CBD, New CBD และ EBD ต่างกันอย่างไร? ทำเลไหนน่าลงทุนที่สุด

01

ก.ย. 26

216

CBD, New CBD และ EBD ต่างกันอย่างไร? ทำเลไหนน่าลงทุนที่สุด

ถ้าพูดถึงการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ คำว่า CBD New CBD EBD มักถูกใช้เพื่ออธิบาย “ระดับการพัฒนาของทำเล” และบทบาทของพื้นที่ต่อระบบเศรษฐกิจเมือง

สรุปง่ายๆ คือ

  • CBD (Central Business District) = ศูนย์กลางธุรกิจดั้งเดิมของเมือง
  • New CBD = ศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาเป็น Hub ทางเศรษฐกิจแห่งใหม่
  • EBD (Extension Business District) = ย่านธุรกิจส่วนต่อขยายที่รับการขยายตัวของเมืองออกจากศูนย์กลางเดิม

ในกรุงเทพฯ CBD ดั้งเดิมมักหมายถึง สีลม–สาทร–วิทยุ–เพลินจิต–ชิดลม ขณะที่ พระราม 9 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ New CBD และพื้นที่อย่าง บางนา–สำโรง–เทพารักษ์ หรือรามคำแหง–มีนบุรี มักถูกพูดถึงในฐานะทำเล EBD หรือ New EBD ตามแนวคิดการขยายตัวของเมืองและระบบขนส่ง

แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ

ถ้าจะซื้อบ้าน คอนโด หรือที่ดินเพื่อการลงทุนในปี 2569 ควรเลือก CBD, New CBD หรือ EBD?

คำตอบคือ ไม่มีทำเลใดดีที่สุดสำหรับทุกคน เพราะแต่ละโซนเหมาะกับกลยุทธ์การลงทุนคนละแบบ

 

CBD คืออะไร?

CBD ย่อมาจาก Central Business District หรือ “ย่านศูนย์กลางธุรกิจ”

เป็นพื้นที่ที่มีการกระจุกตัวของ

  • สำนักงานบริษัทขนาดใหญ่
  • ธนาคารและสถาบันการเงิน
  • โรงแรม
  • ห้างสรรพสินค้า
  • ร้านอาหารและบริการ
  • ที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงบน
  • ระบบขนส่งมวลชน
  • ทางด่วนและถนนสายหลัก

ในกรุงเทพฯ พื้นที่ สีลม–สาทร ถือเป็นตัวอย่างของ CBD ดั้งเดิม ขณะที่แนว เพลินจิต–ชิดลม–วิทยุ ก็มีลักษณะของย่านธุรกิจและพาณิชยกรรมระดับ Prime Location เช่นกัน

 

จุดแข็งของ CBD

  1. Demand มีอยู่แล้ว ไม่ต้องรอให้เมืองพัฒนา เพราะมีทั้งคนทำงาน ผู้เช่า นักท่องเที่ยว และธุรกิจอยู่แล้ว
  2. ทำเลมีสภาพคล่องสูง อสังหาริมทรัพย์ในทำเล Prime มักมีฐานผู้ซื้อและผู้เช่าหลากหลาย
  3. โครงสร้างพื้นฐานครบ BTS, MRT, ทางด่วน ถนนสายหลัก ห้าง โรงพยาบาล โรงแรม และสำนักงานอยู่ในระยะที่เข้าถึงได้ง่าย
  4. ความเสี่ยงจากการ “รอเมืองเกิด” ต่ำกว่า เพราะเมืองเกิดขึ้นแล้ว

 

ข้อจำกัดของ CBD

ข้อเสียสำคัญคือ ราคาเข้าซื้อสูง ที่ดินในพื้นที่ใจกลางเมืองมีข้อจำกัดด้านปริมาณและต้นทุน ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยและค่าเช่าสูงตามไปด้วย

นอกจากนี้ การพัฒนาใน CBD มักเป็นลักษณะ Urban Regeneration มากกว่าการสร้างเมืองใหม่ทั้งหมด พูดง่ายๆ คือ

CBD ไม่ใช่ทำเลที่ต้องรอให้ “เกิด” แต่เป็นทำเลที่ต้องรอดูว่า “จะโตต่ออย่างไร”

ดังนั้น สำหรับนักลงทุนที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ใน CBD ผลตอบแทนอาจมาจาก ความมั่นคง สภาพคล่อง และการรักษามูลค่า มากกว่าการหวังราคากระโดดจากการเปลี่ยนแปลงของทำเล

 

New CBD คืออะไร?

New CBD คือศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่

ต่างจาก CBD ดั้งเดิมตรงที่ไม่ได้เกิดจากการเป็นศูนย์กลางเมืองมาตั้งแต่แรก แต่เกิดจากการลงทุนด้าน

  • ระบบขนส่ง
  • อาคารสำนักงาน
  • ศูนย์การค้า
  • Mixed-use
  • ที่อยู่อาศัย
  • โรงแรม
  • สำนักงานขนาดใหญ่
  • โครงสร้างพื้นฐานของรัฐและเอกชน

จนพื้นที่นั้นสามารถทำหน้าที่เป็น ศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ ได้

หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ พระราม 9

ปัจจุบันพระราม 9 มีทั้งอาคารสำนักงาน Grade A ศูนย์การค้า โครงการ Mixed-use และการเชื่อมต่อ MRT ทำให้พื้นที่ที่เคยถูกมองว่าเป็นทำเลรอการพัฒนา กลายเป็นย่านธุรกิจที่มี ecosystem ของตัวเองมากขึ้น

 

พระราม 9 เป็น New CBD หรือไม่?

