ราคาคอนโดติดรถไฟฟ้า 2026 ย่านไหนมีโอกาสเติบโต? | วิเคราะห์ทำเล

08

ต.ค. 26

195

ราคาคอนโดติดรถไฟฟ้า 2026 ย่านไหนมีโอกาสเติบโต? | วิเคราะห์ทำเล

ราคาคอนโดติดรถไฟฟ้า 2026 จะไปทางไหน?

ภาพรวมตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ปี 2026 ไม่ได้เป็นตลาดที่ราคาจะปรับขึ้นพร้อมกันทุกทำเล แต่กำลังเข้าสู่ภาวะ “เลือกทำเล เลือกราคา และเลือกสินค้า” มากขึ้น

ข้อมูลล่าสุดของ REIC ระบุว่า ในไตรมาส 2/2569 ยอดขายอาคารชุดในกรุงเทพฯ และ 5 จังหวัดปริมณฑลเพิ่มขึ้น 19.5% ขณะที่หน่วยเหลือขายโดยรวมลดลง 10.2% เหลือประมาณ 202,414 หน่วย สะท้อนว่าตลาดคอนโดเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว แต่การฟื้นตัวไม่ได้กระจายเท่ากันทุกพื้นที่

ขณะเดียวกัน Colliers ระบุว่า ผู้ซื้อยังให้ความสำคัญกับคอนโดที่มีราคาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด และผู้พัฒนาโครงการหันไปให้ความสนใจกับ ทำเลตามแนวระบบขนส่งมวลชน โดยเฉพาะโซนรอบนอก มากขึ้น

ดังนั้น หากถามว่า

“ปี 2026 คอนโดติดรถไฟฟ้าย่านไหนยังมีโอกาสเติบโต?”

คำตอบที่ควรพิจารณาไม่ใช่แค่ “สถานีไหนมีรถไฟฟ้า” แต่ต้องดูพร้อมกัน 5 เรื่อง ได้แก่ ราคาเข้าถึงได้, ดีมานด์จริง, การเชื่อมต่อ, การพัฒนาเมือง และจำนวนซัพพลายที่รอขาย

 

ตลาดคอนโดปี 2026: ฟื้น แต่ไม่ใช่ฟื้นทั้งตลาด

ก่อนเจาะรายทำเล ต้องเข้าใจภาพใหญ่เสียก่อน

REIC รายงานว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 จำนวนการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ–ปริมณฑลเพิ่มขึ้น 29.6% และมูลค่าการโอนเพิ่มขึ้น 15.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่จำนวนหน่วยเปิดขายใหม่เพิ่มขึ้นเพียง 0.8% แต่ มูลค่าโครงการเปิดใหม่ลดลง 25.4%

ตัวเลขนี้สะท้อนภาพตลาดที่น่าสนใจ:

ดีมานด์เริ่มกลับมา แต่ผู้ประกอบการยังระมัดระวังเรื่องการเปิดโครงการ

ด้าน Colliers ประเมินว่าตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ในไตรมาส 1/2569 มีอัตราการขายสะสม 71.7% และคาดว่าซัพพลายคอนโดใหม่ทั้งปีจะอยู่ราว 20,000 ยูนิต โดยตลาดยังมีแรงกดดันจากกำลังซื้อภายในประเทศ หนี้ครัวเรือน และอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ

พูดง่าย ๆ คือ

ปี 2026 ไม่ใช่ปีที่ซื้อคอนโดตรงไหนก็มีโอกาสเติบโตเหมือนกัน

แต่เป็นปีที่ “คุณภาพของทำเล” มีความสำคัญมากขึ้น

 

5 ปัจจัยที่กำหนดอนาคตราคาคอนโดติดรถไฟฟ้า

  1. ระยะทางจากสถานีไม่ใช่คำตอบทั้งหมด

คำว่า “ติดรถไฟฟ้า” ไม่ได้แปลว่าทุกโครงการจะมีศักยภาพเท่ากัน

คอนโดที่อยู่ใกล้สถานีอาจมีข้อได้เปรียบด้านการเดินทาง แต่ต้องดูด้วยว่า

  • เดินถึงสถานีจริงกี่เมตร
  • มีทางเดินที่สะดวกหรือไม่
  • สถานีเชื่อมต่อกับสายอื่นหรือไม่
  • ใกล้แหล่งงานหรือไม่
  • มีห้าง โรงพยาบาล โรงเรียน หรือสิ่งอำนวยความสะดวกหรือไม่
  • รอบโครงการมีซัพพลายคอนโดมากแค่ไหน

ดังนั้น “ติดรถไฟฟ้า” ควรเป็นจุดเริ่มต้นของการวิเคราะห์ ไม่ใช่จุดจบ

 

  1. ราคาต้องสอดคล้องกับกำลังซื้อ

หนึ่งในประเด็นสำคัญของตลาดปี 2026 คือเรื่อง Affordability

Colliers ระบุว่าในไตรมาส 1/2569 มากกว่า 80% ของซัพพลายเปิดใหม่มีราคาเสนอขายต่ำกว่า 100,000 บาทต่อตารางเมตร และความต้องการยังเอนเข้าหาสินค้าที่มีราคาสามารถเข้าถึงได้มากกว่า

นี่ทำให้คอนโดตามแนวรถไฟฟ้าที่มีราคา “สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับรายได้และทำเล” น่าสนใจในเชิงการวิเคราะห์มากกว่าการดูเพียงว่าโครงการอยู่บนสายรถไฟฟ้าอะไร

 

  1. เมืองกำลังขยายออกตามแนวรถไฟฟ้า

ข้อมูล REIC ล่าสุดระบุว่า การขยายตัวของโครงข่ายระบบรางกำลังกระจายความเจริญออกสู่พื้นที่รอบนอกของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขณะเดียวกันต้นทุนที่ดินและต้นทุนก่อสร้างที่สูงขึ้นกำลังเปลี่ยนวิธีคิดของผู้ประกอบการจากการแข่งขันด้านราคาไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มของโครงการ

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมทำเลรอบนอกที่มีรถไฟฟ้าอาจมีความน่าสนใจมากขึ้น

แต่ไม่ได้หมายความว่า ทุกสถานีปลายสายจะเติบโต

ต้องมี “เมือง” และ “กิจกรรมทางเศรษฐกิจ” รองรับด้วย

 

  1. แหล่งงานสำคัญกว่าคำว่า “ใกล้รถไฟฟ้า”

คอนโดที่มีดีมานด์ระยะยาวมักต้องตอบคำถามว่า

“ใครจะมาอยู่?”

