ลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนอง 0.01% ปี 2569–2570 ใครได้สิทธิ์บ้าง?

27

ส.ค. 26

292

ลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนอง 0.01% ปี 2569–2570 ใครได้สิทธิ์บ้าง?

มาตรการ ลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนอง ใครได้สิทธิ์?

มาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองปี 2569–2570 เปิดให้ผู้ซื้อที่เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยได้รับการลดค่าจดทะเบียนโอนและค่าจดทะเบียนจำนองเหลือ 0.01% จากอัตราปกติ 2% และ 1% ตามลำดับ สำหรับการซื้อบ้าน อาคารพาณิชย์ หรือห้องชุดที่เข้าเงื่อนไข โดยราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ต้องไม่เกิน 7 ล้านบาท และวงเงินจำนองต้องไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา มาตรการมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570

มาตรการนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับคนที่กำลังซื้อบ้านหรือคอนโดทั้ง มือหนึ่งและมือสอง แต่ไม่ใช่ว่าอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทหรือผู้ซื้อทุกคนจะได้รับสิทธิ์ ต้องตรวจสอบเงื่อนไขให้ครบก่อนวันโอน

 

มาตรการ ลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนอง คืออะไร?

มาตรการดังกล่าวเป็นนโยบายของภาครัฐที่มุ่งลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย และช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์

สำหรับมาตรการที่มีผลในปี 2569–2570 กระทรวงมหาดไทยกำหนดให้ลด

  • ค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์ จาก 2% เหลือ 0.01%
  • ค่าจดทะเบียนจำนอง จาก 1% เหลือ 0.01%

โดยต้องเป็นการซื้อขายและการจำนองที่เข้าเงื่อนไขตามประกาศ และการจำนองต้องเกิดขึ้น อันเนื่องมาจากการโอนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวในคราวเดียวกัน

มาตรการครอบคลุมทั้งอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านและห้องชุดตามที่กำหนด ไม่ได้จำกัดเฉพาะโครงการบ้านใหม่เท่านั้น

 

มาตรการลดค่าโอน-จำนองใช้ถึงวันไหน?

มาตรการรอบปัจจุบันมีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2570

กล่าวคือ ผู้ที่ต้องการใช้สิทธิ์ควรวางแผนให้การจดทะเบียนเข้าเงื่อนไขภายในช่วงเวลาดังกล่าว โดยกรมที่ดินระบุว่ามาตรการนี้มีผลทั่วประเทศตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ข้อควรระวัง: ไม่ควรดูเพียงวันที่เซ็นสัญญาจะซื้อจะขาย เพราะประเด็นสำคัญคือการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและช่วงเวลาที่ประกาศกำหนด

 

ใครมีสิทธิ์ ลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนอง?

เงื่อนไขสำคัญสามารถสรุปง่าย ๆ ได้ดังนี้

เงื่อนไขรายละเอียด
ผู้ซื้อบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย
ประเภทอสังหาริมทรัพย์บ้าน/อาคารที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ หรือห้องชุดตามที่กำหนด
ราคาซื้อขายไม่เกิน 7 ล้านบาท
ราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 7 ล้านบาท
วงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาท
ค่าจดทะเบียนโอน0.01%
ค่าจดทะเบียนจำนอง0.01%
ระยะเวลา1 ก.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2570

เงื่อนไขดังกล่าวเป็นไปตามประกาศกระทรวงมหาดไทยที่ออกตามมาตรการของคณะรัฐมนตรี

 

บ้านแบบไหนเข้าเกณฑ์?

สำหรับอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรการครอบคลุมการซื้อขายที่เป็น

  • บ้านเดี่ยว
  • บ้านแฝด
  • บ้านแถว
  • อาคารพาณิชย์
  • ที่ดินพร้อมอาคารดังกล่าว

โดยต้องเข้าเงื่อนไขเรื่องราคาซื้อขาย ราคาประเมินทุนทรัพย์ และวงเงินจำนองตามที่กำหนด

ดังนั้น หากซื้อ บ้านมือสอง ที่เข้าเงื่อนไข ก็สามารถได้รับสิทธิ์เช่นเดียวกับบ้านมือหนึ่ง ไม่ได้จำกัดเฉพาะการซื้อบ้านจากผู้ประกอบการ

 

คอนโดได้ ลดค่าโอนและจดจำนอง หรือไม่?

ได้ หากเข้าเงื่อนไข

มาตรการครอบคลุม ห้องชุดในอาคารชุดที่จดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด

โดยต้องมี

  • ราคาซื้อขายไม่เกิน 7 ล้านบาท
  • ราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 7 ล้านบาท
  • วงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาท
  • ผู้ซื้อเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย

และการโอนกับการจำนองต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของมาตรการ

ดังนั้น คอนโดมือสองก็สามารถเข้าเกณฑ์ได้ หากคุณสมบัติครบ

 

ซื้อบ้านราคา 7 ล้านบาทพอดี ได้สิทธิ์หรือไม่?