โดยภาพรวมสามารถเรียกได้ว่าเป็น New CBD ของกรุงเทพฯ

แต่ควรเข้าใจว่า “New CBD” ไม่ใช่คำจำแนกประเภทที่มีเส้นเขตตายตัวเหมือนเขตการปกครอง แต่เป็นคำที่ใช้ในวงการอสังหาริมทรัพย์และการวิเคราะห์เมืองเพื่ออธิบายพื้นที่ธุรกิจเกิดใหม่

พระราม 9 มีองค์ประกอบสำคัญหลายอย่างที่ทำให้สถานะดังกล่าวแข็งแรงขึ้น เช่น

  • MRT พระราม 9
  • อาคารสำนักงาน
  • ศูนย์การค้า
  • โครงการ Mixed-use
  • คอนโดมิเนียมจำนวนมาก
  • กลุ่มคนทำงาน
  • การลงทุนโครงการใหม่

นอกจากนี้ ในปี 2569 Central Pattana ยังระบุถึง Central GR9 ว่าเป็นโครงการที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้พระราม 9 ในฐานะ Future CBD อีกด้วย

 

New CBD มีข้อดีอะไร?

  1. ราคายังมีโอกาสเข้าถึงได้มากกว่า CBD บางจุด New CBD มักมีพื้นที่พัฒนาใหม่และมี Supply ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ซื้อมีตัวเลือกมากกว่า
  2. มีโอกาสได้รับ Capital Gain จากการเติบโตของพื้นที่ หากธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐานขยายตัวต่อเนื่อง ราคาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ก็มีโอกาสได้รับอานิสงส์
  3. มี Mixed-use มากขึ้น ทำเล New CBD มักไม่ได้มีแค่ออฟฟิศ แต่รวม Office + Retail + Hotel + Residence + Lifestyle ทำให้เกิดคนในพื้นที่ตลอดทั้งวัน
  4. เหมาะกับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว เพราะยังมี “Story of Growth” ให้ติดตาม

 

แล้ว EBD คืออะไร?

EBD ย่อมาจาก Extension Business District

หมายถึง “ย่านธุรกิจส่วนต่อขยาย”

แนวคิดนี้ต่างจาก New CBD ตรงที่ EBD มักเป็นพื้นที่ที่ได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของศูนย์กลางเมืองออกไป

ตัวขับเคลื่อนสำคัญมักเป็น

  • รถไฟฟ้า
  • Interchange
  • ทางด่วน
  • ถนนสายหลัก
  • แหล่งงานใหม่
  • ศูนย์การค้า
  • มหาวิทยาลัย
  • โรงพยาบาล
  • นิคมอุตสาหกรรมหรือศูนย์โลจิสติกส์
  • Mega Project

แนวคิด EBD จึงมักสัมพันธ์กับพื้นที่รอบนอกที่กำลังเชื่อมต่อกับศูนย์กลางเมืองมากขึ้น

 

CBD vs New CBD vs EBD ต่างกันอย่างไร?

 

ปัจจัยCBDNew CBDEBD
สถานะศูนย์กลางเดิมศูนย์กลางใหม่ส่วนต่อขยาย
ความเจริญปัจจุบันสูงมากสูง/กำลังเติบโตกำลังเติบโต
ราคาที่ดินสูงมากสูงต่ำกว่าโดยเปรียบเทียบ
โครงสร้างพื้นฐานครบค่อนข้างครบกำลังพัฒนา
จำนวน Supply ใหม่จำกัดในบางพื้นที่สูงมีโอกาสสูง
ความเสี่ยงต่ำกว่าปานกลางสูงกว่า
Capital Gainเน้นรักษามูลค่า/เติบโตต่อเนื่องมีโอกาสสูงมี Upside สูงแต่ต้องเลือกจุด
Rental Demandสูงสูง/เพิ่มขึ้นขึ้นกับพื้นที่
เหมาะกับนักลงทุนเน้นความมั่นคงGrowth Investorนักลงทุนระยะยาว

 

ทำเลไหนมีอนาคตที่สุด?

ถ้าต้องเลือกเพียงคำตอบเดียว ในมุมของ “ศักยภาพการเติบโต” New CBD และ EBD บางจุดน่าสนใจกว่า CBD ดั้งเดิม

แต่ถ้าถามว่า “ทำเลไหนดีที่สุดสำหรับลงทุน?” ต้องแบ่งเป็น 3 กลยุทธ์

เน้นความมั่นคง → CBD

เน้นสมดุลระหว่างราคาและ Growth → New CBD

เน้น Upside ระยะยาว → EBD ที่มี Infrastructure รองรับจริง

 

นี่เป็นประเด็นสำคัญมาก เพราะ EBD ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่จะกลายเป็นทำเลทอง

นักลงทุนต้องแยกระหว่าง

“ทำเลที่มีอนาคต”

กับ

“ทำเลที่มีแต่เรื่องเล่าเกี่ยวกับอนาคต”

 

5 ปัจจัยที่บอกว่า EBD มีโอกาสเติบโตจริง

 

  1. มีรถไฟฟ้าหรือ Interchange จริง ไม่ใช่เพียงข่าวว่าจะมีรถไฟฟ้าในอนาคต แต่ต้องพิจารณาความคืบหน้า ระยะเวลาการเปิดให้บริการ และตำแหน่งสถานีจริง

 