หากทำเลมีทั้ง

  • อาคารสำนักงาน
  • ศูนย์ธุรกิจ
  • โรงพยาบาล
  • มหาวิทยาลัย
  • ศูนย์การค้า
  • แหล่งงาน
  • แหล่งท่องเที่ยว

ก็มีฐานผู้ใช้ที่อยู่อาศัยหลายกลุ่มมากกว่า

ในทางกลับกัน ทำเลที่มีเพียงสถานีรถไฟฟ้า แต่ไม่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจรองรับ อาจไม่ได้มีแรงส่งด้านราคาเท่าที่คาดหวัง

 

  1. ซัพพลายคือสิ่งที่นักลงทุนคอนโดมองข้ามไม่ได้

หากมีคอนโดใหม่จำนวนมากเปิดพร้อมกันในพื้นที่เดียวกัน ผู้ซื้อและผู้เช่าจะมีทางเลือกมากขึ้น

ผลที่ตามมาอาจเป็นการแข่งขันด้าน

  • ราคา
  • โปรโมชั่น
  • ค่าเช่า
  • เฟอร์นิเจอร์
  • ส่วนกลาง
  • เงื่อนไขการขาย

ดังนั้นก่อนซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้า ควรดูว่าในรัศมีประมาณ 1–2 กิโลเมตรมีโครงการใหม่และห้องเหลือขายจำนวนเท่าไร

 

เปิด 6 ทำเลคอนโดติดรถไฟฟ้าที่ควรจับตาในปี 2026

ต่อไปนี้ไม่ใช่การจัดอันดับว่า “ย่านไหนดีที่สุด” แต่เป็นการคัด ทำเลที่มีปัจจัยพื้นฐานหรือสัญญาณตลาดที่ควรนำไปวิเคราะห์ต่อ

 

  1. สุขุมวิท: ทำเลแข็งแรง แต่ต้องเลือก Segment

สุขุมวิทเป็นหนึ่งในทำเลที่ตลาดยังให้ความสนใจสูง โดย REIC ระบุล่าสุดว่าคอนโดในสุขุมวิทฟื้นตัวแรงขึ้น และได้รับแรงหนุนจากการกลับมาโอนของผู้ซื้อชาวจีนบางส่วน

จุดแข็งของสุขุมวิทคือ

  • เชื่อมต่อ BTS
  • มีแหล่งงานจำนวนมาก
  • มีศูนย์การค้าและ Lifestyle Destination
  • มีตลาดผู้เช่าหลากหลาย
  • มีความต้องการจากชาวต่างชาติ

แต่ข้อควรระวังคือ สุขุมวิทไม่ได้เป็นตลาดเดียวกันตลอดทั้งเส้น

สุขุมวิทชั้นในมีราคาที่สูงและการแข่งขันกับคอนโดระดับบน ขณะที่สุขุมวิทช่วงกลางและปลายอาจมีระดับราคาและกลุ่มผู้ซื้อแตกต่างกันมาก

ดังนั้นคำถามที่สำคัญกว่าคือ

“สุขุมวิทช่วงไหน และคอนโดระดับราคาเท่าไร?”

 

  1. พหลโยธิน–จตุจักร: จุดตัดระหว่างเมืองชั้นในกับโซนเติบโตใหม่

พหลโยธินและจตุจักรเป็นอีกโซนที่ควรติดตาม เนื่องจาก REIC มองพื้นที่ พหลโยธิน จตุจักร บางซื่อ มักกะสัน และพระราม 9 เป็นกลุ่มพื้นที่ที่มีบทบาทต่อการพัฒนาเมืองและการเกิดศูนย์กลางใหม่

ข้อได้เปรียบสำคัญของพื้นที่นี้คือ

  • เชื่อมต่อหลายเส้นทาง
  • ใกล้พื้นที่ธุรกิจและแหล่งงาน
  • มีการพัฒนาเมืองต่อเนื่อง
  • มีทั้งตลาดอยู่อาศัยและตลาดเช่า
  • มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการเชื่อมต่อระบบราง

จุดที่ต้องระวังคือการแข่งขันของซัพพลาย เพราะพื้นที่ที่ได้รับความสนใจจากผู้พัฒนาโครงการมักมีคอนโดใหม่เข้ามาเพิ่ม

 

  1. บางซื่อ: จากสถานีเปลี่ยนถ่ายสู่ศูนย์กลางการเดินทาง

บางซื่อเป็นทำเลที่ควรมองในมิติของ Connectivity ไม่ควรมองเพียงว่าคอนโดอยู่ใกล้ MRT หรือไม่ แต่ควรมองว่าระบบรางสามารถเชื่อมผู้พักอาศัยไปยังพื้นที่ใดได้บ้าง

ทำเลที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อหลายพื้นที่อาจมีฐานผู้ใช้งานที่กว้างกว่าโครงการที่พึ่งพาการเดินทางเพียงเส้นทางเดียว

อย่างไรก็ตาม ก่อนซื้อควรเปรียบเทียบราคาต่อตารางเมตรกับคอนโดคู่แข่งในพื้นที่เดียวกัน รวมถึงจำนวนห้องที่ยังเหลือขายและค่าเช่าจริง

 

  1. มักกะสัน–พระราม 9: ศูนย์กลางใหม่ที่ต้องดู “Real Demand”

มักกะสันและพระราม 9 เป็นอีกกลุ่มทำเลที่ถูกกล่าวถึงในภาพการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเมืองของกรุงเทพฯ

จุดแข็งของพื้นที่คือการเชื่อมต่อระบบขนส่งและการมีฐานธุรกิจและสำนักงาน

แต่สิ่งที่ต้องติดตามคือ

คอนโดในพื้นที่มีดีมานด์จากคนอยู่อาศัยจริงมากแค่ไหน?