โดยหลัก หากราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 7 ล้านบาท และเงื่อนไขอื่นครบ ก็อยู่ในเกณฑ์ของมาตรการ

คำว่า “ไม่เกิน 7 ล้านบาท” หมายถึง 7 ล้านบาทพอดียังอยู่ในเพดาน แต่หากตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งเกินเกณฑ์ ก็ต้องตรวจสอบสิทธิ์อีกครั้ง เพราะมาตรการกำหนดเงื่อนไขด้านราคาไว้ชัดเจน

ตัวอย่างเช่น

กรณี A

  • ราคาซื้อขาย 6.8 ล้านบาท
  • ราคาประเมิน 6.5 ล้านบาท
  • วงเงินจำนอง 6 ล้านบาท

→ เข้าเกณฑ์ด้านตัวเลขดังกล่าว

กรณี B

  • ราคาซื้อขาย 7.1 ล้านบาท
  • ราคาประเมิน 6.8 ล้านบาท
  • วงเงินจำนอง 6 ล้านบาท

→ ไม่ควรสรุปว่าได้รับสิทธิ์ เพราะราคาซื้อขายเกินเพดาน 7 ล้านบาท

 

ถ้าบ้านราคาไม่เกิน 7 ล้าน แต่กู้เกิน 7 ล้าน ได้ลดค่าจำนองหรือไม่?

ส่วนที่เกิน 7 ล้านบาทไม่อยู่ในเงื่อนไขของมาตรการ

ประกาศกำหนดให้ วงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา ดังนั้นผู้ซื้อควรตรวจสอบวงเงินที่ธนาคารจะจดจำนองจริงก่อนวันโอน

ตัวอย่างเช่น

บ้านราคา 6.5 ล้านบาท แต่ธนาคารจดจำนอง 7.5 ล้านบาท

กรณีนี้ไม่ควรคิดว่าเพียงบ้านราคาไม่เกิน 7 ล้านบาทแล้วจะได้ลดค่าจำนองทั้งหมด เพราะวงเงินจำนองเกินเพดานที่มาตรการกำหนด

 

ถ้าซื้อบ้านด้วยเงินสด ไม่ได้จำนอง ได้ลดค่าโอนหรือไม่?

ในส่วนของค่าจดทะเบียนโอน หากการซื้อขายเข้าเงื่อนไข ก็มีสิทธิ์ได้รับอัตราลดเหลือ 0.01% ส่วนค่าจดจำนองจะไม่มีรายการให้ชำระ เพราะไม่ได้จำนอง

กรมที่ดินมีคำถามเกี่ยวกับกรณีซื้อคอนโดมือสองด้วยเงินสดโดยตรง สะท้อนว่าประเด็นนี้เป็นข้อสงสัยที่ประชาชนพบในการใช้มาตรการจริง

อย่างไรก็ตาม ควรให้สำนักงานที่ดินตรวจสอบธุรกรรมจริงก่อนวันโอน โดยเฉพาะกรณีที่มีรายละเอียดพิเศษ เช่น การโอนบางส่วนหรือเงื่อนไขสัญญาที่แตกต่างจากการซื้อขายทั่วไป

ผู้ซื้อชาวต่างชาติได้สิทธิ์หรือไม่?

มาตรการนี้กำหนดกลุ่มผู้ซื้อเป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย ดังนั้น หากผู้ซื้อไม่มีสัญชาติไทย ไม่ควรนำเกณฑ์ 0.01% นี้ไปใช้โดยอัตโนมัติ ต้องตรวจสอบกฎหมายและเงื่อนไขเฉพาะของการถือครองและการจดทะเบียนของชาวต่างชาติในแต่ละกรณี

ผู้ขายต้องเป็นคนไทยหรือไม่?

เงื่อนไขที่ประกาศเน้นคือ ผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย ส่วนรายละเอียดของคู่สัญญาฝ่ายผู้ขายและลักษณะธุรกรรมควรตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินอีกครั้ง

จึงไม่ควรสรุปว่า “ผู้ขายต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยทุกกรณี” จากเงื่อนไขผู้ซื้อเพียงอย่างเดียว

ลดค่าธรรมเนียมโอนจาก 2% เหลือ 0.01% ประหยัดเท่าไร?

ลองดูตัวอย่างง่ายๆ

สมมติฐานเพื่อให้เห็นภาพ:

  • ฐานที่ใช้คำนวณค่าธรรมเนียม = 7,000,000 บาท
  • อัตราปกติ = 2%
  • อัตราตามมาตรการ = 0.01%

หากใช้อัตราปกติ

7,000,000 × 2% = 140,000 บาท

หากใช้อัตรามาตรการ

7,000,000 × 0.01% = 700 บาท

ดังนั้นส่วนต่างในตัวอย่างนี้คือ

140,000 – 700 = 139,300 บาท

ทั้งนี้ ตัวเลขเป็นเพียง ตัวอย่างเพื่ออธิบายผลของอัตราค่าธรรมเนียม จำนวนเงินจริงที่สำนักงานที่ดินเรียกเก็บต้องคำนวณจากฐานและข้อเท็จจริงของธุรกรรมนั้นๆ

 

แล้วค่าจดจำนองลดจาก 1% เหลือ 0.01% ประหยัดเท่าไร?

