนักงาน หรือธุรกิจบริการ ทำให้เกิดความต้องการและอาจมีราคาที่ดินสูงขึ้น

Q: บ้านเข้าซอยลึกดีกว่าบ้านติดถนนใหญ่หรือไม่?

A: ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ บ้านเข้าซอยมักได้เปรียบเรื่องความสงบและความเป็นส่วนตัว ส่วนบ้านใกล้ถนนใหญ่มักได้เปรียบด้านการเดินทางและการเข้าถึง สิ่งที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และรูปแบบการใช้งานของผู้ซื้อ

Q: ระยะห่างจากถนนใหญ่มีผลต่อราคาที่ดินหรือไม่?

A: มีผลได้ แต่ไม่ควรพิจารณาจากระยะทางเพียงอย่างเดียว คุณภาพของถนน ทางเข้าที่ดิน ความกว้างถนน ระบบขนส่ง การจราจร และศักยภาพการใช้ประโยชน์ของที่ดินก็มีผลต่อมูลค่าเช่นกัน

Q: ก่อนซื้อที่ดินเข้าซอยควรดูอะไร?

A: ควรตรวจสอบความกว้างและสภาพถนน ทางเข้าออก สถานะของทางสาธารณะ ระบบสาธารณูปโภค ระยะทางถึงถนนหลัก ระบบขนส่ง ปัญหาน้ำท่วม การจราจร และศักยภาพการใช้ประโยชน์ของที่ดิน


𝐀𝐦𝐛𝐞𝐫 𝐈𝐧𝐭𝐞𝐫𝐧𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐑𝐞𝐚𝐥𝐭𝐲
คู่คิด ข้างคุณ เรื่องคอนโด
บริษัทเอเจนต์คอนโดให้บริการโดยทีมงาน
ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
การันตีด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี
เราให้บริการแบบ One Stop Service
เกี่ยวกับคอนโดมิเนียม แก่ลูกค้าทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน
สิงคโปร์ เป็นต้น ได้รับการยอมรับ
และทำงานร่วมกันกับ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
เจ้าใหญ่ของไทย เช่น MQDC, Sansiri, AP Thai, Origin ฯลฯ
✨ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
✨ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property
✨ได้รับรางวัล Best Smart Agency 2025 จาก Livinginsider
✨ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service
📍บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด
📍บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด
📍บริการบริหารและจัดการคอนโด

📍LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs

📍Tel : 089-986-0202
📍Youtube : @amberrealty

📍Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

📍เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/p

บทความน่าสนใจ

เปรียบเทียบห้อง Loft และ Duplex คอนโดต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับคุณ

Loft กับ Duplex ต่างกันอย่างไร แบบไหนที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคุณ

Loft และ Duplex ต่างกันที่โครงสร้างทางกฎหมายและพื้นที่ใช้สอยจริง กล่าวคือ Loft มีชั้นลอยที่ไม่นับเป็นพื้นที่ตามโฉนด ค่าส่วนกลางถูกกว่า แต่ทางออกทางเดียว ส่วน Duplex มีทั้งสองชั้นอยู่ในโฉนด มีประตูเข้าออกสองทาง ห้องน้ำบนชั้นสอง เหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่จริงและความปลอดภัยมากกว่า บทความนี้ Amber เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียทั้งสองแบบ พร้อมแนะนำว่าแบบไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ . ห้องสไตล์ Loft – ชั้นล่างและชั้นบนจะอยู่บนโครงสร้างเดียวกัน เป็นห้องที่มีฝ้าเพดานสูงและในทางกฎหมาย ไม่มีการกำหนดความสูงขั้นต่ำของชั้นลอย – พื้นที่ใช้สอยถูกนับเพียงชั้นล่าง เนื่องจากในทางกฎหมายระบุไว้ว่าพื้นที่ใช้สอยส่วนชั้นลอย เป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ จะไม่ถูกนับรวมอยู่ในโฉนด – ชั้นลอยถูกนับเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ไม่มีประตูกั้นห้อง – มีประตูเข้าออกทางเดียวคือ ทางชั้นล่าง – ชั้นลอยจะไม่มีห้องน้ำ ข้อดีของห้องสไตล์ Loft – การเสียค่าส่วนกลางจะเสียแค่พื้นที่ใช้สอยที่ออกตามโฉนด ดังนั้นถ้าห้องขนาด 35 ตร.ม. และมีพื้นที่ใช้สอยชั้นลอย 22 ตร.ม. จะเสียค่าส่วนกลางแค่ 35 ตร.ม. – การที่มีฝ้าเพดานสูง ทำให้ห้องดูโปร่งและโล่งกว่าเดิม ข้อเสียของห้องสไตล์ Loft – มีความปลอดภัยค่อนข้างน้อย เนื่องจากมีทางเข้า – ออก ทางเดียว หากเกิดเหตุฉุกเฉินอาจจะหนีลำบาก – ปัญหาเรื่องความสูงของชั้นลอย เนื่องจากทางกฎหมายไม่ได้กำหนดขั้นต่ำไว้ จึงทำให้บางโครงการมีความสูงของเพดานเตี้ยกว่า 2.40 เมตร ทำให้ห้องดูอึดอัด . ห้องสไตล์ Duplex – ชั้นล่างและชั้นบนอยู่บนโครงสร้างคนละชั้น ในทางกฏหมายกำหนดให้ชั้นบนมีความสูงไม่น้อยกว่า 2.4 เมตร – พื้นที่ใช้สอยชั้นบนถูกนับเป็นสิ่งก่อสร้าง ดังนั้นพื้นที่ใช้สอยทั้งชั้นบนและล่างจะถูกนับรวมกันอยู่ในโฉนด – ชั้นบนสามารถแบ่งเป็นห้องต่างๆ มีประตูเปิด – ปิดได้ – ตามกฎหมายกำหนดให้มีประตูเข้า – ออก ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง – ชั้นบนมักจะมีห้องน้ำด้วย โดยจะอยู่ตำแหน่งเดียวกับชั้นล่าง ข้อดีของห้องสไตล์ Duplex – เพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน – ความสูงของเพดาน ที่มีความสูงมาก จะช่วยทำให้ห้องดูกว้างและโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น – หากเลือกแบบห้องที่มีการปิดกั้น ก็จะได้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้นไปอีก ข้อเสียของห้องสไตล์ Duplex – ค่าไฟ ยิ่งห้องที่สูงและกว้างมากขึ้นเท่าไหร่ ภาระค่าไฟยิ่งมากขึ้นเท่านั้น – เสียค่าส่วนกลางที่มากขึ้นตามขนาดของห้องอีกด้วย . แล้วห้องแบบไหนที่จะตอบโจทย์กับการใช้ชีวิตของเรากันล่ะ? ห้องสไตล์ Loft เหมาะกับผู้อยู่อาศัยที่ต้องการห้องที่โล่ง โปร่งสบาย เพราะมีเพดานสูง ให้ความรู้สึกทันสมัย มีพื้นที่ใช้สอยในส่วนของชั้นลอยที่เพิ่มขึ้น และยังมีราคาที่ไม่สูงจนเกินไป ห้องสไตล์ Duplex เหมาะกับผู้อาศัยที่ต้องการให้ห้องมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง มีความลักซ์ชัวรี่ และบรรยากาศการอาศัยอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ให้ความสะดวกสบายและมีพื้นที่ส่วนตัวให้ใช้งานอย่างเต็มที่ อ่านมาถึงตรงนี้ทุกคนคงเข้าใจความแตกต่าง ของห้องสไตล์ Loft และ Duplex กันมากขึ้นแล้ว และคงมีคำตอบกันแล้วใช่ไหมคะว่าห้องแบบไหน ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ แต่ในการตัดสินใจเลือกซื้อ ก็อย่าลืมคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ กันด้วยนะคะ Q: Loft กับ Duplex ต่างกันอย่างไร? A: Loft มีชั้นลอยที่ไม่นับพื้นที่โฉนด ค่าส่วนกลางถูกกว่า แต่ทางออกทางเดียว ส่วน Duplex สองชั้นในโฉนด มีประตูสองทางและห้องน้ำบนชั้นสอง   Q: ห้อง Loft กับ Duplex แบบไหนราคาแพงกว่า? A: Duplex มักแพงกว่าเพราะพื้นที่ใช้สอยนับรวมทั้งสองชั้น ทำให้ค่าส่วนกลางและราคาขายต่อสูงกว่า   Q: ห้อง Loft เหมาะกับใคร? A: เหมาะกับคนต้องการห้องโปร่งเพดานสูง งบไม่สูงมาก ไม่ต้องการพื้นที่ชั้นสองจริงจัง เช่น คนเดียวหรือคู่รัก   —————————————————————————– ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย ให้บริการแบบครบจร One Stop Service บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด บริการบริหารและจัดการคอนโด LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs Tel : 089-986-0202 Youtube : @amberrealty Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty #ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ #ลงทุนอสังหา #propertyinvestment #เอเจ้นท์ #Agent #propertyagent