เพราะการเป็น “New CBD” หรือศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ไม่ได้หมายความว่าคอนโดทุกโครงการจะมีผลตอบแทนเหมือนกัน

โครงการที่อยู่ใกล้แหล่งงานและระบบขนส่งจริง รวมถึงมีราคาแข่งขันได้ ย่อมมีปัจจัยพื้นฐานแตกต่างจากโครงการที่อาศัยเพียง Story ของทำเล

 

  1. คูคต–ลำลูกกา: จับตาแนวรถไฟฟ้าสู่เมืองรอบนอก

คูคต–ลำลูกกาเป็นตัวอย่างของการขยายตัวของที่อยู่อาศัยตามแนวระบบราง

REIC ระบุว่าราคาที่ดินเปล่าในแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงคูคต–ลำลูกกาเพิ่มขึ้น และการขยายรถไฟฟ้าช่วยให้พื้นที่เชื่อมต่อกับกรุงเทพฯ ชั้นในได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การที่ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น ไม่ได้หมายความว่าราคาคอนโดจะเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน

สิ่งที่ต้องวิเคราะห์เพิ่มเติมคือ

  • จำนวนประชากร
  • แหล่งงาน
  • จำนวนโครงการใหม่
  • ค่าเช่า
  • ราคาคอนโดมือสอง
  • ระยะทางถึงสถานี
  • เวลาเดินทางเข้าสู่พื้นที่ศูนย์กลาง

ทำเลลักษณะนี้จึงเหมาะกับการวิเคราะห์แบบ Long-term Growth Corridor มากกว่าการคาดหวังการขึ้นราคาในระยะสั้น

 

  1. แนวรถไฟฟ้ารอบนอก: โอกาสอยู่ที่ “ราคาเข้าถึงได้”

ข้อมูล Colliers ชี้ว่าผู้พัฒนาโครงการรายใหญ่เริ่มให้ความสนใจกับ suburban transit corridors มากขึ้น และในไตรมาส 1/2569 ซัพพลายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

นี่เป็นเทรนด์ที่น่าสนใจ

เพราะเมื่อราคาที่ดินในเมืองสูงขึ้น ผู้ประกอบการย่อมต้องหาทำเลที่สามารถสร้างห้องชุดในระดับราคาที่ผู้ซื้อเข้าถึงได้

แต่มีข้อแม้สำคัญ:

คอนโดรอบนอกไม่ได้มีศักยภาพเพียงเพราะมีรถไฟฟ้า ต้องมี Real Demand รองรับ

กล่าวคือ ต้องมีคนที่ต้องการอยู่จริงหรือเช่าจริงในพื้นที่นั้น

 

ตารางเปรียบเทียบปัจจัยของทำเลที่น่าจับตา

ทำเลจุดแข็งที่ควรติดตามประเด็นที่ต้องระวัง
สุขุมวิทตลาดเช่า แหล่งงาน ต่างชาติ ระบบขนส่งราคาสูงและการแข่งขันสูง
พหลโยธิน–จตุจักรConnectivity และการพัฒนาเมืองซัพพลายหลายโครงการ
บางซื่อจุดเชื่อมต่อระบบรางต้องเลือกโครงการและราคา
มักกะสัน–พระราม 9ศูนย์ธุรกิจและระบบขนส่งต้องพิสูจน์ Real Demand
คูคต–ลำลูกกาการขยายตัวตามแนวรถไฟฟ้าต้องดูประชากรและแหล่งงาน
แนวรถไฟฟ้ารอบนอกราคาจับต้องได้และการขยายเมืองความเสี่ยงซัพพลายล้นบางพื้นที่

หมายเหตุ: ตารางนี้เป็นกรอบวิเคราะห์ทำเล ไม่ใช่การจัดอันดับผลตอบแทนหรือการรับประกันราคาจะเพิ่มขึ้น

 

ทำไม “คอนโดติดรถไฟฟ้า” อาจไม่ได้ขึ้นราคาทุกแห่ง?

นี่เป็นคำถามสำคัญมากสำหรับปี 2026 

สมมติว่ามีคอนโด 3 โครงการอยู่ติดสถานีเดียวกัน

โครงการ A: ราคาแพงกว่าตลาดมาก
โครงการ B: ราคาใกล้เคียงตลาด
โครงการ C: ราคาจับต้องได้ แต่มีห้องจำนวนมาก

แม้ทั้งสามโครงการจะอยู่ใกล้ BTS/MRT เหมือนกัน แต่ศักยภาพทางตลาดอาจแตกต่างกัน

เพราะราคาคอนโดขึ้นอยู่กับ อุปสงค์และอุปทานของโครงการและทำเล ไม่ใช่ระยะห่างจากสถานีเพียงอย่างเดียว

5 ตัวเลขที่ควรเช็กก่อนซื้อคอนโดปี 2026

  1. ราคาขายต่อตารางเมตร

อย่าดูแค่ราคาห้องรวม

ให้เปรียบเทียบ

ราคาต่อตารางเมตร = ราคาขาย ÷ พื้นที่ห้อง

จากนั้นนำไปเทียบกับ

  • โครงการใหม่
  • โครงการมือสอง
  • โครงการในสถานีใกล้เคียง

 