สมมติวงเงินจำนอง 7,000,000 บาท

อัตราปกติ 1%

7,000,000 × 1% = 70,000 บาท

อัตรามาตรการ 0.01%

7,000,000 × 0.01% = 700 บาท

ส่วนต่างคือ

70,000 – 700 = 69,300 บาท

ดังนั้น หากสมมติว่าธุรกรรมมีฐานค่าธรรมเนียมโอน 7 ล้านบาท และวงเงินจำนอง 7 ล้านบาท และเข้าเงื่อนไขครบทั้งคู่ ส่วนต่างของค่าธรรมเนียมสองรายการรวมกันในตัวอย่างนี้อาจอยู่ที่ประมาณ 208,600 บาท

แต่ไม่ควรนำตัวเลขนี้ไปใช้เป็นยอดประหยัดจริงกับทุกธุรกรรม เพราะฐานการคำนวณของแต่ละรายการและภาษี/ค่าใช้จ่ายอื่นอาจแตกต่างกัน

 

ลดค่าโอนและจำนองแล้ว ภาษีอื่นลดด้วยหรือไม่?

ไม่ใช่ทั้งหมด

นี่เป็นจุดที่ผู้ซื้อบ้านต้องระวัง เพราะคำว่า “ลดค่าโอน” ไม่ได้หมายความว่า ค่าใช้จ่ายทุกอย่างในวันโอนจะลดเหลือ 0.01%

กรมที่ดินระบุชัดว่า ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์ ยังคงจัดเก็บตามอัตราที่กฎหมายกำหนด

ดังนั้น ก่อนซื้อบ้านควรแยกค่าใช้จ่ายออกเป็นรายการ เช่น

  • ค่าจดทะเบียนโอน
  • ค่าจดทะเบียนจำนอง
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ
  • อากรแสตมป์
  • ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
  • ค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง

อย่าเข้าใจว่าทุกค่าใช้จ่ายจะลดลงเหลือ 0.01%

 

ค่าโอนบ้านใครเป็นคนจ่าย?

โดยทั่วไปเรื่องค่าใช้จ่ายในการโอนสามารถตกลงกันระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายได้ตามสัญญา เช่น แบ่งคนละครึ่ง หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับผิดชอบ

ดังนั้น แม้มาตรการจะลด “อัตราค่าธรรมเนียม” ลง แต่สิ่งที่ต้องดูอีกเรื่องคือ ใครเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายตามสัญญาซื้อขาย

ตัวอย่างเช่น หากผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกันว่าแบ่งค่าธรรมเนียมโอนคนละครึ่ง การลดค่าธรรมเนียมก็จะลดภาระของทั้งสองฝ่ายตามสัดส่วนที่ตกลงกัน

 

ต้องจดจำนองพร้อมโอนหรือไม่?

สำหรับสิทธิ์ลด ค่าจดทะเบียนจำนอง มาตรการกำหนดว่าการจำนองต้องเป็นการจำนองอันเนื่องมาจากการโอนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวและจดทะเบียนในคราวเดียวกันตามเงื่อนไขของประกาศ

ดังนั้น หากเป็นการจำนองที่ไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการซื้อขายหรือไม่ได้จดทะเบียนตามเงื่อนไขของมาตรการ ก็ไม่ควรสรุปว่าจะได้รับอัตรา 0.01%

ซื้อบ้านมือสองได้สิทธิ์หรือไม่?

ได้ หากเข้าเงื่อนไข

มาตรการไม่ได้จำกัดเฉพาะบ้านใหม่จากโครงการจัดสรร แต่ครอบคลุมการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์ ซึ่งกรมที่ดินประชาสัมพันธ์ทั้งบ้านและคอนโด รวมถึงการซื้อขายมือหนึ่งและมือสอง

ดังนั้น ผู้ที่กำลังซื้อ

  • บ้านเดี่ยวมือสอง
  • บ้านแฝดมือสอง
  • ทาวน์เฮาส์/บ้านแถวมือสอง
  • อาคารพาณิชย์ตามเงื่อนไข
  • คอนโดมือสอง

ควรตรวจสอบสิทธิ์ก่อนวันโอน

กรณีไหนอาจไม่ได้รับสิทธิ์?