  1. มีแหล่งงาน รถไฟฟ้าอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากต้องการให้เกิด Demand ระยะยาว ต้องมีคนเข้ามาทำงานและใช้ชีวิตในพื้นที่

 

  1. มี Mega Project ที่สร้างจริง ควรแยกให้ชัดระหว่าง ประกาศโครงการ → ได้รับอนุมัติ → เริ่มก่อสร้าง → เปิดดำเนินการ เพราะผลต่อราคาที่ดินแตกต่างกันมาก

 

  1. มี Developer หลายรายเข้ามาลงทุน หากมีผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายเข้ามาพัฒนา จะสะท้อนว่าตลาดมีความเชื่อมั่นระดับหนึ่ง

 

  1. มี Demand จริงจากผู้อยู่อาศัย สุดท้ายอสังหาริมทรัพย์ต้องมีคนซื้อและเช่า ทำเลที่มีแต่โครงการ แต่ไม่มีคนอยู่ อาจไม่ได้ให้ผลตอบแทนตามที่คาด

 

บางนาเป็น EBD ที่น่าจับตามองหรือไม่?

บางนาเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ควรจับตาในมุมของการขยายตัวทางเศรษฐกิจฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ

เหตุผลสำคัญคือพื้นที่มีบทบาทเป็นจุดเชื่อมระหว่างกรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ และพื้นที่ EEC ขณะที่แนวคิดการพัฒนาเมืองและการลงทุนโครงการขนาดใหญ่กำลังผลักดันให้บางนา–ตราดมีบทบาทมากขึ้น

The Nation รายงานในเดือนมิถุนายน 2569 ว่าแนวบางนา–ตราดกำลังถูกผลักดันให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจและไลฟ์สไตล์ฝั่งตะวันออก โดยมีทั้งแผนผังเมือง ระบบขนส่งในอนาคต และการลงทุน Mixed-use เป็นปัจจัยสนับสนุน

ขณะเดียวกัน Central Group ระบุแผนพัฒนา The New Central Bangna ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่สะท้อนทิศทางการเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก

 

ทำไมบางนาถึงน่าสนใจในระยะยาว?

เพราะบางนาไม่ได้พึ่งพา Demand จากกรุงเทพฯ ชั้นในเพียงอย่างเดียว

พื้นที่มีศักยภาพเชื่อมโยงกับ

กรุงเทพฯ → สุวรรณภูมิ → สมุทรปราการ → EEC

และ EEC เองมีเป้าหมายการลงทุนจริงในช่วง 2023–2027 โดย EECO ระบุเป้าหมายเงินลงทุนจริงรวม 500,000 ล้านบาทในช่วงดังกล่าว

นี่ทำให้บางนาและพื้นที่โดยรอบมี Story ที่แตกต่างจาก EBD ที่พึ่งพาเพียงการขยายตัวของที่อยู่อาศัย

 

แล้วรามคำแหง–มีนบุรีล่ะ?

รามคำแหง–มีนบุรีเป็นอีกกลุ่มที่น่าสนใจในฐานะ EBD/แนวขยายตัวของเมืองฝั่งตะวันออก

จุดแข็งคือการเชื่อมโยงพื้นที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่กับระบบรถไฟฟ้าและโครงข่ายถนน

แนวคิด New EBD ของรามคำแหง–มีนบุรีถูกพูดถึงมาหลายปี โดยมีระบบรถไฟฟ้าเป็นตัวช่วยเชื่อมต่อพื้นที่จากกรุงเทพฯ ชั้นในออกไปยังพื้นที่ตะวันออก

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรประเมินเป็น รายสถานีและรายโครงการ มากกว่าซื้อเพียงเพราะชื่อว่า “EBD”

 

พระราม 9 vs บางนา: ใครมีอนาคตมากกว่า?

ถ้าเปรียบเทียบในปี 2569 ต้องบอกว่า ทั้งสองพื้นที่มีศักยภาพ แต่เป็นคนละช่วงของวงจรการพัฒนา

พระราม 9

ข้อดี

  • มีความเป็น New CBD ชัดเจน
  • มีสำนักงานและศูนย์การค้าแล้ว
  • MRT เชื่อมต่อเมือง
  • มี Demand จากคนทำงาน
  • Ecosystem ค่อนข้างสมบูรณ์

ข้อจำกัด

  • ราคาขยับขึ้นมาแล้ว
  • มี Supply คอนโดจำนวนมาก
  • การแข่งขันระหว่างโครงการสูง

บางนา

ข้อดี

  • พื้นที่ขนาดใหญ่
  • เชื่อมสุวรรณภูมิและ EEC
  • มีโอกาสพัฒนา Mixed-use ขนาดใหญ่
  • มีโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนใหม่เป็นตัวกระตุ้น

ข้อจำกัด

  • พัฒนาการของแต่ละจุดไม่เท่ากัน
  • ต้องเลือกทำเลใกล้ระบบขนส่งและแหล่งงาน
  • บางพื้นที่ยังต้องรอการพัฒนาเพิ่มเติม

ดังนั้น ถ้าเน้น “ความชัดเจนของ Demand วันนี้” พระราม 9 ดูได้เปรียบกว่า

แต่ถ้าเน้น “พื้นที่สำหรับการเติบโตในอนาคต” บางนาและแนว EBD ที่เชื่อม EEC มีประเด็นให้ติดตามมากกว่า

 

CBD New CBD  EBD เหมาะกับใคร?