  1. ค่าเช่าต่อตารางเมตร

หากซื้อเพื่อปล่อยเช่า ควรดูว่าค่าเช่าตลาดรองรับราคาซื้อหรือไม่

สูตรเบื้องต้น:

Gross Rental Yield = ค่าเช่ารายปี ÷ ราคาซื้อ × 100

ตัวอย่าง

ซื้อคอนโด 3 ล้านบาท
ปล่อยเช่า 15,000 บาท/เดือน

ค่าเช่ารายปี = 180,000 บาท

Gross Rental Yield:

180,000 ÷ 3,000,000 × 100 = 6%

นี่เป็นเพียง Gross Yield ยังไม่ได้หักค่าส่วนกลาง ภาษี ค่าซ่อม ช่วงห้องว่าง และค่าใช้จ่ายอื่น

 

  1. อัตราการขายของโครงการ

โครงการที่ขายได้เร็วกว่าไม่ได้แปลว่าจะให้ผลตอบแทนสูงกว่าเสมอ แต่ข้อมูลการขายสามารถช่วยสะท้อนระดับความต้องการของตลาดได้

ควรดูทั้ง

Take-up Rate + จำนวนยูนิตเหลือ + ระยะเวลาที่ใช้ในการขาย

 

  1. จำนวนคอนโดใหม่ในรัศมีรอบสถานี

ถ้าสถานีหนึ่งมีโครงการใหม่เปิดจำนวนมากพร้อมกัน นักลงทุนต้องเตรียมรับการแข่งขันที่สูงขึ้นโดยเฉพาะตลาดเช่า เพราะผู้เช่าสามารถเปรียบเทียบห้องหลายโครงการได้ง่าย

 

  1. ราคามือสอง

ราคามือสองเป็นตัวช่วยสำคัญในการตรวจสอบว่า “ราคาที่ผู้ขายกำลังเสนอ” มี Premium มากเพียงใด

ถ้าคอนโดใหม่ราคา 150,000 บาท/ตร.ม. แต่คอนโดอายุไม่มากในสถานีเดียวกันขายมือสองที่ 100,000 บาท/ตร.ม. นักลงทุนควรถามต่อว่า

Premium 50,000 บาท/ตร.ม. มาจากอะไร?

ถ้าคำตอบคือวิว ทำเล ส่วนกลาง หรือคุณภาพโครงการ ก็ต้องประเมินว่าความแตกต่างนั้นคุ้มค่าหรือไม่

 

ปี 2026 ควรเลือก “สถานี” หรือ “โครงการ”?

คำตอบคือ ต้องเลือกทั้งสองอย่าง การเลือกสถานีอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะภายในสถานีเดียวกันอาจมี

  • คอนโดเก่า
  • คอนโดใหม่
  • High Rise
  • Low Rise
  • โครงการ Luxury
  • โครงการ Mass Market
  • ห้องขนาดเล็ก
  • ห้องสำหรับครอบครัว

ดังนั้นกระบวนการที่เหมาะสมคือ

เลือกเมือง → เลือกทำเล → เลือกสถานี → เลือกโครงการ → เลือกห้อง → ตรวจสอบราคา

ไม่ใช่

เห็นโครงการติด BTS → ซื้อทันที

แล้วทำเลไหน “มีโอกาสเติบโต” มากที่สุด?

หากสรุปจากปัจจัยตลาดปี 2026 ควรจับตาทำเลที่มีองค์ประกอบเหล่านี้ร่วมกัน:

  1. มีระบบรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อหลายพื้นที่ ไม่ใช่เพียงมีสถานี แต่ต้องสร้างประโยชน์ด้านการเดินทางจริง
  2. มีแหล่งงานและกิจกรรมเศรษฐกิจ เพราะแหล่งงานสร้างฐานผู้พักอาศัยและผู้เช่า
  3. ราคายังไม่หลุดจากกำลังซื้อของตลาดเป้าหมาย ตลาดปี 2026 ยังมีข้อจำกัดด้านกำลังซื้อและสินเชื่อ จึงทำให้ Affordability เป็นตัวแปรสำคัญ
  4. ซัพพลายไม่ล้นเมื่อเทียบกับดีมานด์ การมีรถไฟฟ้าไม่ช่วยมากนักหากมีห้องเหลือขายจำนวนมากและมีโครงการใหม่เข้ามาแข่งขันต่อเนื่อง
  5. มีทั้ง Real Demand และ Rental Demand ทำเลที่มีทั้งคนซื้ออยู่เองและตลาดเช่าจะมีฐานดีมานด์หลากหลายกว่า

 

สรุปส่งท้าย ราคาคอนโดติดรถไฟฟ้าปี 2026 ต้องเลือก “ทำเลที่มีคนใช้จริง” ภาพตลาดปี 2026 ชี้ให้เห็นว่า ตลาดคอนโดกรุงเทพฯ กำลังฟื้นตัว แต่เป็นการฟื้นตัวแบบไม่เท่ากันทุกทำเลและทุกระดับราคา

REIC รายงานว่ายอดขายอาคารชุดในกรุงเทพฯ–ปริมณฑลไตรมาส 2/2569 เพิ่มขึ้น 19.5% ขณะที่ REIC ยังชี้ว่าการขยายตัวของระบบรางกำลังเปลี่ยนโครงสร้างเมืองและกระจายความเจริญออกสู่พื้นที่รอบนอก

ขณะเดียวกัน Colliers มองว่าดีมานด์ปี 2026 ยังถูกขับเคลื่อนโดยสินค้าที่มีทำเลดีและราคาสามารถแข่งขันได้ โดยเฉพาะตลาดที่ตอบโจทย์กำลังซื้อจริง

ดังนั้น หากถามว่า

“คอนโดติดรถไฟฟ้าย่านไหนยังมีโอกาสเติบโตในปี 2026?”