18 กรกฎาคม 2023
โฉนดที่ดินหาย ! ทำยังไงดี

โฉนดที่ดินหาย! ทำยังไงดี

#โฉนดที่ดิน อาจจะเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับหลายๆ คน เพราะเมื่อได้มาเราก็จะเก็บมันไว้เพราะเป็นเอกสารสำคัญของบ้าน และไม่ใช่เอกสารที่จะพกพาติดตัว เนื่องจากมีขนาดที่ใหญ่ แต่หากวันไหนที่ต้องใช้และพบว่า โฉนดที่ดินหาย หรือเกิดชำรุดขึ้นมาล่ะ จะทำยังไง? ก่อนอื่นไม่ต้องตกใจไปนะคะ เราสามารถยื่นขอโฉนดที่ดินใหม่ได้ ส่วนขั้นตอนจะเป็นอย่างไร วันนี้เราจะมาบอกทุกคนเองค่ะ 1. แจ้งความต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น อันดับแรกเลยก็คือต้องไป แจ้งความต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อยืนยันว่าเจ้าของที่ดินนั้นไม่ได้นำโฉนดที่ดิน ไปจำหน่าย #จำนอง หรือแลกเปลี่ยนเป็นของผู้อื่น 2. ติดต่อกับสำนักงานที่ดิน เมื่อได้ใบบันทึกประจำวันมาเรียบร้อยแล้ว ให้นำเอกสารมาติดต่อที่สำนักงานที่ดิน เพื่อขอโฉนดที่ดินใหม่ โดยเอกสารที่ต้องเตรียมไปด้วยมีดังนี้ – บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ที่ยื่นขอโฉนดที่ดินใหม่ – ทะเบียนบ้านตัวจริงของผู้ที่ยื่นขอโฉนดที่ดินใหม่ – ใบแจ้งความ / บันทึกประจำวัน – พยานบุคคล 2 คน พร้อมบัตรประชาชนตัวจริง ซึ่งหากเกิดปัญหาในภายหลัง พยานทั้ง 2 คนนี้ จะต้องเป็นพยานในชั้นศาลด้วย เมื่อเตรียมเอกสารทุกอย่างครบแล้ว จะต้องกรอกเอกสารรับรองและลงลายมือชื่อต่อหน้าเจ้าพนักงาน เพื่อรองรับว่าเจ้าของที่ดินได้ดำเนินการขอออกโฉนดที่ดินใหม่จริงๆ . โดยในขั้นตอนการออกโฉนดที่ดินใหม่ทั้งหมดนี้ จะมีค่าธรรมเนียมประมาณ 75 บาท ทั้งนี้โฉนดที่ดินใหม่ หรือ ใบแทน จะมีประทับตราบนเอกสารว่า “ใบแทน” เพื่อแจ้งให้ทราบว่าเอกสารฉบับนี้ สามารถใช้แทนโฉนดที่ดินฉบับจริงได้ 100% เมื่อเกิดการทำนิติกรรมหรือมีการแลกเปลี่ยนซื้อขายที่ดิน ใบแทนนี้จะมีผลทางกฎหมายไม่ต่างกับโฉนดตัวจริง . เป็นอย่างไรบ้างคะ โฉนดที่ดินหาย ขอใหม่ไม่ยากและไม่วุ่นวายอย่างที่คิดใช่ไหม แต่อย่างไรก็ตามเอกสารสำคัญแบบนี้ ควรเก็บไว้ให้ดีและไม่ทำหายจะดีที่สุดนะคะ เพราะเมื่อจะทำการขายต่อหรือนำไปทำธุรกรรมอื่นๆ เนี่ย ทั้งนักลงทุน นายหน้าอสังหา หรือบุคคลที่เราทำธุรกรรมด้วย ก็จะต้องขอดูโฉนดกันอย่างแน่นอนค่ะ —————————————————————————————– ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย ให้บริการแบบครบจร One Stop Service บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด บริการบริหารและจัดการคอนโด LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs Tel : 089-986-0202 Youtube : @amberrealty Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty #ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ #ลงทุนอสังหา #propertyinvestment #เอเจ้นท์ #Agent #propertyagent