นักลงทุนมือใหม่

CBD หรือ New CBD เหมาะกว่า เพราะมีข้อมูลตลาดให้ศึกษา มี Demand อยู่แล้ว และความเสี่ยงจากการรอการพัฒนาน้อยกว่า

 

นักลงทุนที่ต้องการ Rental Income

ควรให้ความสำคัญกับ CBD และ New CBD โดยเฉพาะทำเลที่อยู่ใกล้แหล่งงานและระบบขนส่งจริง 

 

นักลงทุนที่มีระยะเวลาลงทุน 7–10 ปี

New CBD และ EBD เริ่มน่าสนใจมากขึ้น เพราะมีโอกาสได้ประโยชน์จากการขยายตัวของเมืองและ Infrastructure

 

นักลงทุนที่ต้องการ Capital Gain

EBD สามารถให้ Upside สูงกว่าได้ในบางกรณี แต่ต้องแลกกับความเสี่ยงที่สูงขึ้น

 

อย่าดูแค่ “ราคาต่อตารางเมตร”

ความผิดพลาดที่นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ทำกันบ่อยคือ

“CBD แพง → EBD ถูก → EBD ต้องคุ้มกว่า”

ความจริงไม่ใช่แบบนั้น

สิ่งที่ควรดูคือ

ราคาซื้อ ÷ ความสามารถในการสร้างรายได้ + ศักยภาพของทำเล + Supply ในอนาคต + ความสะดวกในการขายต่อ

ตัวอย่างเช่น

คอนโด EBD ราคา 80,000 บาท/ตร.ม. อาจไม่ได้ถูก หากอีก 5 ปีมีโครงการใหม่เปิดอีก 10 โครงการ

ขณะที่คอนโด CBD ราคา 200,000 บาท/ตร.ม. อาจมีความเสี่ยงด้าน Supply ต่ำกว่าอย่างมาก

ดังนั้น “ถูก” ไม่เท่ากับ “คุ้ม”

 

สูตรเลือกทำเลอนาคตสำหรับนักลงทุนอสังหาฯ

ก่อนตัดสินใจซื้อ ลองให้คะแนนทำเลจาก 5 ปัจจัย

ปัจจัยน้ำหนัก
ระบบขนส่ง25%
แหล่งงาน25%
Mixed-use / Retail15%
Supply ในอนาคต15%
ศักยภาพการเติบโตของพื้นที่20%

หากทำเลใดมีคะแนนสูงทั้ง Transportation + Jobs + Supply Control มักน่าสนใจกว่าทำเลที่มีเพียง “โครงการใหญ่ในอนาคต”

 

แล้วทำเลไหน “มีอนาคตที่สุด” ในกรุงเทพฯ?

หากประเมินจาก สถานะการพัฒนา + โครงสร้างพื้นฐาน + โอกาสเติบโต สามารถจัดกลุ่มได้ดังนี้

 

กลุ่มที่ 1: New CBD ที่เริ่มเกิดขึ้นจริง

พระราม 9–รัชดาฯ–ห้วยขวาง เหมาะกับคนที่ต้องการสมดุลระหว่าง Growth และ Demand ปัจจุบัน เพราะพื้นที่มีทั้งธุรกิจ ที่อยู่อาศัย และระบบขนส่งอยู่แล้ว

กลุ่มที่ 2: EBD ฝั่งตะวันออก

บางนา–ตราด มี Story ระยะยาวที่น่าสนใจจากการเชื่อมกรุงเทพฯ สุวรรณภูมิ และ EEC รวมถึงการลงทุน Mixed-use ขนาดใหญ่

 

กลุ่มที่ 3: EBD ตามแนวรถไฟฟ้า

รามคำแหง–มีนบุรี และพื้นที่รอบ Interchange มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าและการขยายตัวของเมือง แต่ควรเลือกเป็นจุด ๆ ไม่ควรเหมารวมทั้งแนวถนนว่าเติบโตเท่ากัน

 

กลุ่มที่ 4: CBD ดั้งเดิม

สีลม–สาทร–วิทยุ–เพลินจิต–ชิดลม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำเลที่มี Demand และ Ecosystem แข็งแรงอยู่แล้ว แต่ราคาซื้อเริ่มต้นสูงกว่า และ Upside จากการขยายตัวของเมืองอาจไม่หวือหวาเท่า EBD

 

สรุปส่งท้าย CBD New CBD EBD แบบสั้นที่สุด

CBD = เมืองเกิดแล้ว
New CBD = เมืองกำลังสร้างศูนย์กลางใหม่
EBD = เมืองกำลังขยายตัวออกไป

ถ้ามองในมุมลงทุน

CBD เหมาะกับ “รักษาความมั่นคง”
New CBD เหมาะกับ “สมดุลระหว่างความเสี่ยงและการเติบโต”
EBD เหมาะกับ “เดิมพันกับอนาคต”

ดังนั้น หากถามว่า “ทำเลไหนมีอนาคตที่สุด?”

คำตอบไม่ได้อยู่ที่คำว่า CBD, New CBD หรือ EBD เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูว่า ทำเลนั้นมีแหล่งงานจริง ระบบขนส่งจริง การลงทุนจริง และ Demand จริงหรือไม่

สำหรับกรุงเทพฯ ในปี 2569 พระราม 9 มีความโดดเด่นในฐานะ New CBD ที่พัฒนาไปไกลแล้ว ขณะที่บางนาเป็น EBD ที่มี Story การเติบโตระยะยาวน่าสนใจจากการเชื่อมกรุงเทพฯ–สุวรรณภูมิ–EEC ส่วน CBD ดั้งเดิมอย่างสีลม–สาทรยังคงแข็งแกร่งในด้านความมั่นคงและ Demand

 

Q: CBD คืออะไร?