ทำเลที่ควรนำไปวิเคราะห์ต่อ ได้แก่ สุขุมวิท, พหลโยธิน–จตุจักร, บางซื่อ, มักกะสัน–พระราม 9, คูคต–ลำลูกกา และแนวรถไฟฟ้ารอบนอกที่มีฐาน Real Demand

แต่สิ่งสำคัญกว่าการเลือกชื่อย่านคือการหา “จุดที่ราคาเหมาะสม + ดีมานด์จริง + ระบบขนส่ง + แหล่งงาน + ซัพพลายไม่ล้น”

เพราะในตลาดปี 2026 คำว่า “ติดรถไฟฟ้า” อาจไม่ใช่จุดขายที่เพียงพออีกต่อไป

สิ่งที่ตลาดกำลังให้ความสำคัญมากขึ้นคือ

“ติดรถไฟฟ้า และมีคนต้องการอยู่จริงในราคาที่จ่ายไหว”

Q: ราคาคอนโดปี 2026 มีแนวโน้มขึ้นหรือลง?

A: ตลาดคอนโดปี 2026 มีสัญญาณฟื้นตัวในด้านยอดขาย แต่ไม่ได้หมายความว่าราคาจะเพิ่มขึ้นทุกทำเล โดยปัจจัยสำคัญคือระดับราคา ทำเล คุณภาพโครงการ และสมดุลระหว่างอุปสงค์กับอุปทาน

Q: คอนโดติด BTS ยังน่าซื้อในปี 2026 หรือไม่?

A: การอยู่ใกล้ BTS เป็นข้อได้เปรียบด้านการเดินทาง แต่ไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์เดียว ควรดูราคาต่อตารางเมตร ค่าเช่า ซัพพลายรอบสถานี และแหล่งงานร่วมด้วย

Q: คอนโดติด MRT ย่านไหนน่าจับตา?

A: กลุ่มทำเลที่ควรนำไปวิเคราะห์ ได้แก่ บางซื่อ จตุจักร มักกะสัน และพระราม 9 ซึ่ง REIC ระบุว่าเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเมืองและการเกิดศูนย์กลางใหม่

Q: สุขุมวิทในปี 2026 ยังมีโอกาสเติบโตหรือไม่?

A: สุขุมวิทมีปัจจัยสนับสนุนจากแหล่งงาน ระบบขนส่ง ตลาดเช่า และดีมานด์จากผู้ซื้อบางกลุ่ม โดย REIC รายงานล่าสุดว่าตลาดคอนโดสุขุมวิทฟื้นตัว แต่การวิเคราะห์ควรแยกเป็นรายช่วงของสุขุมวิทและระดับราคาของโครงการ

Q: คอนโดแนวรถไฟฟ้ารอบนอกน่าสนใจหรือไม่?

A: แนวรถไฟฟ้ารอบนอกเป็นพื้นที่ที่ผู้พัฒนาโครงการให้ความสนใจมากขึ้น เนื่องจากสามารถพัฒนาโครงการในระดับราคาที่เข้าถึงได้มากกว่า แต่ต้องตรวจสอบ Real Demand และจำนวนซัพพลายของแต่ละพื้นที่เป็นรายกรณี

Q: ซื้อคอนโดปี 2026 ควรดูอะไรเป็นอันดับแรก?

A: ควรเริ่มจาก ราคาต่อตารางเมตร + ค่าเช่าตลาด + ซัพพลายรอบสถานี + แหล่งงาน + ความสะดวกในการเดินทาง + ราคามือสอง แล้วจึงตัดสินใจเลือกโครงการ

 

Key Takeaways

ตลาดคอนโดปี 2026 = ฟื้นตัว แต่ไม่ใช่ฟื้นทุกทำเล

ทำเลรถไฟฟ้าที่ควรจับตา = สุขุมวิท / พหลโยธิน–จตุจักร / บางซื่อ / มักกะสัน–พระราม 9 / คูคต–ลำลูกกา / แนวรถไฟฟ้ารอบนอกที่มี Real Demand

ปัจจัยสำคัญกว่าคำว่า “ติดรถไฟฟ้า” = ราคาเหมาะสม + แหล่งงาน + การเชื่อมต่อ + ดีมานด์จริง + ซัพพลายไม่ล้น

และสำหรับผู้ที่กำลังมองหาคอนโดเพื่อการลงทุน อย่าพยายามทายว่าราคาจะขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ แต่ควรสร้างกรณีศึกษาอย่างน้อย 3 แบบ ได้แก่ กรณีราคาทรงตัว / กรณีเติบโตปานกลาง / กรณีตลาดอ่อนตัว แล้วดูว่าการลงทุนยังรับความเสี่ยงได้หรือไม่


𝐀𝐦𝐛𝐞𝐫 𝐈𝐧𝐭𝐞𝐫𝐧𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐑𝐞𝐚𝐥𝐭𝐲
คู่คิด ข้างคุณ เรื่องคอนโด
บริษัทเอเจนต์คอนโดให้บริการโดยทีมงาน
ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
การันตีด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี
เราให้บริการแบบ One Stop Service
เกี่ยวกับคอนโดมิเนียม แก่ลูกค้าทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน
สิงคโปร์ เป็นต้น ได้รับการยอมรับ
และทำงานร่วมกันกับ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
เจ้าใหญ่ของไทย เช่น MQDC, Sansiri, AP Thai, Origin ฯลฯ
✨ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
✨ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property
✨ได้รับรางวัล Best Smart Agency 2025 จาก Livinginsider
✨ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service
📍บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด
📍บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด
📍บริการบริหารและจัดการคอนโด