ตัวอย่างกรณีที่ควรระวัง ได้แก่

  1. ผู้ซื้อไม่ใช่บุคคลธรรมดาสัญชาติไทย มาตรการกำหนดคุณสมบัติผู้ซื้อไว้ชัดเจนว่าเป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย
  2. ราคาซื้อขายเกิน 7 ล้านบาท หากราคาซื้อขายเกินเพดานที่กำหนด ต้องตรวจสอบสิทธิ์ใหม่
  3. ราคาประเมินทุนทรัพย์เกิน 7 ล้านบาท การที่ราคาซื้อขายต่ำกว่า 7 ล้านบาทเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะเข้าเกณฑ์เสมอ เพราะต้องพิจารณาราคาประเมินทุนทรัพย์ด้วย
  4. วงเงินจำนองเกิน 7 ล้านบาท วงเงินจำนองต้องไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญาตามเงื่อนไขของมาตรการ
  5. เป็นธุรกรรมที่ไม่เข้าเงื่อนไขการซื้อขายที่ประกาศกำหนด ตัวอย่างเช่น การขายเฉพาะส่วนหรือธุรกรรมบางประเภทอาจมีเงื่อนไขแตกต่างกัน จึงต้องให้สำนักงานที่ดินตรวจสอบเป็นรายกรณี

เช็กสิทธิ์ก่อนวันโอนอย่างไร?

เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในวันจดทะเบียน แนะนำให้เช็ก 5 ข้อนี้

ข้อ 1 — ผู้ซื้อเป็นใคร? ต้องตรวจสอบว่าเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยหรือไม่

ข้อ 2 — ซื้ออะไร? ตรวจสอบว่าเป็นบ้าน อาคารพาณิชย์ ที่ดินพร้อมอาคาร หรือห้องชุดที่อยู่ในประเภทที่มาตรการกำหนดหรือไม่

ข้อ 3 — ราคาซื้อขายเท่าไร? ต้องไม่เกิน 7 ล้านบาท

ข้อ 4 — ราคาประเมินทุนทรัพย์เท่าไร? ต้องไม่เกิน 7 ล้านบาท

ข้อ 5 — จำนองเท่าไร? หากมีจำนอง วงเงินต้องไม่เกิน 7 ล้านบาท และการจำนองต้องเข้าเงื่อนไขของมาตรการ

กรมที่ดินมีสำนักงานที่ดินทั่วประเทศสำหรับให้บริการและสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้มาตรการโดยตรง

Checklist ก่อนซื้อบ้านเพื่อใช้สิทธิ์ 0.01%

  • ตรวจสัญชาติและสถานะของผู้ซื้อ
  • ตรวจประเภทอสังหาริมทรัพย์
  • ตรวจราคาซื้อขาย
  • ตรวจราคาประเมินทุนทรัพย์
  • ตรวจวงเงินจำนอง
  • ตรวจวันนัดโอน
  • ตรวจว่าการจำนองเกิดขึ้นพร้อมกับการโอนตามเงื่อนไขหรือไม่
  • ขอประมาณการค่าใช้จ่ายจากสำนักงานที่ดิน
  • ตรวจภาษีและค่าใช้จ่ายอื่นที่ไม่ได้ลดเหลือ 0.01%
  • อ่านสัญญาว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าโอนและค่าใช้จ่ายแต่ละรายการ

 

สรุปส่งท้าย ใครได้สิทธิ์มาตราการ ลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนอง  0.01%? มาตรการปี 2569–2570 ช่วยลดภาระให้ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยได้อย่างมาก โดย ค่าจดทะเบียนโอนลดจาก 2% เหลือ 0.01% และค่าจดทะเบียนจำนองลดจาก 1% เหลือ 0.01%

ผู้ที่จะใช้สิทธิ์ต้องเป็น บุคคลธรรมดาสัญชาติไทย และซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์ โดย ราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ต้องไม่เกิน 7 ล้านบาท และวงเงินจำนองต้องไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา

มาตรการมีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2570

อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อควรจำไว้ว่า ไม่ได้หมายความว่าภาษีและค่าใช้จ่ายทุกประเภทจะลดลงเหลือ 0.01% เพราะภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรืออากรแสตมป์ยังเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

หากกำลังจะซื้อบ้านหรือคอนโดในช่วงมาตรการนี้ ควรตรวจสอบ ราคาขาย + ราคาประเมิน + วงเงินจำนอง + คุณสมบัติผู้ซื้อ + ประเภทอสังหาริมทรัพย์ ให้ครบก่อนวันโอน เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิ์ที่อาจช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เป็นหลักหมื่นหรือหลักแสนบาท

 

Q: ลดค่าโอนบ้านเหลือ 0.01% ถึงเมื่อไหร่?

A: มาตรการปัจจุบันมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2570

 

Q: บ้านราคาเท่าไรถึงได้ลดค่าโอน?

A: อสังหาริมทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์ต้องมี ราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 7 ล้านบาท และต้องผ่านเงื่อนไขอื่นของมาตรการด้วย

 

Q: คอนโดราคาไม่เกิน 7 ล้านบาทได้ลดค่าโอนไหม?

A: ได้ หากเป็นห้องชุดที่เข้าเกณฑ์ มีราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 7 ล้านบาท วงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาท และผู้ซื้อเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย

 

Q: ซื้อบ้านมือสองได้ลดค่าธรรมเนียมหรือไม่?

A: ได้ หากการซื้อขายเข้าเงื่อนไขของมาตรการ ไม่ได้จำกัดเฉพาะบ้านมือหนึ่ง

 

Q: ชาวต่างชาติได้ลดค่าโอน 0.01% หรือไม่?

