
สัญญาจะซื้อจะขาย บ้านและคอนโด 5 ข้อสำคัญที่ต้องเช็กก่อนเซ็น
การซื้อบ้านหรือคอนโดเป็นการตัดสินใจที่มีมูลค่าสูง และหนึ่งในเอกสารสำคัญที่สุดของกระบวนการซื้อขาย คือ “สัญญาจะซื้อจะขาย” ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ ณ สำนักงานที่ดิน
หลายคนให้ความสำคัญกับราคา ทำเล หรือโปรโมชั่น แต่กลับละเลยรายละเอียดในสัญญา จนเกิดปัญหาในภายหลัง เช่น การโอนล่าช้า ค่าใช้จ่ายไม่ตรงตามที่ตกลง หรือข้อพิพาทเกี่ยวกับเงินมัดจำ
ดังนั้น ก่อนลงลายมือชื่อ ควรอ่านและทำความเข้าใจทุกเงื่อนไข โดยเฉพาะ 5 ข้อสำคัญต่อไปนี้
- รายละเอียดของทรัพย์สินต้องถูกต้องและครบถ้วน
สิ่งแรกที่ต้องตรวจสอบ คือข้อมูลของทรัพย์สินว่าตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ เช่น
- บ้านเลขที่
- เลขที่โฉนด
- เลขห้องชุด
- ชั้นและอาคาร
- ขนาดพื้นที่ดินหรือพื้นที่ใช้สอย
- สิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินที่รวมอยู่ในการซื้อขาย
หากข้อมูลไม่ถูกต้อง อาจส่งผลต่อการโอนกรรมสิทธิ์ หรือก่อให้เกิดข้อพิพาทในภายหลัง
คำแนะนำ: เปรียบเทียบข้อมูลในสัญญากับโฉนดที่ดิน หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด และเอกสารของโครงการก่อนลงนาม
- ราคาซื้อขาย วิธีการชำระเงิน และเงินมัดจำ
สัญญาควรระบุรายละเอียดด้านการเงินอย่างชัดเจน ได้แก่
- ราคาซื้อขายทั้งหมด
- จำนวนเงินมัดจำ
- เงินดาวน์ (ถ้ามี)
- วันที่ชำระแต่ละงวด
- วิธีการชำระเงิน
- เงื่อนไขการคืนหรือริบเงินมัดจำ
การระบุรายละเอียดอย่างชัดเจนช่วยลดความเข้าใจคลาดเคลื่อน และเป็นหลักฐานสำคัญหากเกิดข้อพิพาท
- วันโอนกรรมสิทธิ์และเงื่อนไขการส่งมอบ
วันโอนกรรมสิทธิ์เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ควรกำหนดไว้ในสัญญา เช่น
- วันที่โอนกรรมสิทธิ์
- สถานที่โอน
- การส่งมอบกุญแจ
- การส่งมอบห้องหรือบ้าน
- สภาพทรัพย์ในวันที่ส่งมอบ
หากมีเหตุจำเป็นที่ทำให้เลื่อนวันโอน ควรระบุเงื่อนไขและวิธีดำเนินการไว้ล่วงหน้า
- ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในวันโอน?
หนึ่งในประเด็นที่เกิดความเข้าใจผิดบ่อยที่สุด คือเรื่องค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์
สัญญาควรระบุให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย เช่น
- ค่าธรรมเนียมการโอน
- ค่าอากรแสตมป์
- ภาษีธุรกิจเฉพาะ (หากมี)
- ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
- ค่าจดจำนอง (กรณีกู้สินเชื่อ)
- ค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง
การตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายตั้งแต่ต้นช่วยลดปัญหาในวันโอนกรรมสิทธิ์
- เงื่อนไขผิดสัญญาและการยกเลิกสัญญา
อีกหนึ่งหัวข้อที่ไม่ควรมองข้าม คือผลที่จะเกิดขึ้นหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตามสัญญา
ควรตรวจสอบว่า
- หากผู้ซื้อไม่ชำระเงินจะเกิดอะไรขึ้น
- หากผู้ขายไม่โอนกรรมสิทธิ์ตามกำหนดจะรับผิดอย่างไร
- เงินมัดจำสามารถริบหรือคืนได้ในกรณีใด
- มีค่าปรับหรือค่าเสียหายหรือไม่
- เงื่อนไขการบอกเลิกสัญญาเป็นอย่างไร
การกำหนดเงื่อนไขเหล่านี้อย่างชัดเจนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดข้อพิพาท
ข้อควรตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนเซ็นสัญญา
นอกจาก 5 ข้อหลักแล้ว ผู้ซื้อควรตรวจสอบเพิ่มเติม เช่น
- ผู้ขายเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตัวจริงหรือไม่
- ทรัพย์ติดจำนองหรือมีภาระผูกพันหรือไม่
- มีค่าส่วนกลางค้างชำระหรือไม่ (กรณีคอนโด)
- มีข้อพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์หรือไม่
- เอกสารประกอบครบถ้วนหรือไม่
การตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงในการซื้ออสังหาริมทรัพย์
หากซื้อบ้านหรือคอนโดกับโครงการ ต้องอ่านอะไรเพิ่มเติม?