📍LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs

📍Tel : 089-986-0202
📍Youtube : @amberrealty

📍Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

📍เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/p

บทความน่าสนใจ

เปรียบเทียบห้อง Loft และ Duplex คอนโดต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับคุณ

Loft กับ Duplex ต่างกันอย่างไร แบบไหนที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคุณ

Loft และ Duplex ต่างกันที่โครงสร้างทางกฎหมายและพื้นที่ใช้สอยจริง กล่าวคือ Loft มีชั้นลอยที่ไม่นับเป็นพื้นที่ตามโฉนด ค่าส่วนกลางถูกกว่า แต่ทางออกทางเดียว ส่วน Duplex มีทั้งสองชั้นอยู่ในโฉนด มีประตูเข้าออกสองทาง ห้องน้ำบนชั้นสอง เหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่จริงและความปลอดภัยมากกว่า บทความนี้ Amber เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียทั้งสองแบบ พร้อมแนะนำว่าแบบไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ . ห้องสไตล์ Loft – ชั้นล่างและชั้นบนจะอยู่บนโครงสร้างเดียวกัน เป็นห้องที่มีฝ้าเพดานสูงและในทางกฎหมาย ไม่มีการกำหนดความสูงขั้นต่ำของชั้นลอย – พื้นที่ใช้สอยถูกนับเพียงชั้นล่าง เนื่องจากในทางกฎหมายระบุไว้ว่าพื้นที่ใช้สอยส่วนชั้นลอย เป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ จะไม่ถูกนับรวมอยู่ในโฉนด – ชั้นลอยถูกนับเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ไม่มีประตูกั้นห้อง – มีประตูเข้าออกทางเดียวคือ ทางชั้นล่าง – ชั้นลอยจะไม่มีห้องน้ำ ข้อดีของห้องสไตล์ Loft – การเสียค่าส่วนกลางจะเสียแค่พื้นที่ใช้สอยที่ออกตามโฉนด ดังนั้นถ้าห้องขนาด 35 ตร.ม. และมีพื้นที่ใช้สอยชั้นลอย 22 ตร.ม. จะเสียค่าส่วนกลางแค่ 35 ตร.ม. – การที่มีฝ้าเพดานสูง ทำให้ห้องดูโปร่งและโล่งกว่าเดิม ข้อเสียของห้องสไตล์ Loft – มีความปลอดภัยค่อนข้างน้อย เนื่องจากมีทางเข้า – ออก ทางเดียว หากเกิดเหตุฉุกเฉินอาจจะหนีลำบาก – ปัญหาเรื่องความสูงของชั้นลอย เนื่องจากทางกฎหมายไม่ได้กำหนดขั้นต่ำไว้ จึงทำให้บางโครงการมีความสูงของเพดานเตี้ยกว่า 2.40 เมตร ทำให้ห้องดูอึดอัด . ห้องสไตล์ Duplex – ชั้นล่างและชั้นบนอยู่บนโครงสร้างคนละชั้น ในทางกฏหมายกำหนดให้ชั้นบนมีความสูงไม่น้อยกว่า 2.4 เมตร – พื้นที่ใช้สอยชั้นบนถูกนับเป็นสิ่งก่อสร้าง ดังนั้นพื้นที่ใช้สอยทั้งชั้นบนและล่างจะถูกนับรวมกันอยู่ในโฉนด – ชั้นบนสามารถแบ่งเป็นห้องต่างๆ มีประตูเปิด – ปิดได้ – ตามกฎหมายกำหนดให้มีประตูเข้า – ออก ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง – ชั้นบนมักจะมีห้องน้ำด้วย โดยจะอยู่ตำแหน่งเดียวกับชั้นล่าง ข้อดีของห้องสไตล์ Duplex – เพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน – ความสูงของเพดาน ที่มีความสูงมาก จะช่วยทำให้ห้องดูกว้างและโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น – หากเลือกแบบห้องที่มีการปิดกั้น ก็จะได้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้นไปอีก ข้อเสียของห้องสไตล์ Duplex – ค่าไฟ ยิ่งห้องที่สูงและกว้างมากขึ้นเท่าไหร่ ภาระค่าไฟยิ่งมากขึ้นเท่านั้น – เสียค่าส่วนกลางที่มากขึ้นตามขนาดของห้องอีกด้วย . แล้วห้องแบบไหนที่จะตอบโจทย์กับการใช้ชีวิตของเรากันล่ะ? ห้องสไตล์ Loft เหมาะกับผู้อยู่อาศัยที่ต้องการห้องที่โล่ง โปร่งสบาย เพราะมีเพดานสูง ให้ความรู้สึกทันสมัย มีพื้นที่ใช้สอยในส่วนของชั้นลอยที่เพิ่มขึ้น และยังมีราคาที่ไม่สูงจนเกินไป ห้องสไตล์ Duplex เหมาะกับผู้อาศัยที่ต้องการให้ห้องมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง มีความลักซ์ชัวรี่ และบรรยากาศการอาศัยอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ให้ความสะดวกสบายและมีพื้นที่ส่วนตัวให้ใช้งานอย่างเต็มที่ อ่านมาถึงตรงนี้ทุกคนคงเข้าใจความแตกต่าง ของห้องสไตล์ Loft และ Duplex กันมากขึ้นแล้ว และคงมีคำตอบกันแล้วใช่ไหมคะว่าห้องแบบไหน ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ แต่ในการตัดสินใจเลือกซื้อ ก็อย่าลืมคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ กันด้วยนะคะ Q: Loft กับ Duplex ต่างกันอย่างไร? A: Loft มีชั้นลอยที่ไม่นับพื้นที่โฉนด ค่าส่วนกลางถูกกว่า แต่ทางออกทางเดียว ส่วน Duplex สองชั้นในโฉนด มีประตูสองทางและห้องน้ำบนชั้นสอง   Q: ห้อง Loft กับ Duplex แบบไหนราคาแพงกว่า? A: Duplex มักแพงกว่าเพราะพื้นที่ใช้สอยนับรวมทั้งสองชั้น ทำให้ค่าส่วนกลางและราคาขายต่อสูงกว่า   Q: ห้อง Loft เหมาะกับใคร? A: เหมาะกับคนต้องการห้องโปร่งเพดานสูง งบไม่สูงมาก ไม่ต้องการพื้นที่ชั้นสองจริงจัง เช่น คนเดียวหรือคู่รัก   —————————————————————————– ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย ให้บริการแบบครบจร One Stop Service บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด บริการบริหารและจัดการคอนโด LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs Tel : 089-986-0202 Youtube : @amberrealty Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty #ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ #ลงทุนอสังหา #propertyinvestment #เอเจ้นท์ #Agent #propertyagent