A: มาตรการนี้กำหนดผู้ซื้อที่มีสิทธิ์เป็น บุคคลธรรมดาสัญชาติไทย จึงไม่ควรนำสิทธิ์ดังกล่าวไปใช้กับผู้ซื้อชาวต่างชาติโดยอัตโนมัติ

 

Q: ถ้าซื้อบ้าน 6 ล้านบาท แต่กู้ 8 ล้านบาท ได้ลดค่าจำนองหรือไม่?

A: วงเงินจำนอง 8 ล้านบาทเกินเพดาน 7 ล้านบาทของมาตรการ จึงไม่ควรสรุปว่าจะได้รับอัตรา 0.01% ตามมาตรการ ต้องตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินและธนาคารตามรายละเอียดของธุรกรรม

 

Q: ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะลดเหลือ 0.01% ด้วยหรือไม่?

A: ไม่ใช่ มาตรการนี้ลด ค่าจดทะเบียนโอนและค่าจดทะเบียนจำนอง ส่วนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรืออากรแสตมป์ยังจัดเก็บตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

แหล่งข้อมูลภาครัฐที่ควรใช้เป็น External Authority

หมายเหตุ: บทความนี้อัปเดตตามข้อมูลมาตรการที่มีผลในปี 2569–2570 ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2569 การใช้สิทธิ์จริงขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของธุรกรรมและการตรวจสอบของสำนักงานที่ดิน หากกำลังจะโอนบ้านหรือคอนโด ควรสอบถามสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนก่อนวันโอนอีกครั้ง โดยเฉพาะกรณีที่มีการโอนเฉพาะส่วน การจำนองหลายสัญญา หรือมีเงื่อนไขพิเศษในสัญญา


𝐀𝐦𝐛𝐞𝐫 𝐈𝐧𝐭𝐞𝐫𝐧𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐑𝐞𝐚𝐥𝐭𝐲
คู่คิด ข้างคุณ เรื่องคอนโด
บริษัทเอเจนต์คอนโดให้บริการโดยทีมงาน
ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
การันตีด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี
เราให้บริการแบบ One Stop Service
เกี่ยวกับคอนโดมิเนียม แก่ลูกค้าทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน
สิงคโปร์ เป็นต้น ได้รับการยอมรับ
และทำงานร่วมกันกับ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
เจ้าใหญ่ของไทย เช่น MQDC, Sansiri, AP Thai, Origin ฯลฯ
✨ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
✨ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property
✨ได้รับรางวัล Best Smart Agency 2025 จาก Livinginsider
✨ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service
📍บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด
📍บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด
📍บริการบริหารและจัดการคอนโด

📍LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs

📍Tel : 089-986-0202
📍Youtube : @amberrealty

📍Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

📍เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/p

บทความน่าสนใจ

เปรียบเทียบห้อง Loft และ Duplex คอนโดต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับคุณ

Loft กับ Duplex ต่างกันอย่างไร แบบไหนที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคุณ

Loft และ Duplex ต่างกันที่โครงสร้างทางกฎหมายและพื้นที่ใช้สอยจริง กล่าวคือ Loft มีชั้นลอยที่ไม่นับเป็นพื้นที่ตามโฉนด ค่าส่วนกลางถูกกว่า แต่ทางออกทางเดียว ส่วน Duplex มีทั้งสองชั้นอยู่ในโฉนด มีประตูเข้าออกสองทาง ห้องน้ำบนชั้นสอง เหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่จริงและความปลอดภัยมากกว่า บทความนี้ Amber เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียทั้งสองแบบ พร้อมแนะนำว่าแบบไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ . ห้องสไตล์ Loft – ชั้นล่างและชั้นบนจะอยู่บนโครงสร้างเดียวกัน เป็นห้องที่มีฝ้าเพดานสูงและในทางกฎหมาย ไม่มีการกำหนดความสูงขั้นต่ำของชั้นลอย – พื้นที่ใช้สอยถูกนับเพียงชั้นล่าง เนื่องจากในทางกฎหมายระบุไว้ว่าพื้นที่ใช้สอยส่วนชั้นลอย เป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ จะไม่ถูกนับรวมอยู่ในโฉนด – ชั้นลอยถูกนับเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ไม่มีประตูกั้นห้อง – มีประตูเข้าออกทางเดียวคือ ทางชั้นล่าง – ชั้นลอยจะไม่มีห้องน้ำ ข้อดีของห้องสไตล์ Loft – การเสียค่าส่วนกลางจะเสียแค่พื้นที่ใช้สอยที่ออกตามโฉนด ดังนั้นถ้าห้องขนาด 35 ตร.ม. และมีพื้นที่ใช้สอยชั้นลอย 22 ตร.ม. จะเสียค่าส่วนกลางแค่ 35 ตร.ม. – การที่มีฝ้าเพดานสูง ทำให้ห้องดูโปร่งและโล่งกว่าเดิม ข้อเสียของห้องสไตล์ Loft – มีความปลอดภัยค่อนข้างน้อย เนื่องจากมีทางเข้า – ออก ทางเดียว หากเกิดเหตุฉุกเฉินอาจจะหนีลำบาก – ปัญหาเรื่องความสูงของชั้นลอย เนื่องจากทางกฎหมายไม่ได้กำหนดขั้นต่ำไว้ จึงทำให้บางโครงการมีความสูงของเพดานเตี้ยกว่า 2.40 เมตร ทำให้ห้องดูอึดอัด . ห้องสไตล์ Duplex – ชั้นล่างและชั้นบนอยู่บนโครงสร้างคนละชั้น ในทางกฏหมายกำหนดให้ชั้นบนมีความสูงไม่น้อยกว่า 2.4 เมตร – พื้นที่ใช้สอยชั้นบนถูกนับเป็นสิ่งก่อสร้าง ดังนั้นพื้นที่ใช้สอยทั้งชั้นบนและล่างจะถูกนับรวมกันอยู่ในโฉนด – ชั้นบนสามารถแบ่งเป็นห้องต่างๆ มีประตูเปิด – ปิดได้ – ตามกฎหมายกำหนดให้มีประตูเข้า – ออก ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง – ชั้นบนมักจะมีห้องน้ำด้วย โดยจะอยู่ตำแหน่งเดียวกับชั้นล่าง ข้อดีของห้องสไตล์ Duplex – เพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน – ความสูงของเพดาน ที่มีความสูงมาก จะช่วยทำให้ห้องดูกว้างและโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น – หากเลือกแบบห้องที่มีการปิดกั้น ก็จะได้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้นไปอีก ข้อเสียของห้องสไตล์ Duplex – ค่าไฟ ยิ่งห้องที่สูงและกว้างมากขึ้นเท่าไหร่ ภาระค่าไฟยิ่งมากขึ้นเท่านั้น – เสียค่าส่วนกลางที่มากขึ้นตามขนาดของห้องอีกด้วย . แล้วห้องแบบไหนที่จะตอบโจทย์กับการใช้ชีวิตของเรากันล่ะ? ห้องสไตล์ Loft เหมาะกับผู้อยู่อาศัยที่ต้องการห้องที่โล่ง โปร่งสบาย เพราะมีเพดานสูง ให้ความรู้สึกทันสมัย มีพื้นที่ใช้สอยในส่วนของชั้นลอยที่เพิ่มขึ้น และยังมีราคาที่ไม่สูงจนเกินไป ห้องสไตล์ Duplex เหมาะกับผู้อาศัยที่ต้องการให้ห้องมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง มีความลักซ์ชัวรี่ และบรรยากาศการอาศัยอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ให้ความสะดวกสบายและมีพื้นที่ส่วนตัวให้ใช้งานอย่างเต็มที่ อ่านมาถึงตรงนี้ทุกคนคงเข้าใจความแตกต่าง ของห้องสไตล์ Loft และ Duplex กันมากขึ้นแล้ว และคงมีคำตอบกันแล้วใช่ไหมคะว่าห้องแบบไหน ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ แต่ในการตัดสินใจเลือกซื้อ ก็อย่าลืมคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ กันด้วยนะคะ Q: Loft กับ Duplex ต่างกันอย่างไร? A: Loft มีชั้นลอยที่ไม่นับพื้นที่โฉนด ค่าส่วนกลางถูกกว่า แต่ทางออกทางเดียว ส่วน Duplex สองชั้นในโฉนด มีประตูสองทางและห้องน้ำบนชั้นสอง   Q: ห้อง Loft กับ Duplex แบบไหนราคาแพงกว่า? A: Duplex มักแพงกว่าเพราะพื้นที่ใช้สอยนับรวมทั้งสองชั้น ทำให้ค่าส่วนกลางและราคาขายต่อสูงกว่า   Q: ห้อง Loft เหมาะกับใคร? A: เหมาะกับคนต้องการห้องโปร่งเพดานสูง งบไม่สูงมาก ไม่ต้องการพื้นที่ชั้นสองจริงจัง เช่น คนเดียวหรือคู่รัก   —————————————————————————– ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย ให้บริการแบบครบจร One Stop Service บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด บริการบริหารและจัดการคอนโด LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs Tel : 089-986-0202 Youtube : @amberrealty Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty #ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ #ลงทุนอสังหา #propertyinvestment #เอเจ้นท์ #Agent #propertyagent

