
เงินมัดจำ กับ เงินจอง ต่างกันยังไง? ถ้ากู้บ้านไม่ผ่าน ได้เงินคืนไหม
เงินมัดจำ กับ เงินจอง ถ้ากู้ไม่ผ่านต้องได้คืนไหม?
การซื้อบ้านหรือคอนโด สิ่งที่หลายคนมักสับสนคือ “เงินมัดจำ” และ “เงินจอง” เพราะทั้งสองอย่างเป็นเงินที่ต้องจ่ายก่อนทำสัญญา แต่ในทางกฎหมายและทางปฏิบัติกลับมีรายละเอียดต่างกัน โดยเฉพาะในกรณี “กู้ไม่ผ่าน” หลายคนจึงสงสัยว่า เงินที่จ่ายไปจะได้คืนหรือไม่
บทความนี้จะช่วยอธิบายความแตกต่าง พร้อมแนะแนวทางป้องกันความเสี่ยงก่อนวางเงินซื้ออสังหาริมทรัพย์
เงินจองคืออะไร?
เงินจองคือ เงินที่ผู้ซื้อจ่ายเพื่อ “แสดงความประสงค์” ว่าต้องการซื้อบ้านหรือคอนโดยูนิตนั้นไว้ก่อน เพื่อให้ผู้ขายหยุดเสนอขายแก่คนอื่นชั่วคราว
ลักษณะสำคัญของเงินจอง
- จ่ายก่อนทำสัญญาจะซื้อจะขาย
- จำนวนเงินมักไม่สูงมาก
- มีใบจองหรือเอกสารยืนยัน
- เงื่อนไขคืนเงินขึ้นอยู่กับข้อตกลงในใบจอง
ถ้ากู้ไม่ผ่าน เงินจองได้คืนไหม?
คำตอบคือ “ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในใบจอง”
โดยทั่วไปมี 3 กรณีหลัก
- ระบุชัดว่า “กู้ไม่ผ่านคืนเงิน” กรณีนี้ผู้ซื้อมีสิทธิได้รับเงินคืน หากพิสูจน์ได้ว่าธนาคารปฏิเสธสินเชื่อจริง
- ระบุว่า “เงินจองไม่คืนทุกกรณี” หากมีข้อความนี้ ผู้ขายอาจมีสิทธิยึดเงินจอง แม้ผู้ซื้อกู้ไม่ผ่าน
- ไม่ระบุเงื่อนไข อาจต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและการเจรจา ซึ่งบางกรณีอาจเกิดข้อพิพาทได้
เงินมัดจำคืออะไร?
เงินมัดจำคือ เงินที่จ่ายหลังจากตกลงซื้อขายกันแล้ว และมักเกิดขึ้นพร้อมการทำ “สัญญาจะซื้อจะขาย”
ในทางกฎหมาย เงินมัดจำถือเป็นหลักประกันว่า ทั้งสองฝ่ายจะปฏิบัติตามสัญญา
ลักษณะสำคัญของเงินมัดจำ
- เป็นส่วนหนึ่งของราคาซื้อขาย
- ใช้ยืนยันความจริงจังในการซื้อ
- มีผลทางกฎหมายมากกว่าเงินจอง
ถ้ากู้ไม่ผ่าน เงินมัดจำได้คืนไหม?
คำตอบคือ “ไม่แน่นอน” และขึ้นอยู่กับรายละเอียดในสัญญา
กรณีที่มีโอกาสได้เงินคืน
- สัญญาระบุว่า “หากกู้ไม่ผ่าน คืนเงินมัดจำ”
- ผู้ซื้อยื่นกู้จริง และมีหลักฐานจากธนาคาร
- กู้ไม่ผ่านโดยสุจริต ไม่ได้เกิดจากการปกปิดข้อมูล
กรณีที่อาจไม่ได้คืน
- ไม่มีเงื่อนไขกู้ไม่ผ่านในสัญญา
- ผู้ซื้อเปลี่ยนใจเอง
- ผู้ซื้อไม่ยื่นกู้ตามกำหนด
- มีประวัติเครดิตหรือภาระหนี้ที่รู้อยู่แล้ว
ในหลายกรณี หากผู้ซื้อผิดสัญญา ผู้ขายมีสิทธิริบเงินมัดจำได้ตามกฎหมาย
เงินจอง กับ เงินมัดจำ ต่างกันอย่างไร?