18 กรกฎาคม 2023
โฉนดที่ดินหาย ! ทำยังไงดี

โฉนดที่ดินหาย! ทำยังไงดี

#โฉนดที่ดิน อาจจะเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับหลายๆ คน เพราะเมื่อได้มาเราก็จะเก็บมันไว้เพราะเป็นเอกสารสำคัญของบ้าน และไม่ใช่เอกสารที่จะพกพาติดตัว เนื่องจากมีขนาดที่ใหญ่ แต่หากวันไหนที่ต้องใช้และพบว่า โฉนดที่ดินหาย หรือเกิดชำรุดขึ้นมาล่ะ จะทำยังไง? ก่อนอื่นไม่ต้องตกใจไปนะคะ เราสามารถยื่นขอโฉนดที่ดินใหม่ได้ ส่วนขั้นตอนจะเป็นอย่างไร วันนี้เราจะมาบอกทุกคนเองค่ะ 1. แจ้งความต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น อันดับแรกเลยก็คือต้องไป แจ้งความต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อยืนยันว่าเจ้าของที่ดินนั้นไม่ได้นำโฉนดที่ดิน ไปจำหน่าย #จำนอง หรือแลกเปลี่ยนเป็นของผู้อื่น 2. ติดต่อกับสำนักงานที่ดิน เมื่อได้ใบบันทึกประจำวันมาเรียบร้อยแล้ว ให้นำเอกสารมาติดต่อที่สำนักงานที่ดิน เพื่อขอโฉนดที่ดินใหม่ โดยเอกสารที่ต้องเตรียมไปด้วยมีดังนี้ – บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ที่ยื่นขอโฉนดที่ดินใหม่ – ทะเบียนบ้านตัวจริงของผู้ที่ยื่นขอโฉนดที่ดินใหม่ – ใบแจ้งความ / บันทึกประจำวัน – พยานบุคคล 2 คน พร้อมบัตรประชาชนตัวจริง ซึ่งหากเกิดปัญหาในภายหลัง พยานทั้ง 2 คนนี้ จะต้องเป็นพยานในชั้นศาลด้วย เมื่อเตรียมเอกสารทุกอย่างครบแล้ว จะต้องกรอกเอกสารรับรองและลงลายมือชื่อต่อหน้าเจ้าพนักงาน เพื่อรองรับว่าเจ้าของที่ดินได้ดำเนินการขอออกโฉนดที่ดินใหม่จริงๆ . โดยในขั้นตอนการออกโฉนดที่ดินใหม่ทั้งหมดนี้ จะมีค่าธรรมเนียมประมาณ 75 บาท ทั้งนี้โฉนดที่ดินใหม่ หรือ ใบแทน จะมีประทับตราบนเอกสารว่า “ใบแทน” เพื่อแจ้งให้ทราบว่าเอกสารฉบับนี้ สามารถใช้แทนโฉนดที่ดินฉบับจริงได้ 100% เมื่อเกิดการทำนิติกรรมหรือมีการแลกเปลี่ยนซื้อขายที่ดิน ใบแทนนี้จะมีผลทางกฎหมายไม่ต่างกับโฉนดตัวจริง . เป็นอย่างไรบ้างคะ โฉนดที่ดินหาย ขอใหม่ไม่ยากและไม่วุ่นวายอย่างที่คิดใช่ไหม แต่อย่างไรก็ตามเอกสารสำคัญแบบนี้ ควรเก็บไว้ให้ดีและไม่ทำหายจะดีที่สุดนะคะ เพราะเมื่อจะทำการขายต่อหรือนำไปทำธุรกรรมอื่นๆ เนี่ย ทั้งนักลงทุน นายหน้าอสังหา หรือบุคคลที่เราทำธุรกรรมด้วย ก็จะต้องขอดูโฉนดกันอย่างแน่นอนค่ะ —————————————————————————————– ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย ให้บริการแบบครบจร One Stop Service บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด บริการบริหารและจัดการคอนโด LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs Tel : 089-986-0202 Youtube : @amberrealty Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty #ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ #ลงทุนอสังหา #propertyinvestment #เอเจ้นท์ #Agent #propertyagent