25 สิงหาคม 2023
7 ข้อผิดพลาดสำหรับผู้ ปล่อยเช่าคอนโด มือใหม่

7 ข้อผิดพลาดสำหรับผู้ ปล่อยเช่าคอนโด มือใหม่

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่อยากลงทุนกับคอนโดฯ คงคิดว่าการ ปล่อยเช่าคอนโด เป็นเรื่องง่าย และได้เงินตลอดทุกเดือน เพียงแค่แต่งห้องให้สวยและถูกใจกลุ่มหมาย แต่ในความเป็นจริงแล้วการปล่อยเช่าคอนโดฯ ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ยิ่งไปกว่านั้นผู้ปล่อยเช่ามือใหม่ อาจจะพลั้งพลาดและประมาทไปกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนทำให้ความความเสียหายตามมา วันนี้เราจะมาบอกถึงสิ่งที่ควรระวังและตรวจเช็คให้ดี ก่อนการ ปล่อยเช่าคอนโด ของคุณกันค่ะ มาเริ่มกันเลย . #ศึกษากฎระเบียบของโครงการคอนโดฯ ก่อนปล่อยเช่าคอนโด ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นผู้จ่ายเงิน และซื้อห้องนั้นมาครอบครองแล้วแต่อย่าลืมว่า คอนโดฯ แต่ละที่นั้นมีกฎระเบียบไว้ให้ลูกบ้านได้ปฎิบัตตาม อย่าลืมศึกษาให้ดีว่าทางคอนโดฯ มีกฎข้อห้ามใดบ้าง และแจ้งผู้เช่าให้ชัดเจน ไม่งั้นอาจจะถูกเรียกปรับได้โดยไม่รู้ตัวเลยนะ . #ละเลยการคัดกรองผู้เช่า ผู้ให้เช่าจำนวนไม่น้อยเลยที่กังวลเกี่ยวกับการหาผู้เช่า และอยากปล่อยห้องเช่าให้ได้เร็วที่สุด จนลืมให้ความสำคัญกับการตรวจสอบผู้เช่า ก่อนที่จะย้ายเข้ามาพักอาศัย ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงมากๆ ผู้เช่าที่คุณควรหลีกเลี่ยงเลย หากไม่อยากให้ห้องเสียหายหรือมีปัญหาตามมาก็คือ – มีอาชีพและสถานะทางการเงินที่ไม่มั่นคง เพราะในอนาคตอาจจะไม่สามารถจ่ายค่าเช่าคอนโดฯ ให้คุณได้ – ผู้ที่เข้ามาคุย มักจะเรียกร้องเอานี่เพิ่มนั่นเพิ่มมากจนเกินพอดี หรือขอต่อราคาลง เพราะเป็นไปได้ว่าในอนาคตอาจจะมีปัญหาตามมา – ผู้เช่าที่สูบบุหรี่ เพราะจะทำให้กลิ่นติดห้อง ผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ของคุณ หรือในกรณีที่ไปสูบตรงระเบียง ก็อาจจะโดนเพื่อนบ้านร้องเรียนได้ ซึ่งผลกระทบจะตกมาอยู่ที่คุณได้ – ผู้เช่าที่มีเด็กเล็ก หรืออายุต่ำกว่า 10 ปี เพราะอาจจะทำให้ห้องของคุณสกปรกได้ เช่นการขีดเขียนผนัง ซึ่งการพิจารณาผู้เช่านั้นควรดูเป็นกรณีไป หากได้ผู้เช่าดีก็ถือว่าวินๆ กันไป แต่ถ้าหากได้ผู้เช่าไม่ดี เงินที่ได้มาอาจจะไม่คุ้มกับค่าเสียหายที่คุณได้รับเลย . #ไม่ได้ทำสัญญาเช่า ถือเป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรงเลยสำหรับข้อนี้ เพราะการให้เช่าก็นับเป็นธุรกิจ ควรมีการทำสัญญา ที่ระบุเงื่อนไขไว้ชัดเจนและรัดกุมมากที่สุด เพื่อให้ระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่ามีความเข้าใจที่ตรงกัน นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณและผู้เช่าได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายด้วย และคุณต้องมั่นใจด้วยว่าผู้เช่ารับทราบ และเข้าใจในข้อตกลงร่วมกันก่อนจะเซ็นชื่อลงในใบสัญญา . #ไม่ได้ตรวจสอบหลักฐานการโอนค่าเช่า ข้อนี้เป็นสิ่งที่ผู้ให้เช่าหลายคนมักละเลย และดูแค่ตัวหลักฐานผ่านๆ โดยไม่ตรวจสอบ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเมื่อผู้เช่าส่งหลักฐานการโอนมา ผู้ให้เช่าควรเช็คให้ละเอียดว่ามีการโอนเงินจริงๆ โดยเช็คจาก วันที่ เวลาและยอดเงินในหลักฐาน ว่าตรงกับรายการบัญชีหรือไม่ ป้องกันผู้เช่าหัวหมอ ที่อาจจะปลอมหลักฐานและส่งมาให้คุณกันนะคะ . #ไม่ได้ตรวจสอบห้องพร้อมผู้เช่าในวันย้ายเข้าและบันทึกเป็นหลักฐาน ข้อนี้ไม่ใช่เรื่องที่ผู้ให้เช่าควรปล่อยผ่าน แต่ควรรวบรวมเป็นตารางรายการเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในห้องทั้งหมด พร้อมเก็บบันทึกภาพถ่าย สภาพปัจจุบันของเฟอร์นิเจอร์เหล่านั้น โดยรวบรวมเป็นหมวดย่อยหรือแบ่งตามห้องต่าง ๆ เป็นไงกันบ้างคะการปล่อยเช่าคอนโดฯ ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดกันเลยใช่ไหม หากคุณอยากปล่อยเช่า แต่ยังเป็นมือใหม่และกังวลกับปัญหาที่จะตามมา ทาง Amber สามารถช่วยคุณได้นะคะ เรามีบริการตั้งแต่หาผู้เช่าจนถึงการบริหารจัดการห้อง หลังมีผู้เช่าแล้วโดยทีมงานที่มีประสบการณ์ หมดกังวลกับปัญหาข้างต้นได้เลยค่ะ —————————————————————– หากสนใจสามารถติดต่อมาได้ตามข้อมูลด้านล่างเลยนะคะ LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs Tel : 089-986-0202 Youtube : @amberrealty Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty #ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ #condoforrent #condo #condobkk #คอนโดพระราม9 #พระราม9 #ลงทุนอสังหา #propertyinvestment #เอเจ้นท์ #Agent #propertyagent

25 สิงหาคม 2023