| เปรียบเทียบ | เงินจอง | เงินมัดจำ |
| ช่วงเวลาจ่าย | ก่อนทำสัญญา | ตอนทำสัญญา |
| วัตถุประสงค์ | จองสิทธิ | ค้ำประกันสัญญา |
| ผลทางกฎหมาย | น้อยกว่า | มากกว่า |
| โอกาสได้เงินคืน | ขึ้นกับใบจอง | ขึ้นกับสัญญา |
| จำนวนเงิน | มักน้อยกว่า | มักสูงกว่า |
วิธีป้องกันปัญหา “กู้ไม่ผ่านแล้วเสียเงินฟรี”
- ขอ Pre-Approve ก่อนจอง ควรตรวจสอบกำลังกู้กับธนาคารก่อนวางเงิน เพื่อประเมินโอกาสอนุมัติสินเชื่อ
- อ่านเงื่อนไขคืนเงินให้ละเอียด โดยเฉพาะข้อความเกี่ยวกับ
- กู้ไม่ผ่านคืนหรือไม่
- ต้องยื่นกู้ภายในกี่วัน
- ใช้ธนาคารใดได้บ้าง
- ขอระบุเงื่อนไขในสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น “หากผู้ซื้อยื่นกู้กับธนาคารแล้วไม่ได้รับอนุมัติสินเชื่อ ผู้ขายยินยอมคืนเงินจองและเงินมัดจำเต็มจำนวน”
- เก็บหลักฐานทุกอย่าง เช่น
- ใบจอง
- สัญญาจะซื้อจะขาย
- หลักฐานโอนเงิน
- เอกสารปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคาร
สรุปส่งท้าย เงินมัดจำ และ เงินจอง แม้จะเป็นเงินที่จ่ายก่อนซื้อบ้านเหมือนกัน แต่มีผลทางกฎหมายต่างกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกรณี “กู้ไม่ผ่าน” สิ่งสำคัญที่สุดคือการอ่านเงื่อนไขให้ครบก่อนเซ็นเอกสาร เพราะหากไม่มีการระบุเรื่องคืนเงินไว้ชัดเจน ผู้ซื้ออาจเสียเงินจองหรือเงินมัดจำได้ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโด ควรตรวจสอบความสามารถในการกู้ และทำข้อตกลงเรื่องคืนเงินให้ชัดเจนทุกครั้ง
—————————————————————————————–
𝐀𝐦𝐛𝐞𝐫 𝐈𝐧𝐭𝐞𝐫𝐧𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐑𝐞𝐚𝐥𝐭𝐲
คู่คิด ข้างคุณ เรื่องคอนโด
บริษัทเอเจนต์คอนโดให้บริการโดยทีมงาน
ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
การันตีด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี
เราให้บริการแบบ One Stop Service
เกี่ยวกับคอนโดมิเนียม แก่ลูกค้าทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน
สิงคโปร์ เป็นต้น ได้รับการยอมรับ
และทำงานร่วมกันกับ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
เจ้าใหญ่ของไทย เช่น MQDC, Sansiri, AP Thai, Origin ฯลฯ
✨ได้รับการรับรองจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย
✨ได้รับรางวัล Agency Excellence Southeast Asia Awards 2023 จาก Dot Property
✨ได้รับรางวัล Best Smart Agency 2025 จาก Livinginsider
✨ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service
📍บริการซื้อ ขาย เช่า คอนโด
📍บริการฝากขาย ฝากเช่า คอนโด
📍บริการบริหารและจัดการคอนโด
📍LINE@ : https://lin.ee/UIbzhRs
📍Tel : 089-986-0202
📍Youtube : @amberrealty
📍Tiktok : https://www.tiktok.com/@amberrealty
📍เลือกดูโครงการที่ชอบ: https://amber-international.com/p