18 กรกฎาคม 2023
โฉนดที่ดินหาย ! ทำยังไงดี

โฉนดที่ดินหาย! ทำยังไงดี

#โฉนดที่ดิน อาจจะเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับหลายๆ คน เพราะเมื่อได้มาเราก็จะเก็บมันไว้เพราะเป็นเอกสารสำคัญของบ้าน และไม่ใช่เอกสารที่จะพกพาติดตัว เนื่องจากมีขนาดที่ใหญ่ แต่หากวันไหนที่ต้องใช้และพบว่า โฉนดที่ดินหาย หรือเกิดชำรุดขึ้นมาล่ะ จะทำยังไง? ก่อนอื่นไม่ต้องตกใจไปนะคะ เราสามารถยื่นขอโฉนดที่ดินใหม่ได้ ส่วนขั้นตอนจะเป็นอย่างไร วันนี้เราจะมาบอกทุกคนเองค่ะ 1. แจ้งความต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น อันดับแรกเลยก็คือต้องไป แจ้งความต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อยืนยันว่าเจ้าของที่ดินนั้นไม่ได้นำโฉนดที่ดิน ไปจำหน่าย #จำนอง หรือแลกเปลี่ยนเป็นของผู้อื่น 2. ติดต่อกับสำนักงานที่ดิน เมื่อได้ใบบันทึกประจำวันมาเรียบร้อยแล้ว ให้นำเอกสารมาติดต่อที่สำนักงานที่ดิน เพื่อขอโฉนดที่ดินใหม่ โดยเอกสารที่ต้องเตรียมไปด้วยมีดังนี้ – บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ที่ยื่นขอโฉนดที่ดินใหม่ – ทะเบียนบ้านตัวจริงของผู้ที่ยื่นขอโฉนดที่ดินใหม่ – ใบแจ้งความ / บันทึกประจำวัน – พยานบุคคล 2 คน พร้อมบัตรประชาชนตัวจริง ซึ่งหากเกิดปัญหาในภายหลัง พยานทั้ง 2 คนนี้ จะต้องเป็นพยานในชั้นศาลด้วย เมื่อเตรียมเอกสารทุกอย่างครบแล้ว จะต้องกรอกเอกสารรับรองและลงลายมือชื่อต่อหน้าเจ้าพนักงาน เพื่อรองรับว่าเจ้าของที่ดินได้ดำเนินการขอออกโฉนดที่ดินใหม่จริงๆ . โดยในขั้นตอนการออกโฉนดที่ดินใหม่ทั้งหมดนี้ จะมีค่าธรรมเนียมประมาณ 75 บาท ทั้งนี้โฉนดที่ดินใหม่ หรือ ใบแทน จะมีประทับตราบนเอกสารว่า “ใบแทน” เพื่อแจ้งให้ทราบว่าเอกสารฉบับนี้ สามารถใช้แทนโฉนดที่ดินฉบับจริงได้ 100% เมื่อเกิดการทำนิติกรรมหรือมีการแลกเปลี่ยนซื้อขายที่ดิน ใบแทนนี้จะมีผลทางกฎหมายไม่ต่างกับโฉนดตัวจริง . เป็นอย่างไรบ้างคะ โฉนดที่ดินหาย ขอใหม่ไม่ยากและไม่วุ่นวายอย่างที่คิดใช่ไหม แต่อย่างไรก็ตามเอกสารสำคัญแบบนี้ ควรเก็บไว้ให้ดีและไม่ทำหายจะดีที่สุดนะคะ เพราะเมื่อจะทำการขายต่อหรือนำไปทำธุรกรรมอื่นๆ เนี่ย ทั้งนักลงทุน นายหน้าอสังหา หรือบุคคลที่เราทำธุรกรรมด้วย ก็จะต้องขอดูโฉนดกันอย่างแน่นอนค่ะ —————————————————————————————– ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย ให้บริการแบบครบจร One Stop Service บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด บริการบริหารและจัดการคอนโด LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs Tel : 089-986-0202 Youtube : @amberrealty Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty #ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ #ลงทุนอสังหา #propertyinvestment #เอเจ้นท์ #Agent #propertyagent