A: CBD หรือ Central Business District คือย่านศูนย์กลางธุรกิจของเมือง เป็นพื้นที่ที่มีสำนักงาน บริษัท ศูนย์การค้า โรงแรม ที่อยู่อาศัย และระบบขนส่งที่หนาแน่น

 

Q: New CBD คืออะไร?

A: New CBD คือศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ที่เกิดจากการขยายตัวของเมืองและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น พระราม 9 ซึ่งปัจจุบันมีสำนักงาน ศูนย์การค้า ที่อยู่อาศัย และระบบ MRT รองรับแล้ว

 

Q: EBD คืออะไร?

A: EBD หรือ Extension Business District หมายถึงย่านธุรกิจส่วนต่อขยายที่รับการขยายตัวจาก CBD ไปยังพื้นที่รอบนอก โดยมักได้รับแรงสนับสนุนจากรถไฟฟ้า ถนน ทางด่วน และโครงการพัฒนาใหม่

 

Q: CBD กับ New CBD ต่างกันอย่างไร?

A: CBD เป็นศูนย์กลางธุรกิจดั้งเดิมที่มีความหนาแน่นและมูลค่าที่ดินสูง ขณะที่ New CBD เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ที่กำลังเติบโตขึ้นมาเป็นศูนย์กลางคู่ขนาน

 

Q: New CBD กับ EBD ต่างกันอย่างไร?

A: New CBD มีเป้าหมายพัฒนาให้เป็น “ศูนย์กลางธุรกิจใหม่” ขณะที่ EBD เป็นพื้นที่ส่วนต่อขยายที่เชื่อมต่อกับศูนย์กลางเดิมและรองรับการขยายตัวของเมือง

 

Q: พระราม 9 เป็น CBD หรือ New CBD?

A: โดยทั่วไปในวงการอสังหาริมทรัพย์ พระราม 9 ถูกเรียกว่า New CBD เนื่องจากมีการกระจุกตัวของสำนักงาน ศูนย์การค้า ที่อยู่อาศัย และระบบขนส่งจนมีบทบาทเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่

 

Q: บางนาเป็น EBD หรือไม่?

A: บางนามักถูกจัดอยู่ในกลุ่มทำเล EBD หรือ New CBD ฝั่งตะวันออกในบทวิเคราะห์อสังหาริมทรัพย์ โดยมีศักยภาพจากการเชื่อมกรุงเทพฯ สุวรรณภูมิ และ EEC รวมถึงการลงทุนโครงการขนาดใหญ่

 

Q: EBD เหมาะกับการลงทุนหรือไม่?

A: เหมาะได้ แต่ต้องเลือกเป็นจุด โดยควรพิจารณาระบบขนส่ง แหล่งงาน โครงการที่กำลังก่อสร้าง Supply คู่แข่ง และ Demand ผู้เช่า ไม่ควรซื้อเพียงเพราะทำเลถูกเรียกว่า EBD

 

Q: ทำเลไหนน่าลงทุนที่สุดในปี 2569?

A: หากเน้นความมั่นคง CBD ยังแข็งแรง หากต้องการสมดุลระหว่าง Growth และ Demand ปัจจุบัน New CBD อย่างพระราม 9 น่าสนใจ ขณะที่หากลงทุนระยะยาวและรับความเสี่ยงได้มากขึ้น EBD อย่างบางนาและแนวเชื่อม EEC เป็นกลุ่มที่ควรติดตาม

 


𝐀𝐦𝐛𝐞𝐫 𝐈𝐧𝐭𝐞𝐫𝐧𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐑𝐞𝐚𝐥𝐭𝐲
คู่คิด ข้างคุณ เรื่องคอนโด
บริษัทเอเจนต์คอนโดให้บริการโดยทีมงาน
ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
การันตีด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี
เราให้บริการแบบ One Stop Service
เกี่ยวกับคอนโดมิเนียม แก่ลูกค้าทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน
สิงคโปร์ เป็นต้น ได้รับการยอมรับ
และทำงานร่วมกันกับ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
เจ้าใหญ่ของไทย เช่น MQDC, Sansiri, AP Thai, Origin ฯลฯ
✨ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
✨ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property
✨ได้รับรางวัล Best Smart Agency 2025 จาก Livinginsider
✨ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service
📍บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด
📍บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด
📍บริการบริหารและจัดการคอนโด

📍LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs

📍Tel : 089-986-0202
📍Youtube : @amberrealty

📍Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty

📍เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/p

บทความน่าสนใจ

เปรียบเทียบห้อง Loft และ Duplex คอนโดต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับคุณ

Loft กับ Duplex ต่างกันอย่างไร แบบไหนที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคุณ

Loft และ Duplex ต่างกันที่โครงสร้างทางกฎหมายและพื้นที่ใช้สอยจริง กล่าวคือ Loft มีชั้นลอยที่ไม่นับเป็นพื้นที่ตามโฉนด ค่าส่วนกลางถูกกว่า แต่ทางออกทางเดียว ส่วน Duplex มีทั้งสองชั้นอยู่ในโฉนด มีประตูเข้าออกสองทาง ห้องน้ำบนชั้นสอง เหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่จริงและความปลอดภัยมากกว่า บทความนี้ Amber เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียทั้งสองแบบ พร้อมแนะนำว่าแบบไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ . ห้องสไตล์ Loft – ชั้นล่างและชั้นบนจะอยู่บนโครงสร้างเดียวกัน เป็นห้องที่มีฝ้าเพดานสูงและในทางกฎหมาย ไม่มีการกำหนดความสูงขั้นต่ำของชั้นลอย – พื้นที่ใช้สอยถูกนับเพียงชั้นล่าง เนื่องจากในทางกฎหมายระบุไว้ว่าพื้นที่ใช้สอยส่วนชั้นลอย เป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ จะไม่ถูกนับรวมอยู่ในโฉนด – ชั้นลอยถูกนับเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ไม่มีประตูกั้นห้อง – มีประตูเข้าออกทางเดียวคือ ทางชั้นล่าง – ชั้นลอยจะไม่มีห้องน้ำ ข้อดีของห้องสไตล์ Loft – การเสียค่าส่วนกลางจะเสียแค่พื้นที่ใช้สอยที่ออกตามโฉนด ดังนั้นถ้าห้องขนาด 35 ตร.ม. และมีพื้นที่ใช้สอยชั้นลอย 22 ตร.ม. จะเสียค่าส่วนกลางแค่ 35 ตร.ม. – การที่มีฝ้าเพดานสูง ทำให้ห้องดูโปร่งและโล่งกว่าเดิม ข้อเสียของห้องสไตล์ Loft – มีความปลอดภัยค่อนข้างน้อย เนื่องจากมีทางเข้า – ออก ทางเดียว หากเกิดเหตุฉุกเฉินอาจจะหนีลำบาก – ปัญหาเรื่องความสูงของชั้นลอย เนื่องจากทางกฎหมายไม่ได้กำหนดขั้นต่ำไว้ จึงทำให้บางโครงการมีความสูงของเพดานเตี้ยกว่า 2.40 เมตร ทำให้ห้องดูอึดอัด . ห้องสไตล์ Duplex – ชั้นล่างและชั้นบนอยู่บนโครงสร้างคนละชั้น ในทางกฏหมายกำหนดให้ชั้นบนมีความสูงไม่น้อยกว่า 2.4 เมตร – พื้นที่ใช้สอยชั้นบนถูกนับเป็นสิ่งก่อสร้าง ดังนั้นพื้นที่ใช้สอยทั้งชั้นบนและล่างจะถูกนับรวมกันอยู่ในโฉนด – ชั้นบนสามารถแบ่งเป็นห้องต่างๆ มีประตูเปิด – ปิดได้ – ตามกฎหมายกำหนดให้มีประตูเข้า – ออก ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง – ชั้นบนมักจะมีห้องน้ำด้วย โดยจะอยู่ตำแหน่งเดียวกับชั้นล่าง ข้อดีของห้องสไตล์ Duplex – เพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน – ความสูงของเพดาน ที่มีความสูงมาก จะช่วยทำให้ห้องดูกว้างและโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น – หากเลือกแบบห้องที่มีการปิดกั้น ก็จะได้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้นไปอีก ข้อเสียของห้องสไตล์ Duplex – ค่าไฟ ยิ่งห้องที่สูงและกว้างมากขึ้นเท่าไหร่ ภาระค่าไฟยิ่งมากขึ้นเท่านั้น – เสียค่าส่วนกลางที่มากขึ้นตามขนาดของห้องอีกด้วย . แล้วห้องแบบไหนที่จะตอบโจทย์กับการใช้ชีวิตของเรากันล่ะ? ห้องสไตล์ Loft เหมาะกับผู้อยู่อาศัยที่ต้องการห้องที่โล่ง โปร่งสบาย เพราะมีเพดานสูง ให้ความรู้สึกทันสมัย มีพื้นที่ใช้สอยในส่วนของชั้นลอยที่เพิ่มขึ้น และยังมีราคาที่ไม่สูงจนเกินไป ห้องสไตล์ Duplex เหมาะกับผู้อาศัยที่ต้องการให้ห้องมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง มีความลักซ์ชัวรี่ และบรรยากาศการอาศัยอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ให้ความสะดวกสบายและมีพื้นที่ส่วนตัวให้ใช้งานอย่างเต็มที่ อ่านมาถึงตรงนี้ทุกคนคงเข้าใจความแตกต่าง ของห้องสไตล์ Loft และ Duplex กันมากขึ้นแล้ว และคงมีคำตอบกันแล้วใช่ไหมคะว่าห้องแบบไหน ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ แต่ในการตัดสินใจเลือกซื้อ ก็อย่าลืมคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ กันด้วยนะคะ Q: Loft กับ Duplex ต่างกันอย่างไร? A: Loft มีชั้นลอยที่ไม่นับพื้นที่โฉนด ค่าส่วนกลางถูกกว่า แต่ทางออกทางเดียว ส่วน Duplex สองชั้นในโฉนด มีประตูสองทางและห้องน้ำบนชั้นสอง   Q: ห้อง Loft กับ Duplex แบบไหนราคาแพงกว่า? A: Duplex มักแพงกว่าเพราะพื้นที่ใช้สอยนับรวมทั้งสองชั้น ทำให้ค่าส่วนกลางและราคาขายต่อสูงกว่า   Q: ห้อง Loft เหมาะกับใคร? A: เหมาะกับคนต้องการห้องโปร่งเพดานสูง งบไม่สูงมาก ไม่ต้องการพื้นที่ชั้นสองจริงจัง เช่น คนเดียวหรือคู่รัก   —————————————————————————– ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย ให้บริการแบบครบจร One Stop Service บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด บริการบริหารและจัดการคอนโด LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs Tel : 089-986-0202 Youtube : @amberrealty Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty #ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ #ลงทุนอสังหา #propertyinvestment #เอเจ้นท์ #Agent #propertyagent