สำหรับโครงการบ้านจัดสรรหรือคอนโดมิเนียม ควรตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม เช่น
- รายการวัสดุและอุปกรณ์ (Specification)
- แบบแปลน
- รายละเอียดพื้นที่ส่วนกลาง
- ข้อบังคับนิติบุคคล
- ระยะเวลารับประกันงานก่อสร้าง
- เงื่อนไขการแก้ไขงาน (Defect)
รายละเอียดเหล่านี้มีผลต่อสิทธิของผู้ซื้อหลังรับโอนกรรมสิทธิ์
หากไม่เข้าใจสัญญา ควรทำอย่างไร?
หากพบข้อความที่ไม่เข้าใจ หรือเห็นว่าเงื่อนไขบางประการอาจไม่เป็นธรรม ควร
- ขอให้ผู้ขายอธิบายรายละเอียด
- ขอแก้ไขข้อความก่อนลงนาม (หากทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้)
- ปรึกษาทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์
- ไม่ควรรีบเซ็นเพียงเพราะเกรงว่าจะเสียสิทธิ์
การใช้เวลาตรวจสอบสัญญาเพียงเล็กน้อย อาจช่วยป้องกันปัญหาที่มีมูลค่าหลายแสนหรือหลายล้านบาทในอนาคต
Q: สัญญาจะซื้อจะขายมีผลตามกฎหมายหรือไม่?
A: มีผลผูกพันตามกฎหมาย หากคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายทำขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมายและมีองค์ประกอบของสัญญาครบถ้วน
Q: หากเซ็นสัญญาแล้วเปลี่ยนใจได้หรือไม่?
A: ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญา การยกเลิกสัญญาอาจมีผลต่อเงินมัดจำหรือค่าเสียหาย
Q: เงินมัดจำคืนได้หรือไม่?
A: ขึ้นอยู่กับเหตุแห่งการยกเลิกสัญญาและข้อตกลงที่ระบุไว้ หากฝ่ายใดผิดสัญญา อาจมีผลต่อการริบหรือคืนเงินมัดจำ
Q: ต้องตรวจสอบภาระจำนองก่อนซื้อหรือไม่?
A: ควรตรวจสอบทุกครั้ง เพื่อให้ทราบว่าทรัพย์มีภาระผูกพันหรือข้อจำกัดทางกฎหมายหรือไม่
Q: ควรให้ทนายตรวจสัญญาหรือไม่?
A: หากเป็นการซื้อขายที่มีมูลค่าสูง หรือสัญญามีเงื่อนไขซับซ้อน การให้ทนายความตรวจสอบก่อนลงนามสามารถช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายได้
สรุปส่งท้าย สัญญาจะซื้อจะขาย บ้านและคอนโดไม่ใช่เพียงเอกสารที่ใช้ก่อนวันโอนกรรมสิทธิ์ แต่เป็นข้อตกลงสำคัญที่กำหนดสิทธิและหน้าที่ของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย การตรวจสอบรายละเอียดของทรัพย์ ราคาซื้อขาย วันโอน ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขการผิดสัญญาอย่างรอบคอบ จะช่วยลดโอกาสเกิดข้อพิพาทและทำให้การซื้อขายเป็นไปอย่างราบรื่น
ก่อนลงลายมือชื่อทุกครั้ง ควรอ่านสัญญาให้ครบทุกหน้า สอบถามเมื่อมีข้อสงสัย และขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญหากพบเงื่อนไขที่ไม่ชัดเจน เพราะการตัดสินใจอย่างรอบคอบตั้งแต่ต้น ย่อมดีกว่าการแก้ไขปัญหาหลังจากเซ็นสัญญาแล้ว
𝐀𝐦𝐛𝐞𝐫 𝐈𝐧𝐭𝐞𝐫𝐧𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐑𝐞𝐚𝐥𝐭𝐲
คู่คิด ข้างคุณ เรื่องคอนโด
บริษัทเอเจนต์คอนโดให้บริการโดยทีมงาน
ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
การันตีด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี
เราให้บริการแบบ One Stop Service
เกี่ยวกับคอนโดมิเนียม แก่ลูกค้าทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน
สิงคโปร์ เป็นต้น ได้รับการยอมรับ
และทำงานร่วมกันกับ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
เจ้าใหญ่ของไทย เช่น MQDC, Sansiri, AP Thai, Origin ฯลฯ
✨ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
✨ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property
✨ได้รับรางวัล Best Smart Agency 2025 จาก Livinginsider
✨ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service
📍บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด
📍บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด
📍บริการบริหารและจัดการคอนโด
📍LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs
📍Tel : 089-986-0202
📍Youtube : @amberrealty
📍Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty
📍เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/p