25 สิงหาคม 2023
7 ข้อผิดพลาดสำหรับผู้ ปล่อยเช่าคอนโด มือใหม่

7 ข้อผิดพลาดสำหรับผู้ ปล่อยเช่าคอนโด มือใหม่

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่อยากลงทุนกับคอนโดฯ คงคิดว่าการ ปล่อยเช่าคอนโด เป็นเรื่องง่าย และได้เงินตลอดทุกเดือน เพียงแค่แต่งห้องให้สวยและถูกใจกลุ่มหมาย แต่ในความเป็นจริงแล้วการปล่อยเช่าคอนโดฯ ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ยิ่งไปกว่านั้นผู้ปล่อยเช่ามือใหม่ อาจจะพลั้งพลาดและประมาทไปกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนทำให้ความความเสียหายตามมา วันนี้เราจะมาบอกถึงสิ่งที่ควรระวังและตรวจเช็คให้ดี ก่อนการ ปล่อยเช่าคอนโด ของคุณกันค่ะ มาเริ่มกันเลย . #ศึกษากฎระเบียบของโครงการคอนโดฯ ก่อนปล่อยเช่าคอนโด ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นผู้จ่ายเงิน และซื้อห้องนั้นมาครอบครองแล้วแต่อย่าลืมว่า คอนโดฯ แต่ละที่นั้นมีกฎระเบียบไว้ให้ลูกบ้านได้ปฎิบัตตาม อย่าลืมศึกษาให้ดีว่าทางคอนโดฯ มีกฎข้อห้ามใดบ้าง และแจ้งผู้เช่าให้ชัดเจน ไม่งั้นอาจจะถูกเรียกปรับได้โดยไม่รู้ตัวเลยนะ . #ละเลยการคัดกรองผู้เช่า ผู้ให้เช่าจำนวนไม่น้อยเลยที่กังวลเกี่ยวกับการหาผู้เช่า และอยากปล่อยห้องเช่าให้ได้เร็วที่สุด จนลืมให้ความสำคัญกับการตรวจสอบผู้เช่า ก่อนที่จะย้ายเข้ามาพักอาศัย ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงมากๆ ผู้เช่าที่คุณควรหลีกเลี่ยงเลย หากไม่อยากให้ห้องเสียหายหรือมีปัญหาตามมาก็คือ – มีอาชีพและสถานะทางการเงินที่ไม่มั่นคง เพราะในอนาคตอาจจะไม่สามารถจ่ายค่าเช่าคอนโดฯ ให้คุณได้ – ผู้ที่เข้ามาคุย มักจะเรียกร้องเอานี่เพิ่มนั่นเพิ่มมากจนเกินพอดี หรือขอต่อราคาลง เพราะเป็นไปได้ว่าในอนาคตอาจจะมีปัญหาตามมา – ผู้เช่าที่สูบบุหรี่ เพราะจะทำให้กลิ่นติดห้อง ผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ของคุณ หรือในกรณีที่ไปสูบตรงระเบียง ก็อาจจะโดนเพื่อนบ้านร้องเรียนได้ ซึ่งผลกระทบจะตกมาอยู่ที่คุณได้ – ผู้เช่าที่มีเด็กเล็ก หรืออายุต่ำกว่า 10 ปี เพราะอาจจะทำให้ห้องของคุณสกปรกได้ เช่นการขีดเขียนผนัง ซึ่งการพิจารณาผู้เช่านั้นควรดูเป็นกรณีไป หากได้ผู้เช่าดีก็ถือว่าวินๆ กันไป แต่ถ้าหากได้ผู้เช่าไม่ดี เงินที่ได้มาอาจจะไม่คุ้มกับค่าเสียหายที่คุณได้รับเลย . #ไม่ได้ทำสัญญาเช่า ถือเป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรงเลยสำหรับข้อนี้ เพราะการให้เช่าก็นับเป็นธุรกิจ ควรมีการทำสัญญา ที่ระบุเงื่อนไขไว้ชัดเจนและรัดกุมมากที่สุด เพื่อให้ระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่ามีความเข้าใจที่ตรงกัน นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณและผู้เช่าได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายด้วย และคุณต้องมั่นใจด้วยว่าผู้เช่ารับทราบ และเข้าใจในข้อตกลงร่วมกันก่อนจะเซ็นชื่อลงในใบสัญญา . #ไม่ได้ตรวจสอบหลักฐานการโอนค่าเช่า ข้อนี้เป็นสิ่งที่ผู้ให้เช่าหลายคนมักละเลย และดูแค่ตัวหลักฐานผ่านๆ โดยไม่ตรวจสอบ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเมื่อผู้เช่าส่งหลักฐานการโอนมา ผู้ให้เช่าควรเช็คให้ละเอียดว่ามีการโอนเงินจริงๆ โดยเช็คจาก วันที่ เวลาและยอดเงินในหลักฐาน ว่าตรงกับรายการบัญชีหรือไม่ ป้องกันผู้เช่าหัวหมอ ที่อาจจะปลอมหลักฐานและส่งมาให้คุณกันนะคะ . #ไม่ได้ตรวจสอบห้องพร้อมผู้เช่าในวันย้ายเข้าและบันทึกเป็นหลักฐาน ข้อนี้ไม่ใช่เรื่องที่ผู้ให้เช่าควรปล่อยผ่าน แต่ควรรวบรวมเป็นตารางรายการเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในห้องทั้งหมด พร้อมเก็บบันทึกภาพถ่าย สภาพปัจจุบันของเฟอร์นิเจอร์เหล่านั้น โดยรวบรวมเป็นหมวดย่อยหรือแบ่งตามห้องต่าง ๆ เป็นไงกันบ้างคะการปล่อยเช่าคอนโดฯ ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดกันเลยใช่ไหม หากคุณอยากปล่อยเช่า แต่ยังเป็นมือใหม่และกังวลกับปัญหาที่จะตามมา ทาง Amber สามารถช่วยคุณได้นะคะ เรามีบริการตั้งแต่หาผู้เช่าจนถึงการบริหารจัดการห้อง หลังมีผู้เช่าแล้วโดยทีมงานที่มีประสบการณ์ หมดกังวลกับปัญหาข้างต้นได้เลยค่ะ —————————————————————– หากสนใจสามารถติดต่อมาได้ตามข้อมูลด้านล่างเลยนะคะ LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs Tel : 089-986-0202 Youtube : @amberrealty Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty #ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ #condoforrent #condo #condobkk #คอนโดพระราม9 #พระราม9 #ลงทุนอสังหา #propertyinvestment #เอเจ้นท์ #Agent #propertyagent

25 สิงหาคม 2023