18 กรกฎาคม 2023
โฉนดที่ดินหาย ! ทำยังไงดี

โฉนดที่ดินหาย! ทำยังไงดี

#โฉนดที่ดิน อาจจะเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับหลายๆ คน เพราะเมื่อได้มาเราก็จะเก็บมันไว้เพราะเป็นเอกสารสำคัญของบ้าน และไม่ใช่เอกสารที่จะพกพาติดตัว เนื่องจากมีขนาดที่ใหญ่ แต่หากวันไหนที่ต้องใช้และพบว่า โฉนดที่ดินหาย หรือเกิดชำรุดขึ้นมาล่ะ จะทำยังไง? ก่อนอื่นไม่ต้องตกใจไปนะคะ เราสามารถยื่นขอโฉนดที่ดินใหม่ได้ ส่วนขั้นตอนจะเป็นอย่างไร วันนี้เราจะมาบอกทุกคนเองค่ะ 1. แจ้งความต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น อันดับแรกเลยก็คือต้องไป แจ้งความต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อยืนยันว่าเจ้าของที่ดินนั้นไม่ได้นำโฉนดที่ดิน ไปจำหน่าย #จำนอง หรือแลกเปลี่ยนเป็นของผู้อื่น 2. ติดต่อกับสำนักงานที่ดิน เมื่อได้ใบบันทึกประจำวันมาเรียบร้อยแล้ว ให้นำเอกสารมาติดต่อที่สำนักงานที่ดิน เพื่อขอโฉนดที่ดินใหม่ โดยเอกสารที่ต้องเตรียมไปด้วยมีดังนี้ – บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ที่ยื่นขอโฉนดที่ดินใหม่ – ทะเบียนบ้านตัวจริงของผู้ที่ยื่นขอโฉนดที่ดินใหม่ – ใบแจ้งความ / บันทึกประจำวัน – พยานบุคคล 2 คน พร้อมบัตรประชาชนตัวจริง ซึ่งหากเกิดปัญหาในภายหลัง พยานทั้ง 2 คนนี้ จะต้องเป็นพยานในชั้นศาลด้วย เมื่อเตรียมเอกสารทุกอย่างครบแล้ว จะต้องกรอกเอกสารรับรองและลงลายมือชื่อต่อหน้าเจ้าพนักงาน เพื่อรองรับว่าเจ้าของที่ดินได้ดำเนินการขอออกโฉนดที่ดินใหม่จริงๆ . โดยในขั้นตอนการออกโฉนดที่ดินใหม่ทั้งหมดนี้ จะมีค่าธรรมเนียมประมาณ 75 บาท ทั้งนี้โฉนดที่ดินใหม่ หรือ ใบแทน จะมีประทับตราบนเอกสารว่า “ใบแทน” เพื่อแจ้งให้ทราบว่าเอกสารฉบับนี้ สามารถใช้แทนโฉนดที่ดินฉบับจริงได้ 100% เมื่อเกิดการทำนิติกรรมหรือมีการแลกเปลี่ยนซื้อขายที่ดิน ใบแทนนี้จะมีผลทางกฎหมายไม่ต่างกับโฉนดตัวจริง . เป็นอย่างไรบ้างคะ โฉนดที่ดินหาย ขอใหม่ไม่ยากและไม่วุ่นวายอย่างที่คิดใช่ไหม แต่อย่างไรก็ตามเอกสารสำคัญแบบนี้ ควรเก็บไว้ให้ดีและไม่ทำหายจะดีที่สุดนะคะ เพราะเมื่อจะทำการขายต่อหรือนำไปทำธุรกรรมอื่นๆ เนี่ย ทั้งนักลงทุน นายหน้าอสังหา หรือบุคคลที่เราทำธุรกรรมด้วย ก็จะต้องขอดูโฉนดกันอย่างแน่นอนค่ะ —————————————————————————————– ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย ให้บริการแบบครบจร One Stop Service บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด บริการบริหารและจัดการคอนโด LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs Tel : 089-986-0202 Youtube : @amberrealty Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty #ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ #ลงทุนอสังหา #propertyinvestment #เอเจ้นท์ #Agent #propertyagent