25 สิงหาคม 2023
7 ข้อผิดพลาดสำหรับผู้ ปล่อยเช่าคอนโด มือใหม่

7 ข้อผิดพลาดสำหรับผู้ ปล่อยเช่าคอนโด มือใหม่

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่อยากลงทุนกับคอนโดฯ คงคิดว่าการ ปล่อยเช่าคอนโด เป็นเรื่องง่าย และได้เงินตลอดทุกเดือน เพียงแค่แต่งห้องให้สวยและถูกใจกลุ่มหมาย แต่ในความเป็นจริงแล้วการปล่อยเช่าคอนโดฯ ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ยิ่งไปกว่านั้นผู้ปล่อยเช่ามือใหม่ อาจจะพลั้งพลาดและประมาทไปกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนทำให้ความความเสียหายตามมา วันนี้เราจะมาบอกถึงสิ่งที่ควรระวังและตรวจเช็คให้ดี ก่อนการ ปล่อยเช่าคอนโด ของคุณกันค่ะ มาเริ่มกันเลย . #ศึกษากฎระเบียบของโครงการคอนโดฯ ก่อนปล่อยเช่าคอนโด ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นผู้จ่ายเงิน และซื้อห้องนั้นมาครอบครองแล้วแต่อย่าลืมว่า คอนโดฯ แต่ละที่นั้นมีกฎระเบียบไว้ให้ลูกบ้านได้ปฎิบัตตาม อย่าลืมศึกษาให้ดีว่าทางคอนโดฯ มีกฎข้อห้ามใดบ้าง และแจ้งผู้เช่าให้ชัดเจน ไม่งั้นอาจจะถูกเรียกปรับได้โดยไม่รู้ตัวเลยนะ . #ละเลยการคัดกรองผู้เช่า ผู้ให้เช่าจำนวนไม่น้อยเลยที่กังวลเกี่ยวกับการหาผู้เช่า และอยากปล่อยห้องเช่าให้ได้เร็วที่สุด จนลืมให้ความสำคัญกับการตรวจสอบผู้เช่า ก่อนที่จะย้ายเข้ามาพักอาศัย ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงมากๆ ผู้เช่าที่คุณควรหลีกเลี่ยงเลย หากไม่อยากให้ห้องเสียหายหรือมีปัญหาตามมาก็คือ – มีอาชีพและสถานะทางการเงินที่ไม่มั่นคง เพราะในอนาคตอาจจะไม่สามารถจ่ายค่าเช่าคอนโดฯ ให้คุณได้ – ผู้ที่เข้ามาคุย มักจะเรียกร้องเอานี่เพิ่มนั่นเพิ่มมากจนเกินพอดี หรือขอต่อราคาลง เพราะเป็นไปได้ว่าในอนาคตอาจจะมีปัญหาตามมา – ผู้เช่าที่สูบบุหรี่ เพราะจะทำให้กลิ่นติดห้อง ผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ของคุณ หรือในกรณีที่ไปสูบตรงระเบียง ก็อาจจะโดนเพื่อนบ้านร้องเรียนได้ ซึ่งผลกระทบจะตกมาอยู่ที่คุณได้ – ผู้เช่าที่มีเด็กเล็ก หรืออายุต่ำกว่า 10 ปี เพราะอาจจะทำให้ห้องของคุณสกปรกได้ เช่นการขีดเขียนผนัง ซึ่งการพิจารณาผู้เช่านั้นควรดูเป็นกรณีไป หากได้ผู้เช่าดีก็ถือว่าวินๆ กันไป แต่ถ้าหากได้ผู้เช่าไม่ดี เงินที่ได้มาอาจจะไม่คุ้มกับค่าเสียหายที่คุณได้รับเลย . #ไม่ได้ทำสัญญาเช่า ถือเป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรงเลยสำหรับข้อนี้ เพราะการให้เช่าก็นับเป็นธุรกิจ ควรมีการทำสัญญา ที่ระบุเงื่อนไขไว้ชัดเจนและรัดกุมมากที่สุด เพื่อให้ระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่ามีความเข้าใจที่ตรงกัน นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณและผู้เช่าได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายด้วย และคุณต้องมั่นใจด้วยว่าผู้เช่ารับทราบ และเข้าใจในข้อตกลงร่วมกันก่อนจะเซ็นชื่อลงในใบสัญญา . #ไม่ได้ตรวจสอบหลักฐานการโอนค่าเช่า ข้อนี้เป็นสิ่งที่ผู้ให้เช่าหลายคนมักละเลย และดูแค่ตัวหลักฐานผ่านๆ โดยไม่ตรวจสอบ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเมื่อผู้เช่าส่งหลักฐานการโอนมา ผู้ให้เช่าควรเช็คให้ละเอียดว่ามีการโอนเงินจริงๆ โดยเช็คจาก วันที่ เวลาและยอดเงินในหลักฐาน ว่าตรงกับรายการบัญชีหรือไม่ ป้องกันผู้เช่าหัวหมอ ที่อาจจะปลอมหลักฐานและส่งมาให้คุณกันนะคะ . #ไม่ได้ตรวจสอบห้องพร้อมผู้เช่าในวันย้ายเข้าและบันทึกเป็นหลักฐาน ข้อนี้ไม่ใช่เรื่องที่ผู้ให้เช่าควรปล่อยผ่าน แต่ควรรวบรวมเป็นตารางรายการเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในห้องทั้งหมด พร้อมเก็บบันทึกภาพถ่าย สภาพปัจจุบันของเฟอร์นิเจอร์เหล่านั้น โดยรวบรวมเป็นหมวดย่อยหรือแบ่งตามห้องต่าง ๆ เป็นไงกันบ้างคะการปล่อยเช่าคอนโดฯ ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดกันเลยใช่ไหม หากคุณอยากปล่อยเช่า แต่ยังเป็นมือใหม่และกังวลกับปัญหาที่จะตามมา ทาง Amber สามารถช่วยคุณได้นะคะ เรามีบริการตั้งแต่หาผู้เช่าจนถึงการบริหารจัดการห้อง หลังมีผู้เช่าแล้วโดยทีมงานที่มีประสบการณ์ หมดกังวลกับปัญหาข้างต้นได้เลยค่ะ —————————————————————– หากสนใจสามารถติดต่อมาได้ตามข้อมูลด้านล่างเลยนะคะ LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs Tel : 089-986-0202 Youtube : @amberrealty Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty #ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ #condoforrent #condo #condobkk #คอนโดพระราม9 #พระราม9 #ลงทุนอสังหา #propertyinvestment #เอเจ้นท์ #Agent #propertyagent

25 สิงหาคม 2023