25 สิงหาคม 2023
7 ข้อผิดพลาดสำหรับผู้ ปล่อยเช่าคอนโด มือใหม่

7 ข้อผิดพลาดสำหรับผู้ ปล่อยเช่าคอนโด มือใหม่

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่อยากลงทุนกับคอนโดฯ คงคิดว่าการ ปล่อยเช่าคอนโด เป็นเรื่องง่าย และได้เงินตลอดทุกเดือน เพียงแค่แต่งห้องให้สวยและถูกใจกลุ่มหมาย แต่ในความเป็นจริงแล้วการปล่อยเช่าคอนโดฯ ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ยิ่งไปกว่านั้นผู้ปล่อยเช่ามือใหม่ อาจจะพลั้งพลาดและประมาทไปกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนทำให้ความความเสียหายตามมา วันนี้เราจะมาบอกถึงสิ่งที่ควรระวังและตรวจเช็คให้ดี ก่อนการ ปล่อยเช่าคอนโด ของคุณกันค่ะ มาเริ่มกันเลย . #ศึกษากฎระเบียบของโครงการคอนโดฯ ก่อนปล่อยเช่าคอนโด ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นผู้จ่ายเงิน และซื้อห้องนั้นมาครอบครองแล้วแต่อย่าลืมว่า คอนโดฯ แต่ละที่นั้นมีกฎระเบียบไว้ให้ลูกบ้านได้ปฎิบัตตาม อย่าลืมศึกษาให้ดีว่าทางคอนโดฯ มีกฎข้อห้ามใดบ้าง และแจ้งผู้เช่าให้ชัดเจน ไม่งั้นอาจจะถูกเรียกปรับได้โดยไม่รู้ตัวเลยนะ . #ละเลยการคัดกรองผู้เช่า ผู้ให้เช่าจำนวนไม่น้อยเลยที่กังวลเกี่ยวกับการหาผู้เช่า และอยากปล่อยห้องเช่าให้ได้เร็วที่สุด จนลืมให้ความสำคัญกับการตรวจสอบผู้เช่า ก่อนที่จะย้ายเข้ามาพักอาศัย ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงมากๆ ผู้เช่าที่คุณควรหลีกเลี่ยงเลย หากไม่อยากให้ห้องเสียหายหรือมีปัญหาตามมาก็คือ – มีอาชีพและสถานะทางการเงินที่ไม่มั่นคง เพราะในอนาคตอาจจะไม่สามารถจ่ายค่าเช่าคอนโดฯ ให้คุณได้ – ผู้ที่เข้ามาคุย มักจะเรียกร้องเอานี่เพิ่มนั่นเพิ่มมากจนเกินพอดี หรือขอต่อราคาลง เพราะเป็นไปได้ว่าในอนาคตอาจจะมีปัญหาตามมา – ผู้เช่าที่สูบบุหรี่ เพราะจะทำให้กลิ่นติดห้อง ผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ของคุณ หรือในกรณีที่ไปสูบตรงระเบียง ก็อาจจะโดนเพื่อนบ้านร้องเรียนได้ ซึ่งผลกระทบจะตกมาอยู่ที่คุณได้ – ผู้เช่าที่มีเด็กเล็ก หรืออายุต่ำกว่า 10 ปี เพราะอาจจะทำให้ห้องของคุณสกปรกได้ เช่นการขีดเขียนผนัง ซึ่งการพิจารณาผู้เช่านั้นควรดูเป็นกรณีไป หากได้ผู้เช่าดีก็ถือว่าวินๆ กันไป แต่ถ้าหากได้ผู้เช่าไม่ดี เงินที่ได้มาอาจจะไม่คุ้มกับค่าเสียหายที่คุณได้รับเลย . #ไม่ได้ทำสัญญาเช่า ถือเป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรงเลยสำหรับข้อนี้ เพราะการให้เช่าก็นับเป็นธุรกิจ ควรมีการทำสัญญา ที่ระบุเงื่อนไขไว้ชัดเจนและรัดกุมมากที่สุด เพื่อให้ระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่ามีความเข้าใจที่ตรงกัน นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณและผู้เช่าได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายด้วย และคุณต้องมั่นใจด้วยว่าผู้เช่ารับทราบ และเข้าใจในข้อตกลงร่วมกันก่อนจะเซ็นชื่อลงในใบสัญญา . #ไม่ได้ตรวจสอบหลักฐานการโอนค่าเช่า ข้อนี้เป็นสิ่งที่ผู้ให้เช่าหลายคนมักละเลย และดูแค่ตัวหลักฐานผ่านๆ โดยไม่ตรวจสอบ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเมื่อผู้เช่าส่งหลักฐานการโอนมา ผู้ให้เช่าควรเช็คให้ละเอียดว่ามีการโอนเงินจริงๆ โดยเช็คจาก วันที่ เวลาและยอดเงินในหลักฐาน ว่าตรงกับรายการบัญชีหรือไม่ ป้องกันผู้เช่าหัวหมอ ที่อาจจะปลอมหลักฐานและส่งมาให้คุณกันนะคะ . #ไม่ได้ตรวจสอบห้องพร้อมผู้เช่าในวันย้ายเข้าและบันทึกเป็นหลักฐาน ข้อนี้ไม่ใช่เรื่องที่ผู้ให้เช่าควรปล่อยผ่าน แต่ควรรวบรวมเป็นตารางรายการเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในห้องทั้งหมด พร้อมเก็บบันทึกภาพถ่าย สภาพปัจจุบันของเฟอร์นิเจอร์เหล่านั้น โดยรวบรวมเป็นหมวดย่อยหรือแบ่งตามห้องต่าง ๆ เป็นไงกันบ้างคะการปล่อยเช่าคอนโดฯ ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดกันเลยใช่ไหม หากคุณอยากปล่อยเช่า แต่ยังเป็นมือใหม่และกังวลกับปัญหาที่จะตามมา ทาง Amber สามารถช่วยคุณได้นะคะ เรามีบริการตั้งแต่หาผู้เช่าจนถึงการบริหารจัดการห้อง หลังมีผู้เช่าแล้วโดยทีมงานที่มีประสบการณ์ หมดกังวลกับปัญหาข้างต้นได้เลยค่ะ —————————————————————– หากสนใจสามารถติดต่อมาได้ตามข้อมูลด้านล่างเลยนะคะ LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs Tel : 089-986-0202 Youtube : @amberrealty Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty #ซื้อขายคอนโดกรุงเทพ #ซื้อคอนโด #ขายคอนโด #เช่าคอนโดกรุงเทพ #ลงทุนคอนโด #คอนโดกรุงเทพ #condoforrent #condo #condobkk #คอนโดพระราม9 #พระราม9 #ลงทุนอสังหา #propertyinvestment #เอเจ้นท์ #Agent #propertyagent

25 สิงหาคม 2023